บทที่ 5 ศัตรูหน้ายิ้ม(2)

"หนูไม่ได้เมาจริง ๆ นะคะคุณลุงคุณป้า หนูสาบานได้ ถ้าผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลออกเมื่อไหร่ พวกท่านจะรู้ว่าหนูพูดความจริง หนูไม่ได้ดื่มเหล้า มันเป็นอุบัติเหตุจริง ๆ ค่ะ"

พ่อของตรีกุลรับซองเงินมาถือไว้ มองลึกเข้าไปในดวงตาที่บวมช้ำและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างสุดซึ้งของหญิงสาวตรงหน้า ท่านเป็นผู้ใหญ่พอที่จะมองออกว่าใครเสแสร้งหรือใครรู้สึกผิดจากใจจริง ท่านถอนหายใจยาว ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ

“ลุงจะรีบไว้ แล้วลุงจะรอดูผลเลือดอย่างที่หนูบอก เข้าไปกราบตรีเขาเถอะลูก...”

“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ” ทอฝันยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม

เธอเดินผ่านหน้าร่างสูงของอคิระที่ยืนกำหมัดแน่น ทอฝันเหลือบมองใบหน้าหล่อที่ถมึงทึง ก่อนจะรีบหลบตาทันทีด้วยความหวาดกลัว แล้วก้มหน้าเดินเข้าไปในศาลาเพื่อจุดธูปกราบขอขมาของตรีกุล

เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการขอขมา ทอฝันก็ไม่กล้าอยู่สู้หน้าใครนาน เธอรีบเดินเลี่ยงออกมาจากศาลาทันที โดยมีสายตาของอคิระจับจ้อง แล้วเดินตามเธอไปเงียบ ๆ

ทอฝันไม่รู้ว่าตัวเองเดินเหม่อลอยมาไกลแค่ไหน รู้ตัวอีกทีเธอก็มาหยุดยืนอยู่กลางสะพาน ประโยคที่อคิระไล่เธอให้ไปตายซะ ยังคงดังก้องอยู่ในหู ดวงตาคู่สวยที่ยังมีหยาดน้ำตาคลออยู่ก้มมองสายน้ำเบื้องล่าง ในน้ำมันจะอบอุ่นพอที่จะโอบกอดเธอไว้ไหม

“ฝันคิดถึงพ่อจัง ถ้าพ่อยังอยู่พ่อจะปลอบฝันใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นพ่อให้ฝันไปอยู่ด้วยนะ”

อคิระที่ยืนหลบอยู่หลังเสาไฟไม่ไกลนัก ขมวดคิ้วเข้าหากันยุ่งเมื่อเห็นริมฝีปากบางขยับพูดประโยคนั้นออกมา แม้เสียงจะแผ่วเบาแข่งกับเสียงรถราที่วิ่งผ่านไปมา แต่ท่าทางเลื่อนลอยของเธอก็ทำให้เขารู้สึกตงิดใจ พอเหลือบไปมองเธออีกที เขาก็ต้องเบิกตากว้างสุดขีด

เมื่อร่างอวบอ้วนนั้นก้าวเท้าขึ้นไปเหยียบซี่เหล็กของราวสะพาน สองมือจับขอบกั้นไว้แน่น แล้วเตรียมจะปีนข้ามไปอีกฝั่ง

"เฮ้ย!"

อคิระเข้าใจความหมายของประโยคเมื่อครู่ทันที ‘ยัยนี่คิดจะฆ่าตัวตาย!’

ชายหนุ่มออกจากที่ซ่อนแล้วพุ่งเข้าไปหาร่างที่กำลังจะทิ้งตัวลงสู่ผืนน้ำเบื้องล่าง ทอฝันที่กำลังจะปล่อยมือและหลับตาแน่น เพื่อทิ้งดิ่งลงสู่แม่น้ำ ถูกท่อนแขนแกร่งตวัดรัดเข้าที่เอวอย่างแรง ก่อนจะถูกกระชากลงมาจากราวสะพานจนล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นคอนกรีตทั้งคู่

"โอ๊ย!"

"ทำบ้าอะไรของเธอฮะ!" อคิระตะคอกลั่น หอบหายใจแรงด้วยความตื่นตระหนกปนโมโห

ทอฝันที่เพิ่งตั้งสติได้ว่าตัวเองถูกขัดขวาง หันไปมองหน้าคนที่รวบตัวเธอไว้ เมื่อเห็นว่าเป็นอคิระ เธอจึงเริ่มดิ้นรนสุดชีวิต

"ปล่อยฉัน! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ คุณมาดึงฉันลงมาทำไม" ทอฝันตะโกนสุดเสียง มือไม้ทุบตีไปตามแผงอกและท่อนแขนของชายหนุ่มอย่างคนสติแตก

"ไม่หยุด! ปล่อยฉันสิ ปล่อยให้ฉันตกลงไปตาย" ร่างอวบสะบัดตัวอย่างแรง พยายามจะคลานกลับไปที่ราวสะพานอีกครั้ง

"ก็คุณอยากให้ฉันตายนักไม่ใช่เหรอ คุณไล่ให้ฉันไปตายไง ฉันก็กำลังจะตายให้คุณแล้วนี่ไง ปล่อยสิ!"

"คิดว่าทำแบบนี้แล้วมันจบเหรอฮะ!"

"แล้วคุณจะเอายังไงอีก ฉันไม่มีอะไรจะชดใช้ให้คุณ ฉันก็กำลังจะเอาชีวิตฉันแลกให้แล้วนี่ไง คุณจะเอาอะไรจากฉันอีก ปล่อยฉันไปตายเถอะน!" ทอฝันร้องไห้ฟูมฟาย น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม ดิ้นทุรนทุรายจนหมดเรี่ยวแรง หมดเรี่ยวแรง

อคิระไม่ได้สนใจเสียงกรีดร้องและกำปั้นที่ทุบลงมา เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้แน่น ก่อนจะใช้สองแขนแกร่งตระกองกอดรัดร่างอวบที่กำลังสั่นสะท้านเอาไว้แน่นจนเธอขยับไปไหนไม่ได้

"ปล่อย ฮึก ปล่อยฉัน..." ทอฝันสะอื้นจนตัวโยน อ่อนแรงลงเมื่อสู้แรงผู้ชายตรงหน้าไม่ได้

"ฟังฉันนะทอฝัน ... การตายของเธอมันง่ายเกินไป" อคิระกดเสียงต่ำ เย็นเยียบจนน่าขนลุก ริมฝีปากหยักขยับไปกระซิบชิดริมหูของหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอด

“ฮือ...”

"เธอคิดจะกระโดดน้ำตายหนีปัญหาไปง่าย ๆ งั้นเหรอ ฝันไปเถอะ! ชีวิตเดียวของเธอ มันเทียบไม่ได้เลยกับ สองชีวิตที่ต้องตายเพราะเธอกับแม่ของเธอ!"

ประโยคนี้มันเหมือนกับสวิตช์ทุกอย่างถูกปิดลง ทอฝันหยุดชะงักการดิ้นรนทันที ร่างกายอวบอ้วนเย็นเฉียบราวกับก้อนน้ำแข็ง หยาดน้ำตาที่กำลังไหลรินหยุดชะงักไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตที่บวมช้ำเบิกกว้าง ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองสบตากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความแค้นของชายหนุ่ม

“คะ ... คุณพูดว่าอะไรนะคะ เมื่อกี้คุณพูดถึงแม่ คุณรู้เหรอว่าแม่ฉันเป็นใคร..." ทอฝันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก

อคิระมองใบหน้าตื่นตระหนกของหญิงสาวตรงหน้านิ่ง แววตาของเขาไร้ซึ่งความปรานี มีเพียงความอาฆาตที่ซ่อนอยู่ ชายหนุ่มไม่ได้ขยับปากตอบคำถามใด ๆ ออกมา เขาเพียงแค่มองหน้าเธอนิ่ง ๆ ราวกับเสือที่กำลังจ้องมองเหยื่อ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป