บทที่ 6 ศัตรูหน้ายิ้ม(3)

“คุณอคิระ ตอบฉันสิคะ เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ คุณรู้เหรอคะ” หญิงสาวถามซ้ำอีกครั้ง  สองมือพยายามผลักแผงอกแกร่งที่เบียดชิดเข้ามาให้ออกห่าง

“รู้สิ...”

เสียงทุ้มพูดผ่านรอดไรฟันออกยมาอย่างเยือกเย็น แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังสั่นไหว แล้วเอ่ยพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

“ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าผู้หญิงแพศยาคนนั้นเป็นใคร!”

“อย่ามาว่าแม่ฉันนะ”

“ทำไมฉันจะว่าผู้หญิงหน้าไม่อายที่มาเป็นเมียน้อยพ่อฉันไม่ได้ เมียน้อยที่ลักลอบกินอยู่กับพ่อฉันเป็นสิบปี ผู้หญิงหน้าด้านที่ตอนนี้ผันตัวมาเป็นเมียหลวงชูคออยู่ในบ้านฉัน”

“มะ ... ไม่จริง แม่บอกว่าแม่เพิ่งแต่งงานกับคุณอัศวิทย์” ทอฝันส่ายหน้าปฏิเสธทั้งน้ำตา ขาเริ่มไร้เรี่ยวแรง

“โกหก! แม่เธอมันตอแหลเก่งเหมือนที่เธอตอแหลว่าไม่ได้เมานั่นแหละ แล้วเธอรู้อะไรอีกไหมทอฝัน...”

ชายหนุ่มกระชากแขนของทอฝันแรงขึ้นอย่างลืมตัว แรงบีบมหาศาลเหมือนมีคนเอาคีมหนีบเหล็กมาบีบกระดูก จนทอฝันนิ่วหน้า ร่างกายอวบอ้วนสั่นไปด้วยความกลัว ไม่คิดว่าผู้ชายที่ตัวเองแอบรักจะน่ากลัวได้ขนาดนี้

“โอ๊ย! ฝันเจ็บ ปล่อยฝัน...”

“เจ็บเหรอ? ความเจ็บของเธอมันยังไม่ได้เสี้ยวหนึ่งที่แม่กับฉันได้รับเลย พวกแกสองแม่ลูกมันคือปลิงดูดเลือด แม่เธอก็เป็นแม่น้อยแย่งพ่อไปจากแม่ฉัน จนทำให้ท่านฆ่าตัวตาย ส่วนเธอ ก็เมาแล้วขับรถชนแฟนฉันตาย พวกเธอเกิดมาเพื่อทำลายชีวิตคนอื่น ทำลายชีวิตฉัน!”

“ฮือ ๆ ฉันขอโทษ ฉันขอโทษจริง ๆ”

หญิงสาวตกใจกับความจริงอันโหดร้ายที่เพิ่งได้รับรู้ บวกกับความเสียใจที่ถาโถมเข้ามา และตลอดทั้งวันไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยแม้แต่นิดเดียว ร่างอวบหมดแรงที่จะต่อต้านหรือขัดขืน เข่าทั้งสองข้างทรุดฮวบลงต่อหน้าชายหนุ่มอย่างไร้เรี่ยวแรง

ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเบลอ เสียงด่าทอของอคิระค่อย ๆ อื้ออึงและกลืนหายไป ก่อนที่สติสัมปชัญญะของเธอจะดับวูบไปเหมือนมีคนปิดสวิตช์

ความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศกระทบผิวเนื้อจนร่างอวบเริ่มรู้สึกหนาว ทอฝันค่อย ๆ ปรือตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก กะพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับโฟกัสสายตา อาการปวดหัวจี๊ดแล่นริ้วเข้ามาจนต้องยกมือขึ้นนวดขมับ

สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานห้องสีขาวสะอาดตา แสงไฟสลัว ๆ ที่สาดส่องลงมาทำให้รู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องพักรูหนูของเธอ ทอฝันขยับตัวลุกขึ้นนั่งช้า ๆ กวาดสายตามองไปรอบ ๆ จึงพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนโซฟาหนังสีดำตัวใหญ่ ในห้องคอนโดฯหรูที่ไหนสักแห่ง

เมื่อสายตาปรับเข้ากับความสลัวของห้องได้ เธอเหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งหันหลังให้ แผ่นหลังกว้างที่คุ้นตานั้นเธอจำได้เป็นอย่างดีว่าเป็นอคิระ

ทอฝันดีดตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรงทันทีด้วยความตกใจ จังหวะนั้นเองสายตาเธอเหลือบไปเห็นเงาตัวเองบนกระจกบานใหญ่

ชุดเดรสสีดำที่ใส่ไปงานศพหายไปไหน ตอนนี้บนเรือนร่างอวบอ้วนของเธอมีเพียงเสื้อกีฬาผู้ชายตัวใหญ่ที่สวมทับอยู่เท่านั้น

“ตื่นแล้วเหรอ...”

น้ำเสียงเย็นชาดังขึ้นพร้อมกับร่างสุงที่หมุนตัวกลับมาหา อคิระกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ที่ออกแบบมาให้หมุนได้ ในมือของเขามีแก้วบรั่นดี ชายหนุ่มยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวหมดก่อนจะวางกระแทกโต๊ะกระจกเสียงดัง

เขาหันกลับมามองเธอด้วยการแสยะยิ้มมุมปาก ทว่าหากมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น กลับดูเศร้าสร้อยและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด เขามองเรือนร่างของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเรียบนิ่ง

“คุณคิน ... เสื้อผ้าฉัน ชุดของฉันหายไปไหน” ทอฝันยกแขนขึ้นมากอดตัวเองแน่น สัญชาตญาณป้องกันตัวทำงานโดยอัตโนมัติ

"หายไปไหนน่ะเหรอ..." อคิระลุกขึ้นยืนแล้วเดินสาวเท้าเข้ามาหาช้าๆ

"ฉันก็เป็นคนถอดมันออกเองน่ะสิ"

“ฮะ! คุณทำบ้าอะไรของคุณ”

“ตกใจอะไรทอฝัน ทำไม! กลัวฉันปล้ำหรือไง”

"คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับร่างกายฉันนะคะ คุณแอบถอดเสื้อผ้าฉันตอนที่ฉันสลบได้ยังไง!"

“สิทธิ์งั้นเหรอ ฮึ คนอย่างเธอมีสิทธิ์เรียกร้องอะไรด้วยเหรอ ใช่! ฉันเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอเอง ถอดหมดทุกชิ้น ฉันเห็นหมดแล้ว เห็นทุกซอกทุกมุมของร่างกายเธอเลย”

“เลว คุณมันเลวที่สุด” ความอับอายตีตื้นขึ้นมาจนเธออยากจะแทรกแผ่นดินหนีเสียเดี๋ยวนั้น

"ฉันเลวได้มากกว่านี้อีก! ร้องไห้ทำไม กลัวฉันจะเอาเธอทำเมียเพื่อแก้แค้นเหมือนในละครหรือไง"

ชายหนุ่มตะคอกถาม ดวงตาคมกริบมองสำรวจร่างอวบอ้วนตั้งแต่หัวจรดปรายเท้า

“อย่าทำอะไรฝันเลยนะคะ ฝันขอร้อง”

"ไม่ต้องห่วงหรอกน่าทอฝัน... ฉันยอมรับว่าเหลือแค่เอาเธอเท่านั้นแหละที่ฉันยังไม่ได้ทำ แต่บอกตรง ๆ นะ ฉันทำไม่ลงหรอก เห็นสภาพเธอแล้ว ฉันขยะแขยงจนแทบจะอ้วก”

ประโยคนั้นเหมือนมีดปลายแหลมกรีดลงกลางหัวใจ ทอฝันเจ็บจนพูดไม่ออก น้ำตาไหลอาบสองแก้มอย่างไม่อาจกลั้นได้อีกต่อไป เธอรู้ตัวดีว่าเธอไม่ได้สวย ไม่ได้หุ่นดี ไม่ได้เพียบพร้อมเหมือนตรีกุลผู้หญิงที่เขารัก เป็นแค่ผู้หญิงอ้วน ๆ ที่เขาไม่เคยมองเห็น และตอนนี้ยังเกลียดเข้ากระดูกดำอีก

และการที่ผู้ชายที่เธอแอบรักมาตลอดชีวิต พูดจาเหยียดหยามร่างกายของเธอแบบนี้ มันเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าถูกตบหน้า

ทอฝันหลับตาลง ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอยู่อย่างนั้น ทุกคำพูดที่เขาพ่นออกมาเหมือนตอกตะปูฝังร่างเธอให้จมมิดลงดิน หญิงสาวได้แต่ก้มหน้า ซ่อนความเจ็บปวด

“ค่ะ ฉันรู้ตัวดีว่าฉันมันน่าขยะแขยง”

“รู้ตัวก็ดีแล้ว จะได้เลิกบีบน้ำตาเรียกร้องความสงสารสักที”

“ฉันยอมรับผิดแล้ว ฉันยอมรับผิดทุกอย่าง ถ้าความแค้นของคุณมันยังไม่จบ ถ้าคุณคิดว่าความตายมันง่ายเกินไปสำหรับฉัน คุณจะฆ่าจะต้มยำทำแกงฉันยังไงก็ได้ แล้วแต่คุณเลย จะทรมานฉันให้ตายทั้งเป็นยังไงก็เชิญ ฉันยอมแล้ว...”

อคิระมองผู้หญิงที่ก้มหน้าร้องไห้อย่างยอมจำนน ชายหนุ่มยกยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก ดวงตาคู่คมเปลี่ยนเห็นแข็งกร้าวกว่าเดิม

"หึ ... เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอกทอฝัน..."

เขาเอื้อมมือไปเชยคางมนของเธอขึ้นมา บีบมันเบา ๆ ด้วยสายตาของมัจจุราช

"ฉันทำอยู่แล้ว!"

สีหน้าดุนั้นทำให้ทอฝันเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมา เธอไม่รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไรกันแน่ คว้าเอากระเป๋าของตัวเองที่วางอยู่ใกล้กันได้เธอก็รีบเดินออกมาทันที

อคิระมองตามแต่ก็ไม่ได้ลุกขึ้นเดินตาม ถ้าต่อปากต่อคำกับเขาได้ก็แสดงว่าไม่เป็นอะไรแล้ว ทุกคำพูดที่เขาบอกไปนั้นไม่ได้ขู่ แต่พูดจริง เขาจะเอาคืนให้สาสมกับทุกอย่างที่ต้องสูญเสียไป ทั้งแม่ ทั้งคนรัก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป