บทที่ 1 แม่ที่ไม่มีสิทธิ์
“ให้ฉันเข้าไปเถอะนะคะ ขอร้องล่ะ ฉันไหว้ละนะ” ผ้าแพรยกมือไหว้พ่อบ้านประจำตระกูลเกียรติฟ้า ขอร้องให้เธอเข้าไปในบ้านอีกครั้ง เข้าไปพบลูกชายที่เธอให้กำเนิดแต่ไม่มีโอกาสแม้จะได้เห็นหน้า
มือเรียวที่ยกขึ้นประนมไหว้สั่นเทาเพราะความอ่อนล้า ใบหน้าเรียวสวยซูบซีด ขอบตาคล้ำจาง ๆ นัยน์ตากลมโตแดงระเรื่อพร้อมกับม่านน้ำตาที่อาบเคลือบ ผมยาวสลวยถูกมัดรวบไปด้านหลังอย่างไม่ใส่ใจ กับปอยผมหลุดล่วงแนบแก้มที่เย็นเฉียบจากหยาดน้ำตา
“ไม่ได้จริง ๆ ครับ นายหญิงคนใหม่สั่งเอาไว้ว่าห้ามคุณเข้าไปเด็ดขาด ถ้าผมปล่อยให้คุณเข้าไปต้องถูกไล่ออกแน่ อย่าทำให้ผมลำบากใจเลย” แม้จะรู้สึกเห็นใจและรู้สึกสงสารผู้หญิงคนนี้มาก แต่เขาก็ยังต้องกินต้องใช้ จะยอมโดนไล่ออกจากงานไม่ได้
“นายหญิงคนใหม่เหรอคะ” ผ้าแพรถามด้วยเสียงบางเบาคล้ายจะหมดแรง
พ่อบ้านทำสีหน้าลำบากใจก่อนจะพยักหน้าตอบ นายหญิงคนนี้เข้มงวดและดูอารมณ์ร้าย ใครทำอะไรขัดใจเธอได้ที่ไหน เบาหน่อยก็ด่าทอ หนักเข้าก็ทุบตีและไล่ออก ไม่เหมือนอดีตนายหญิงอย่างผ้าแพรที่มักจะคอยช่วยเหลือเรื่องต่าง ๆ เสมอ
ผ้าแพรระบายรอยยิ้มแสนเจ็บปวด เจ็บที่เธอก็ไม่รู้ว่าตรงไหนมันเจ็บมากกว่ากัน เจ็บที่ร่างกายซึ่งเพิ่งผ่านการคลอดลูกมาได้เพียงสามวัน หรือเจ็บที่หัวใจดวงน้อย ๆ ของเธอกันแน่
สามวันก่อนเธอยังได้ชื่อว่าเป็นนายหญิงของบ้านหลังนี้ แม้สามีที่แต่งงานด้วยจะเฉยชาและไม่ค่อยใส่ใจกัน แต่เขาก็ยังให้เธอเป็นนายหญิงของบ้าน หลังหย่าขาดได้เพียงสามวัน ไม่คิดเลยว่าเขาจะหานายหญิงคนใหม่ได้แล้ว
ไม่ถูก!
สิ่งที่เธอเข้าใจมันไม่ถูก!
ภาสกรไม่เคยมองเธอเป็นภรรยาของเขาต่างหาก ที่เขาแต่งงานกับเธอก็เพื่อหาผู้หญิงมาผลิตทายาทเท่านั้น พ่อแม่ของเขาก็ไม่เคยมองเธอเป็นสะใภ้ ในทุกวันเร่งเร้าให้เธอท้อง เขาเองก็ทำเหมือนมันเป็นเรื่องที่ต้องทำไม่ใช่ความรัก เมื่อเธอท้องก็แค่หมดหน้าที่ จบ ๆ กันไป
หลังจากที่เธอฟื้นจากการคลอดลูก สามีก็หลอกให้เธอเซ็นใบหย่า อ้างว่ามันเป็นใบยินยอมการรักษาลูกที่เป็นโรคหัวใจแต่กำเนิด เอกสารใบนั้นระบุการให้สิทธิ์เลี้ยงดูเป็นของบิดา มารดาไม่มีสิทธิ์เข้าไปข้องเกี่ยวใด ๆ ได้อีก จากนั้นพวกเขาก็ทิ้งเธอไว้ที่โรงพยาบาลโดยไร้เยื่อใย
ผ้าแพรไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล เธอจำต้องโทรไปรบกวนภวินผู้เป็นพี่ชาย สุดแสนเกรงใจแต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ในยามนั้นภวินยุ่งมากกับเรื่องที่บริษัท เขาส่งคนมาช่วยจ่ายค่ารักษาเท่านั้น การกลับบ้านคนของภวินไม่ได้รับหมอบหมาย อาจเพราะคิดว่าสามีของเธอจะช่วยจัดการกระมั้ง
หญิงสาวกระเสือกระสนจนกระทั่งพาตัวเองกลับมาที่บ้านอดีตสามี หวังจะได้เห็นหน้าลูกชายสักครั้ง ทว่าก็ถูกโยนเสื้อผ้าข้าวของเล็กน้อยออกมาจากบ้าน ไล่ให้เธอกลับไปบ้านตัวเอง และสั่งว่าอย่ากลับมาเหยียบบ้านตระกูลเกียรติฟ้าอีก
“ใช่! นายหญิงคนใหม่ ฉันเอง!” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งเรียกสติของผ้าแพร่ให้หลุดจากภวังค์ความคิด เธอหันไปยังต้นเสียงและต้องชะงัก เมื่อเธอคนนั้นคือพิชารัตน์ เพื่อนสนิทของเธอนั่นเอง เพื่อนที่รู้จักกันสมัยมัธยมปลายจนเข้ามหาลัย
“พิชา...” ผ้าแพรอุทานจนแทบจะไม่มีเสียงเล็ดรอดออกมา
“ใช่ ฉันเอง นับจากนี้ฉันคือนายหญิงของตระกูลเกียริฟ้า และกำลังจะเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของพี่ภาส ช่วงนี้ก็ยุ่ง ๆ เรื่องเตรียมงานแต่ง ถ้าไม่ติดว่าต้องดูแลลูกเธอก็คงได้จัดงานไปนานแล้ว”
“มันหมายความว่ายังไงพิชา?” ทั้งที่คำพูดของพิชารัตน์อธิบายทุกอย่าง แต่เธอก็ยังจะถามย้ำอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ต้องอธิบายให้ละเอียดสินะ ได้...” พิชารัตน์ก้าวไปข้างหน้า สาวใช้ที่ถือร่มกางให้ก็ก้าวตามมาด้วย “เธอก็รู้ว่าครอบครัวพี่ภาสเขาอยากมีลูกมาก อยากได้ผู้สืบสกุลเป็นที่สุด ต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น แต่ฉันนะ...ไม่ยอมท้องให้หุ่นพังแน่ ๆ”
สายตาของพิชารัตน์มองเพื่อนที่ไม่เคยคิดอยากจะสนิทอย่างเหยียดหยาม ร่างกายดูอวบท้วมขึ้นมาจากเดิมไม่มาก แต่ก็ถือว่าอยู่ในสภาพที่ไม่ใช่ผู้หญิงสวยหยดย้อยเท่ากับเมื่อก่อน
“ฉันกับพี่ภาคก็เลยตกลงกัน ว่าจะหาผู้หญิงมาท้องทายาทสืบสกุล ตอนนั้นพ่อแม่เธอต้องการทุนสำหรับขยายห้างสรรพสินค้า เขาก็เลยเสนอเธอมาเป็นหนึ่งในตัวเลือก ส่วนฉันก็ใจกว้าง...ให้เขาแต่งงานกับเธอเพื่อคลอดลูก หลังจากเธอคลอดก็แค่หลอกให้เซ็นใบหย่า ง่าย ๆ จากนั้นเขาค่อยมาแต่งงานกับฉัน เท่าที่ทุกอย่างก็สิ้นเรื่อง ตระกูลเขาได้ลูกชาย ฉันเองก็ได้แต่งงานเข้ามาในตระกูล ง่ายใช่ไหมละ”
ง่าย ๆ จริงดังที่พิชารัตน์ว่า แต่ความง่ายนั้นช่างไร้หัวใจ
“แต่... แต่ฉันเป็นเพื่อนเธอนะ!” ผ้าแพรตะคอกสุดเสียง แต่เสียงของเธอก็ไม่ได้ดังเท่าไหร่ เท่าที่เธอมีแรงยืนอยู่ก็นับว่าดีมากแล้วด้วยซ้ำ
“เพื่อนเหรอ? น่าตลกนะ ฉันไม่เคยมองเธอเป็นเพื่อนเลยสักครั้ง เธอก็แค่ผู้หญิงที่มีดีเพียงแค่หน้าตาเท่านั้นแหละ!” ขนาดเพิ่งคลอดลูกและหน้าซีดเซียวไม่มีเครื่องสำอาง ผ้าแพรก็ยังคงสวยงามอยู่ มองแล้วพิชารัตน์อยากจะเอามีดกรีดหน้าสวย ๆ นี้ให้เสียโฉม
“ตั้งแต่เรียนแล้ว เธอเป็นแค่เด็กกำพร้าที่ตระกูลกึกก้องรับมาเลี้ยงอย่างน่าสมเพช มีสิทธิ์อะไรมาเรียนโรงเรียนเดียวกับฉัน มหาลัยก็ด้วย พอฉันบอกว่าจะไปเรียนที่นั่นเธอก็ตามไป เธอวางแผนจะจับพี่ภาคตั้งแต่ต้น แต่น่าเสียดายนะ ที่เขารักกับฉันก่อน”
“พิชา ฉันไม่เคยวางแผนอะไรทั้งนั้น ฉันสอบเข้าได้อย่างถูกต้อง ฉันแค่อยากเลือกที่ที่ดีที่สุดให้ตัวเองเท่านั้น ฉันไม่เคยวางแผนอะไร”
“ใครอยากฟังคำพูดของเธอกัน ตอนนี้ก็รู้ทุกอย่างแล้ว ต้องให้ฉันพูดละเอียดแค่ไหน ต้องถึงขนาดว่า... ตั้งแต่เธอแต่งงานกับพี่ภาส เขาก็แค่เอาเธอเพื่อทำลูก ส่วนคนที่เขารักคือฉัน ทุกวันเขาจะบ่นว่าเธอมันจืดชืดไร้อารมณ์ หากไม่ใช่เพราะต้องทำลูกกับเธอ เขาคงเอาเธอไม่ลง” พิชารัตน์ออกแรงเล็กน้อยแต่ผลักอีกฝ่ายจนล้มไปกับพื้น
“ไส้หัวไปซะ"
