บทที่ 2 เหยื่อในความมืด
“ไส้หัวไปซะ! อย่ามายืนแกะกะน่ารำคาญอยู่ตรงนี้ คิดว่ามายืนทำตัวน่าสงสารแล้วพี่ภาคเขาจะสนใจเหรอ เขาไม่มีวันสนใจเธอหรอก คนที่เขาสนใจมีเพียงแค่ฉัน”
ผ้าแพรรู้ดีว่าภาสกรไม่มีวันสนใจเธอ แต่ไหนแต่ไรเขาก็เย็นชากับเธอเสมอ ตอนนี้สิ่งที่เธอสนใจคือลูกต่างหาก ลูกที่เธอให้กำเนิดแต่ไม่มีโอกาสแม้แต่เห็นหน้า
“ฉัน... ฉันขอเจอลูกหน่อยได้ไหมพิชา ขอร้องล่ะ”
“ไม่ได้!” พิชารัตน์ตอบโดยไม่ต้องคิด “ฉันว่าเธอควรไปดี ๆ นะ ใบหย่าก็เซ็นแล้ว สัญญาก็เซ็นแล้ว การเลี้ยงดูเป็นของพ่อ เธอไม่มีสิทธิ์ จากนี้ไม่ต้องมาที่นี่อีก”
“แต่ฉันเป็นแม่ของเขานะ อยากน้อยให้ฉันเห็นหน้าเขาสักครั้ง ให้ฉันได้ให้นมเขาสักครั้งก็ยังดี นะพิชา ได้โปรด ให้ฉันไหว้ก็ได้” ผ้าแพรยกมือไหว้ แต่เหมือนมันยังไม่พอ เธอจึงก้มกราบแทบเท้าอีกฝ่ายโดยไม่สนใจศักดิ์ศรี
“นี่เธอน่าสมเพชได้ขนาดนี้เลยเหรอผ้าแพร ท่าทางสูงส่งของเธอไปไหนหมดแล้ว ท่าทางหยิ่งผยองที่คนทั้งมหาลัยบอกว่าเธอคือเจ้าหญิงไปไหนหมด ไหนล่ะผู้หญิงที่เป็นดาวมหาลัย ทำไมมีสภาพเหมือนหมาข้างถนน ฮ่า ๆ”
“ฉันขอร้องล่ะ ให้ฉันได้เจอลูกสักครั้งเถอะนะ ฉันขอร้อง...”
“ไม่ได้” พิชารัตน์ย่อตัวไปหาคนเบื้องล่างเล็กน้อย กระซิบเสียงเบาแต่ทำเอาร่างกายของผ้าแพรชาวาบไปทั้งหัว “ยอมไปดี ๆ เถอะ ฉันรับปากว่าจะดูแลลูกเธอแทนให้ แต่ถ้ายังดึงดันอยู่ ฉันไม่รับปากว่าจะเผลอทำลูกเธอหลุดมือตกพื้นตายหรือเปล่า”
ร่างของผ้าแพรทรุดฮวบ น้ำตาไหลอาบสองแก้มอย่างไร้หนทาง ลูกที่เธออุ้มท้องมาเก้าเดือน ลูกที่เธอเฝ้ารอวันที่จะได้พบหน้ากัน หลังผ่านความเจ็บปวดแสนทรมานคิดว่าจะได้โอบกอดความอบอุ่นจากลูกน้อย บัดนี้แม้แต่หน้าเธอยังไม่มีโอกาสได้เห็น
“ไปซะ อย่ามาขว้างหน้าบ้าน อย่าให้ฉันต้องบอกให้คนเอาน้ำมาสาดเธอเลย เหอะ!” ผ้าแพรมองตามหลังผู้พูดด้วยความพร่าเบลอ หยาดน้ำตาทำให้มองทุกอย่างไม่ชัด ทว่าตอนนี้ชีวิตเธอแจ่มแจ้งอย่างที่สุด
เธอไร้ซึ่งบิดามารดา เกิดมาเป็นเด็กกำพร้าไร้คุณค่า
ญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ก็คือลูก แต่บัดนี้ก็ไร้ซึ่งโอกาสจะได้พบกัน
สามีที่แต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกันมาเกือบสองปี บัดนี้ก็กลายเป็นเพียงคนรู้จัก ไร้สถานะและไร้ตัวตน
เพื่อนเพียงคนเดียวกลายเป็นศัตรู ไม่ต่างไปจากคนที่เธอเคยรักประดุจน้องสาว บัดนี้ก็กลายเป็นศัตรูของเธอไปแล้ว
โลกใบนี้ช่างโหดร้ายเหลือเกิน
ผ้าแพรในสภาพอ่อนล้าและอ่อนแรงเดินร่อนเร่โดยไร้จุดหมาย เธอก้าวไปข้างหน้าที่ละก้าว ทุกก้าวออกห่างจากสถานที่ที่บุตรชายอยู่เรื่อย ๆ ทุกก้าวยิ่งตอกย้ำว่าเธอคงไม่มีโอกาสได้ทำหน้าที่แม่
เรื่องทุกอย่างลงเอ่ยแบบนี้ได้อย่างไรกัน
เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจเท่านั้นจริง ๆ หรือ
บ้านร้างริมทางเป็นที่พักชั่วคราวที่ผ้าแพรพอจะหาได้ ร่างกายเธอยังไม่แข็งแรงดีจากการคลอดลูก เธออ่อนล้าจนแทบก้าวขาไม่ไหว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องพักเอาแรงเสียก่อน
หญิงสาวล้วงหยิบเงินจำนวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋า ทั้งเนื้อทั้งตัวเธอมีเงินไม่ถึงสองร้อย จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าฉวยหยิบมาจากไหนและตอนไหน อาจเป็นตอนที่ถูกไล่ออกจากบ้านตระกูลกึกก้อง ตอนที่ถูดพูดจาเยาะเย้ย... ว่าชีวิตเธอสุดท้ายก็ต้องกลับไปเป็นหมาข้างถนน
ร่างบางถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอนตัวพิงพนังห้องเก่า ๆ แล้วปิดเปลือกตาพักผ่อน ตื่นแล้วค่อยคิดว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตดี
“มันต้องอยู่แถวนี้แหละ! หามันให้เจอ!”
“มีคนเห็นมาเดินมาทางนี้ แยกกันหา เร็ว!”
“ต้องหามันให้เจอ เจ้านายสั่งว่าต้องกรีดหน้าผู้หญิงในรูปนี้ให้ได้ ไม่งั้นพวกเราไม่ได้เงินนะเว้ย หามันให้เจอ!”
เสียงการพูดคุยของกลุ่มชายฉะกรรทำให้ผ้าแพรตื่นจากการหลับไหล มองไปรอบกายพบว่าตอนนี้มืดสนิท ดูท่าเธอจะหลับไปนานมากทีเดียว แต่ที่คนพวกนั้นพูดหมายถึงใครกัน
หญิงสาวค่อย ๆ พยุงตัวเองลุกนั่ง ขยับร่างกายอย่างเบาแรงที่สุด กลัวว่าจะเกิดภัยอันตรายกับตัวเอง ทว่าในความมืดมิดก็ไม่อาจควบคุมได้ทุกอย่าง เท้าของเธอแตะเข้ากับขวดแก้วจนล้มเกิดเสียง และนั่นก็ดึงความสนใจทั้งหมดมาที่เธอผู้เดียว
“มันอยู่ทางนั้น!”
ผ้าแพรไม่รู้หรอกว่าเธอใช่คนที่ชายกลุ่มนั้นตามหาหรือไม่ แต่สัญชาตญาณบอกให้เธอวิ่ง เธอก็วิ่งหนีเข้าไปในป่าอย่างไม่คิดชีวิต วิ่งฝ่าความมืดโดยไม่สนใจเลยว่าข้างหน้าจะมีกิ่งไม้หรืออะไรทิ่มตำเนื้อตัวเธอบ้าง
“เร็ว จับมันให้ได้! อย่าให้มันหนีไปได้!”
ชายคนหนึ่งวิ่งเร็วขึ้น ผ้าแพรรู้สึกว่าอีกนิดเดียวเขาก็จะสามารถคว้าจับร่างกายของเธอได้ เธอจึงใช้กำลังเฮือกสุดท้ายสาวเท้าเร็ว ๆ ไปข้างหน้า
แต่ความเจ็บปวดที่บ่าด้านซ้ายทำให้ผ้าแผลก้าวขาต่อไปไม่ออก เจ็บจุกและชาวาบไปทั้งตัว ก่อนที่ร่างของเธอจะค่อย ๆ ทรุดฮวบลงที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง
แสงไฟจากกระบอกไฟฉายสาดเข้ามาที่ใบหน้าของเธอ ตามด้วยฝีเท้าของชายจำนวนห้าคนที่เข้ามายืนเบื้องหน้า
“ใช่มันจริง ๆ ด้วย แต่สวยกว่าในรูปอีกนะพี่ เสียดายที่ต้องมาเสียโฉม” ชายร่างท้วมผิวเข้มเอ่ย ผ้าแพรมองไม่ชัดเพราะแสงไฟสาดเข้าดวงตาของเธอเต็ม ๆ เมื่อครู่เขาบอกว่าใช่เธอ หมายความว่าคนที่พวกเขาหมายจะทำร้ายก็คือเธอสินะ
“ทำร้ายฉันทำไม” หญิงสาวถามเสียงพร่า พยายามกดเก็บความเจ็บปวดที่บ่าด้านหลังแต่ก็ยากยิ่ง
“ช่วยไม่ได้ ก็เธอดันไปขัดขาใครเล่า ความจริงพวกฉันก็แค่จะกรีดหน้าเธอ ไม่ได้คิดที่จะฆ่า ใครใช้ให้หนีเล่า” หากไม่หนีจะให้เธอนั่งเฉย ๆ รอหายนะหรืออย่างไร
“ใคร ใคร...จ้างพวกนายมา” หญิงสาวพยายามถดถอยร่างกายไปด้านหลัง แต่มันเป็นต้นไม้ เธอหนีไปไหนไม่ได้อีกแล้ว
