บทที่ 5 ใต้วงล้อแห่งความหวัง
หญิงสาวคว้าหยิบกระเป๋าผ้าที่อาหลิ่นถือ ในนั้นมีแก้วน้ำของรดา “พี่จัดการให้นะ ตั้งใจว่าจะบีบออกเหมือนกัน เพราะมันปวดมาก”
“ดีเลยค่ะ รดาอยากชิม อยากรู้ว่าถ้าลูกของรดากินนมจากเต้าจะรสชาติเป็นยังไง” คนฟังส่ายหน้าน้อย ๆ ด้วยความเอ็นดู จากนั้นจึงได้หันหน้าเข้าหาพนัง จัดการบีบคั้นทรวงเต้าที่มันอวบเต่งเพราะน้ำนมของตัวเอง
ไม่นานน้ำนมครึ่งแก้วก็ถูกส่งมาให้กับภัสรดา เจ้าตัวตื่นเต้นและดีใจอย่างมาก ทว่าเมื่อดื่มเข้าไปแล้วกลับทำสีหน้าเหยเกและเหมือนจะอ้วก
“ไม่เห็นอร่อยเลย จืดจนแทบจะไม่มีรสชาติเลยค่ะ”
คนฟังหัวเราะ “แต่มันอุดมไปด้วยประโยชน์นะคะ พี่ว่า... รดาฝืนใจดื่มมันหน่อยก็ดีเหมือนกัน แม่อดลูกก็อดไปด้วย วันนี้แทบไม่ได้กินอะไรเลย”
“มันรสชาติแย่มากเลย... แต่เพื่อลูก... รดาจะดื่มค่ะ”
ผ้าแพรระบายยิ้มด้วยความเอ็นดู ในวันที่ร่างกายยังไม่หายดีจากอาการบาดเจ็บและการคลอด ในวันที่ชีวิตไม่เหลือใคร ตอนนี้กลับเหมือนจะได้พบมิตรภาพที่สวยงามโดยบังเอิญ มิตรภาพที่เธอเคยมองว่าชีวิตนี้คงไม่ได้พบเจอแล้ว
ผ่านไปกว่าสองชั่วโมงกว่าอาหลิ่นจะกลับมา และกลับมาพร้อมกับน้ำเต้าหูสองถุงและถุงเท้าหนึ่งคู่ สืบความจนได้รู้ว่าถุงเท้าซื้อมาให้ผ้าแพร เหตุเพราะเพิ่งคลอดลูกและไม่ได้อยู่ไฟจึงมักหนาวสั่นเวลากลางคืน
“ขอบคุณนะอาหลิ่น” ผ้าแพร่ปราบปลื้มมาก จากที่คิดว่าอีกฝ่ายไม่ชอบตนขั้นรุนแรง “แล้วทำไมซื้อน้ำเต้าหูมาแค่สองถุงล่ะ”
“อาหลิ่นกินมาแล้วละคะ” พูดแล้วเจ้าตัวก็ส่งเงินที่เหลือให้กับผ้าแพร “อาหลิ่นไปขายมาสามร้าน ร้านนี้ให้ราคาดีสุด แต่ก็ได้มาเท่านี้เอง คุณหนูบอกว่าหยกน้ำดีแต่ทำไมได้เงินน้อยนัก”
“ก็ไม่ใช่ทุกคนจะดูหยกเป็น แต่เงินนั่นก็น่าจะพอเดินทางได้ครึ่งทางแล้ว” ภัสรดาหยิบน้ำเต้าหูถุงหนึ่งให้กับสาวใช้
“เรารู้ว่าอาหลิ่นยังไม่ได้กินหรอก อาหลิ่นไม่เคยกินอะไรก่อนเรา อย่ามาโกหกเราเลย ดื่มซะ ส่วนเราน่ะอิ่มแล้ว พี่แพรให้เราดื่มนมพี่แพรไปตั้งสามแก้วแหนะ”
“นม!” อาหลิ่นดวงตาเบิกกว้างมองไปทางหน้าอกของผ้าแพร เพราะเข้าใจว่าคุณหนูของตนดื่มนมจากเต้า
“พี่คั้นใส่แก้วให้รดาน่ะ” เห็นท่าทางโล่งอกของอาหลิ่นแล้วทั้งสองอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาพร้อมกัน
“พี่แพรเขาหายไปไหนกัน เราจะออกเดินทางกันแล้วนะ ตั๋วรถก็ซื้อมาแล้ว” อาหลิ่นบ่นพรางมองไปรอบ ๆ เห็นเพียงเจ้านายหญิงของตนเพียงคนเดียว
“น่าจะเดินไปปลดทุกข์ข้างหลังละมั่ง” ภัสรดาพูดด้วยเสียงที่ไม่ดังมาก สีหน้าก็ไม่ค่อยแจ่มใสเท่าไร วันนี้ตื่นมาหญิงสาวรู้สึกเจ็บจุกในท้อง มีอาการปวดหน่วงชาไปถึงหน้าขา เธอพยายามอดกลั้นไม่พูดออกใคร คิดว่าเดินทางไปถึงที่หมายแล้วค่อยหาโรงหมอสักแห่งก็ได้
“งั้นอาหลิ่นขอเดินไปดูหน่อยก็แล้วกันนะคะคุณหนู”
“ไปเถอะ” หลังจากที่เจ้านายหญิงพยักหน้ารับ อาหลิ่นก็รีบสาวเท้าเดินเร็ว ๆ ไปด้านหลัง ก่อนจะเห็นผ้าแพรกำลังก้ม ๆ เงย ๆ ทำอะไรบางอย่างอยู่บนพื้น
“พี่แพรกำลังทำอะไรน่ะ” ผ้าแพรกำลังใช้กิ่งไม้ขุดอะไรบางอย่างในดิน ท่าทางดูตั้งใจมาก ๆ แม้แต่เสียงที่อาหลิ่นถามเจ้าตัวก็เหมือนจะไม่ได้ยินด้วย “พี่แพร หลิ่นถามว่าพี่กำลังทำอะไร ขุดอะไรอยู่ เราต้องรีบไปที่ท่ารถนะ”
“สมุนไพรน่ะ มันขายได้ราคาดีนะอาหลิ่น”
“ไอ้เจ้านี่เหรอ” เพราะไม่มีความรู้เรื่องสมุนไพรจึงได้มองมันอย่างดูแคลน แต่พอบอกว่าได้ราคาดีอาหลิ่นก็รีบหากิ่งไม้ไปช่วยขุด
ใจหนึ่งอาหลิ่นก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อ เถาว์ไม้เล็ก ๆ โผล่จากพื้นดินสูงไม่ถึงเข่า หากเธอเจอก็คงคิดว่าเป็นเถาว์หญ้าเถาว์หนึ่ง ทว่าในเมื่อผ้าแพรบอกว่ามันคือสมุนไพร มันคือของที่ขายได้ราคา งั้นเธอก็จะช่วยอย่างเต็มที่ ไม่นานก็ได้สิ่งที่มีลักษณะคล้ายกับหัวมันสองหัว
“มันคือสมุนไพรจริง ๆ เหรอพี่แพร อย่างกับหัวมันเทศ”
“สมุนไพรจริง ๆ เดี๋ยวลงรถแล้วพี่จะลองเอาไปขายดู” ผ้าแพรสนใจด้านแพทย์แผนจีน เธออยากเรียนด้านนี้แต่พ่อบุญธรรมไม่อนุญาต จึงอาศัยอ่านเอาจากหนังสือในห้องสมุด พอจะมีความรู้ติดหัวมาบ้าง
ผ้าแพรและอาหลิ่นกลับมาที่บ้านร่าง เห็นภัสรดากำลังเก็บของบางอย่างใส่ลงไปในกระเป๋าผ้า ไม่มีใครสงสัยใคร่รู้อะไร เพราะดูจากเวลาก็จวนเจียนที่รถจะออกแล้ว คนทั้งสามรีบเดินทางไปที่ท่ารถ เมื่อมาถึงกลับได้รับแจ้งว่าเที่ยวรถถูกเลื่อนไปอีกสามชั่วโมง ผ้าแพรจึงขอเอาสมุนไพรไปลองขายกับร้านขายยาแถวนี้
“อาหลิ่นดูแลรดานะ พี่จะไปร้านขายยาแถวนี้ เผื่อว่าจะขายได้” หญิงสาวพูดพรางกระชับผ้าที่ใช้โผกหน้าตัวเองให้มิดชิดมากขึ้น
“ไปเถอะพี่แพร ไม่ต้องห่วงรดาค่ะ”
“จ๊ะ งั้นพี่ไปก่อนนะ” ก่อนที่ผ้าแพรจะเดินออกจากท่ารถ เธอรู้สึกว่าภัสรดาพูดน้อยลง ใบหน้าซีดเซียว มักจะเอามือกุมท้องไว้ตลอด ตนเองที่เคยอุ้มท้องมาก่อนดูออกว่าไม่ใช่อาการปกติ เพียงแต่ไม่รู้ว่ามันหนักหนาสาหัสแค่ไหนก็เท่านั้น
‘รอขายสมุนไพรได้เงินก่อนก็แล้วกัน’ ผ้าแพรคิดในใจ ขายสมุนไพรได้เงินแล้วซื้อของบำรุงคนท้อง ใกล้คลอดแบบนี้ยังต้องมาเดินทางไกล ภัสรดาคงทั้งเหนื่อยและทรมานร่างกายเลยล่ะ
ไม่ไกลจากท่ารถมามีร้านขายยาจีนหลายร้าน ผ้าแพรเลือกเข้าไปสอบถามราคาของทุกร้านก่อนตัดสินใจ เพียงแต่ราคาของมันก็ไม่สู้ดีเท่าที่ควรจะเป็น สมุนไพรนี้หายาก ในหนังสือที่เธอเคยอ่านบอกว่าเป็นสมุนไพรที่มากด้วยสรรพคุณ ราคาที่ขายกันจึงค่อนข้างสูง
“อั๊วให้ราคาได้เท่านี้ จะขายหรือเปล่าล่ะ จะขายก็ขาย” ร้านขายยาเอ่ยหลังดูสมุนไพรที่วางอยู่ตรงหน้าเป็นรอบที่สอง
