บทที่ 5 รอยรำลึก (4)
และแล้วในขณะที่กำลังมองหากันให้ควั่กนั่นเอง เหล่าผู้ใหญ่ก็ได้ยินเสียงหัวเราะใสๆ ปนมากับเสียงลม แล้วพอจับทางได้ทั้งหมดก็เดินเข้าไปหยุดยังพุ่มเข็มที่อยู่ห่างออกไปราวสิบห้าเมตร ซึ่งปลูกล้อมรอบต้นหางนกยูงดอกสีแสด ก่อนที่สองมือของน้อมจิตจะแหวกออก
“ต๊าย! ทูนหัวนี่เล่นอะไรคะคุณ!”
เธออุทานลั่น ส่วนคนอื่นหัวเราะร่วน เมื่อเห็นเด็กหญิงหน้าตาน่ารัก ในวัยสองขวบเกือบสามขวบ สวมชุดกระโปรงสีชมพูอ่อน นั่งคลุกดินดูมอมแมมอยู่กับเจ้าตูบสีน้ำตาลตัวใหญ่ ดวงหน้าอ่อนเยาว์ที่ประกอบไปด้วยนัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลแก่จนเกือบดำ มองพี่เลี้ยงสาวอย่างขบขัน ส่วนริมฝีปากบางเล็กสีสดย้อยแย้มพรายราวกับผู้ใหญ่เจ้าเล่ห์ สองมือน้อยเปื้อนดินยกขึ้นลูบแก้มของเจ้าตัวเองเก้อๆ
“คุนปียาพาคุนแดงมาอึ๊จ้า”
เสียงเล็กแจ๋วใสราวระฆังแก้วดังขึ้น เมื่อเด็กหญิงวางมือลงบนหลังของเจ้าตูบตัวเมียพันธ์ผสมโกลเด้น ที่เจ้าตัวอ้อนขอเก็บมาจากข้างถนนเพื่อเลี้ยงได้สองเดือนแล้ว
“แต่คุนปียาจะกับห้องแล้วจ้า คุนแม่น้อม จากลับแล้วจิงๆนะ”
ผมเปียที่ถักไว้หลุดลุ่ย มีใบไม้ทั้งสดทั้งแห้งติดอยู่ แสดงว่าเจ้าตัวคงจะมุดเล่นซนไปตามเรื่องตามราว ส่วนตอนนี้ ‘คุนปียา’ นั้น ทำหน้าประจบประแจงเสียเต็มที่ หาก ‘พี่นิ่ม’ ของเจ้าหล่อนขัดว่า
“ว้า...เสียดายนะคะ โดนจับได้ แย่เลย”
เจ้าตัวเล็กชำเลืองค้อน แต่ก็ยังอ้อนพี่เลี้ยงต่อ
“นะคะๆ...คุนแม่น้อม ให้คุนพี่นิ่มพาคุนปียาไปอาบน้ำก่อนคุนแม่มานะคะ” ครั้นจะพยายามพูดให้ชัดถ้อยชัดความ สำเนียงนั้นก็ยังคงเดิม...จนคนฟังทั้งขำทั้งฉุน แต่ก็ยังพยายามตีหน้าเคร่ง และแน่นอนว่าไม่มีใครกล้ายุ่ง แม้จะเห็นแววตาอ้อนวอนส่งมาให้จากเด็กหญิงก็ตาม
“นะคะ นะค้าคุนแม่น้อมคนดี๊คนดีของคุนปียา”
เด็กน้อยออดอ้อนโผเข้าประจบ “คุนปียาลักคุนแม่น้อมที่ซู้ดเยย”
“ไม่ต้องมาอ้อนค่ะ น้อมไม่ใจอ่อน” และเมื่อผู้ใหญ่ยังใจแข็ง ‘เด็ก’ เลยต้องใช้ไม้เด็ด
“คุนแม่น้อมไม่ลักคุนปรียาแย้ว คุนแม่น้อมใจย้าย!”
‘คุนแม่น้อมใจย้าย’ มองน้ำตาเม็ดโตที่ไหลพรากๆ ก่อนถอนหายใจอย่างนึกปลง เมื่อเห็นเด็กหญิงโผเข้าไปหานิ่มนวล ซบหน้ากับขาที่เกาะกอดแล้วร้องไห้กระอืดๆ เป็นที่น่าสงสารยิ่งนัก และน้อมจิตก็รู้...รู้ดีเชียวละ ว่าคุณหนูแกล้งทำ แต่จะทำยังไงได้ เห็นน้ำตาทีไร ใครๆในบ้านก็ใจอ่อนยวบยอมตามใจไม่กล้าขัดทุกครั้งไป
“พี่น้อม ดูสิ...ร้องไห้ใหญ่ น่าสงสารคุณปรียาออก”
สุดท้าย นิ่มนวลก็อุ้มเด็กหญิงขึ้นมา สาวน้อยที่สุดในกลุ่มเกาะคอคนอุ้มซบหน้าสะอื้นฮักด้วยอาการน้อยอกน้อยใจ ส่วนน้อมจิตได้แต่ถอนใจ!
“ก็ได้ค่ะ แต่คราวหน้าไม่แล้วนะ”
เหล่าสาวๆผู้ฟังต่างก้มหน้าเพื่อซ่อนรอยยิ้มเนื่องจากคำว่า ‘คราวหน้า’ ของน้อมจิต เพราะทุกครั้งคุณแม่บ้านก็มักจะพูดอย่างนี้ทุกที ทว่าจนแล้วจนรอดไอ้คราวหน้าที่ว่าก็ยังมาไม่ถึงสักที!
“จิงนะ” เสียงแจ๋วๆสั่นเมื่อเอ่ยถาม เบี่ยงหน้าจากการซบซุกขึ้นมองคุณแม่น้อมนิดหนึ่งเหมือนไม่ไว้ใจ
“โถจริงสิคะ ทูนหัวของน้อม”
เท่านั้นที่ทำให้เด็กหญิงยิ้มหวานผละจาก ‘พี่นิ่ม’ โผไปหา ‘คุณแม่น้อม’ หอมแก้มซ้ายขวาฟอดๆ เพียงเท่านี้ บรรดาผู้ใหญ่ก็ม่อยกระรอกไม่กล้าขัดอกขัดใจ ยอมตามแต่ใจที่คุณหนูต้องการ น้อมจิตถอนหายใจเฮือกใหญ่ กอดกระชับคุณหนูไว้กับอก ส่วนร่างปุ๊กลุกจ้ำม่ำน่าฟัด ขย่มตัวอยู่ในอ้อมแขน พลางร้องเพลงลั่นๆอย่างอารมณ์ดี
และน้อมจิตก็ได้เพียงถอนหายใจ พลางถามตัวเองว่า
นี่เธอคงเลี้ยงคุณหนูตามใจจนเกินไปใช่ไหมเนี่ย!
แน่นอนคำตอบนั้นมีอยู่ในใจแล้ว แต่เพราะความน่ารักน่าชังผสมกับความผูกพันด้วยเลี้ยงกันมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ทำให้น้อมจิตทำอะไรไปไม่ได้มากกว่านี้
และก็เป็นประจำเหมือนทุกวัน ในบ่ายแก่ๆ ของวันนั้นเมื่อถึงเวลาอาบน้ำ หญิงสาวก็ต้องรบรากับคุณหนูอีกรอบ เมื่อคนตัวเล็กไม่ยอมขึ้นจากอ่างอาบน้ำทั้งๆ ที่มือซีด ริมฝีปากซีด เลยต้องหลอกล่อกันอยู่พักใหญ่ กว่าที่จะพาคุณหนูขึ้นจากน้ำมาแต่งตัวได้
พอแต่งตัวเสร็จทานอาหารว่างรองท้อง ราวๆ หกโมงเย็น เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส ดับเบิ้ลยูหนึ่งสองสี่ ซีดานคันหรูและราคาแพงระยับ ที่เพิ่งเริ่มใช้ในเมืองไทย ก็วิ่งเข้ามาจอดเทียบท่าหน้ามุข
เด็กหญิงตัวน้อย เนื้อตัวสะอาดสะอ้านกรุ่นกลิ่นหอมตามผิวกาย วิ่งผมยาวสลวย อุ้มคุณหมีเก่าๆย้วยๆลูกตาหลุด นำหน้าบรรดาโขยงพี่เลี้ยงออกไปต้อนรับผู้ที่เพิ่งมาถึง เสียงใสตะโกนแจ้วๆเมื่อประตูรถเปิดออกช้าๆ เด็กหญิงอัลิปรียาดูดีอกดีใจเมื่อโถมทั้งตัวเข้าไปหาอ้อมกอดที่อ้ารอ
“คุนแม่ขา คุนพ่อขา!”
‘คุนพ่อ’ คือคนที่รับร่างเล็กมากอดรัดไว้แน่น ชายหนุ่มวัยสามสิบห้าหอมแก้มลูกสาวตัวน้อยอย่างชื่นใจ
“คุณพ่อคิดถึงคุณปรียาจังค่ะ”
‘อดิศร อาภาภัทร หรือ กษิดิ์เดช’ ที่เปลี่ยนมาใช้นามสกุลตามคำขอของคุณปู่ภรรยา เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเต็มดวงหน้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า คิ้วเข้มแม้จะไม่ดกมากแต่ก็เรียวยาวได้รูปสวย นัยน์ตาคมสีน้ำตาลแก่จัดที่เหมือนกันกับบุตรสาวฉายแววอ่อนโยนนุ่มนวล จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากหยักค่อนข้างหนา
เรือนร่างสูงใหญ่ค่อยยืดตัวลุกขึ้นยืน ความสูง 185 เซนติเมตรของเขาและความสมบูรณ์ยิ่งในวัยฉกรรจ์ทำให้สาวๆแทบทั้งเมืองหลงละเมอเพ้อพกหา ทว่าอดิศรไม่ได้สนใจใคร นอกจากภรรยาและลูกสาวตัวน้อย ชายหนุ่มจับมือเล็กของบุตรสาวขึ้นมาหอมอีกฟอดใหญ่ ก่อนจะหันไปมองเจ้าของเสียงหวานที่เข้ามาหยุดยืนใกล้ๆ
“คุณแม่ก็คิดถึงคุณปรียาที่สุดค่ะ ขอโทษนะคะ ที่วันนี้คุณแม่ไม่ได้อยู่กับคุณปรียา”
