บทที่ 15 ความซวยครั้งที่ 14 หอพักของผู้รับใช้
ความซวยครั้งที่ 14
หอพักของผู้รับใช้
ลิลิธเงยหน้ามองหอคอยสูงเสียดฟ้าที่ทำมาจากหินอ่อนจนเหมือนหอคอยแห่งนี้มีสีขาวทั้งหลัง รัศมีเปล่งปลั่งบางอย่างชวนให้ลิลิธรู้สึกตาพร่าเสียจนต้องยกมือมาปิดตาเอาไว้ ตอนนี้เธอยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าหอคอยที่เป็นบานใหญ่ขนาดต้องให้ยักษ์เป็นคนเปิดให้
แน่นอนว่าตรงหน้าของเธอคือหอพักของนักเรียนระดับพรีเมี่ยมที่ถือว่าเป็นระดับสูงสุดของโรงเรียน เท่าที่ถามซาเรียมาดูเหมือนโรงเรียนนี้จะแบ่งห้องตามเกรดการเรียนและพลังความสามารถ แต่หอพักจะแบ่งตามระดับชนชั้นในสังคม ตระกูลกริมม์มีอำนาจแค่ไหนก็คงสามารถบอกระดับของหอพักได้แล้วว่ามันจะหรูหราขนาดไหน
เช้านี้ลิลิธได้เก็บของระเห็จมายังหอพักเรียบร้อย ดูเหมือนจะมีแค่หอพักระดับพรีเมี่ยมเท่านั้นที่นักเรียนสามารถเอาบรรดาผู้รับใช้มาได้ เพียงแต่ผู้รับใช้จะไม่สามารถติดตามไปยังโรงเรียนได้ ก็เหมือนย้ายที่ทำงานเฉยๆ แต่งานจะเบากว่าตรงที่ไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดอีก มีหน้าที่แค่ดูแลบรรดานายท่านทั้งหลายเท่านั้น
"แล้ว...หอพักพวกผู้รับใช้ไปทางไหนล่ะ?" ลิลิธมองซ้ายมองขวาอย่างงุนงง เพราะซาเรียบอกว่าที่พักใหม่ของเธอจะเป็นโซนห้องพักของผู้รับใช้ ไม่มีสิทธิไปก้าวก่ายส่วนอื่นเท่าไหร่ จะว่าดีก็ดี จะว่าไม่ดีก็ได้ แม้มันจะน่าเบื่อไปนิดเพราะเหมือนถูกกักบริเวณ แต่คนอย่างลิลิธที่ความปรารถนาสูงสุดในชีวิตคือชีวิตที่เรียบง่ายและสงบสุขคงถือว่าดีอยู่ล่ะมั้ง
ดูเหมือนการมาของเธอจะกะทันหันขนาดซาเรียยังไม่ได้แจ้งให้พวกนายท่านรู้ แต่เธอก็แนบจดหมายที่ซาเรียเขียนมาให้แล้วล่ะนะ
"หรือต้องเดินอ้อมสักหน่อย..." เพราะดูจากประตูอลังการงานสร้างตรงหน้าแล้ว ไม่มีทางเป็นประตูให้พวกผู้รับใช้แบบเธอเข้าไปหรอก เธอเลือกที่จะเดินอ้อมไปเรื่อยๆแทน แม้หอพักนี้จะกว้างมากขนาดเดินมาห้านาทีแล้วเธอยังไม่เห็นด้านหลังของหอคอยเลยก็ตาม เห็นแต่ป่าที่เริ่มจะรกขึ้นเรื่อยๆนี่แหละ
ว่างๆเธอต้องมาตัดบ้างแล้วล่ะมั้ง จะได้เป็นการทำความดีแบบใหม่
ดูเหมือนว่าการทำความดีของเธอหากไม่ใช่ความดีที่เธอไม่เคยทำ เธอจะไม่ได้รับสกิลเพิ่มล่ะนะ แม้ระบบจะไม่ได้บอก แต่การที่ได้แจ้งเตือนตลอดว่าค่าความดีเพิ่มจนตอนนี้เธอมีความดีอยู่ที่ 81/99,999 ครั้ง แต่สกิลกลับไม่เพิ่มเลยจากอันล่าสุดเธอก็เดาได้ไม่ยาก
แต่ถามว่าเธอสนไหม?
ไม่จ้า
สกิลกะโปกสุนัขแบบนั้นลิลิธไม่สนใจอยู่แล้ว!
เดินไปสักพักก็พบกับประตูไม้เก่าๆที่แทบไม่อยากจะเชื่อว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของหอคอยสวยงามนี่ แต่ป้ายด้านบนประตูกลับเขียนว่า 'ห้องพักผู้รับใช้' ลิลิธก็ปฏิเสธไม่ได้อีก แม้จะไม่อยากเชื่อถึงความสองมาตรฐานโคตรๆนี่ก็ตาม
เธอแง้มประตูเปิดเล็กน้อยก็พบว่ามันเปิดง่ายกว่าที่คิด คิดว่าคงถูกใช้บ่อยเหมือนกัน ทางเดินโรยตัวไปด้วยความมืดบางมุมมีหยากไย่ขึ้น ทั้งฝุ่นที่ลอยฟุ้งจนลิลิธเผลอจาม
"ฮัดชิ่ว!"
นี่เธอไม่ได้มาหอคอยผีสิงใช่ไหม! แต่ส่วนตัวเธอไม่ใช่คนกลัวผีหรือเชื่อเรื่องลี้ลับอยู่แล้ว แม้เธอจะเป็นวิญญาณจากต่างโลกก็เถอะ แต่เรื่องนี้กับเรื่องผีไม่เหมือนกันสักหน่อย...
ลิลิธก้าวเดินไปช้าๆด้วยการคลำทางไป ปีศาจแมวเหมียวกากๆอย่างเธอที่ทำได้แค่กางกรงเล็บจะไปมีปัญญาเสกไฟนำทางได้ยังไง
หลังจากคลำทางไปแบบมั่วๆ มือของเธอก็ไปแตะกับแผ่นอะไรสักอย่างแข็งๆ พอไล้ไปตามแผ่นก็สัมผัสได้ถึงความกำยำแปลกประหลาด
"กำแพงที่นี่ทำเป็นแบบลอนๆเหรอ ทำทำไมอ่ะ นวดมือ?" ลิลิธพึมพำออกมาอย่างงุนงงเมื่อไล้ไปไล้มาดันสัมผัสได้ถึงความนูนเป็นลอนๆ พอทำไปทำไมาก็เพลินดีเลยเอาแก้มยุ้ยๆซบแล้วไถไปมา
"เมี้ยววว" ความเคลิ้มที่มาจากการเอาหน้าไถ ทำเอาสันดานดิบพุ่งออกมา ฮืออ เธอจะอยู่ตรงนี้ตลอดไปเลย ไม่ไปไหนแล้ววว
ความเป็นแมวของเธอมันน่ากลัวจริงๆ!
"ทำไมกำแพงมันยุบเข้ายุบออก" ลูบไปลูบมาก็งง เอ๊ะ จะว่าไปแมวมองเห็นความมืดได้ไม่ใช่เหรอ?!
ดวงตากลมสีน้ำตาลอ่อนเปล่งประกายวูบในทันใด ขีดสีดำเข้มขึ้นตรงกลางดวงตาเผยให้เห็นดวงตาแมวที่เธอไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ ปีศาจส่วนมากเท่าที่เธอรู้จะเป็นพวกสัตว์ที่วิวัฒนาการมาในรูปร่างมนุษย์ พิเศษหน่อยก็คือมีพลังเวทด้วย ไม่เหมือนปีศาจอย่างที่เธอเคยจินตนาการสักนิด แต่พลังปีศาจบางอย่างก็ทำให้การดำเนินชีวิตลำบากขึ้น บางคนจึงเลือกซ่อนพลังเอาไว้
ตาแมวของเธอก็เช่นกัน มันมองเห็นได้ชัดเกินไปจนบางทีเธอปวดหัว แตกต่างจากลิลิธคนก่อนที่ชอบใช้ตาแมวบ่อยๆ เธอคิดว่าเผ่าพันธุ์นี้ไม่เหมาะกับเธอเท่าไหร่
"ลูบจนพอใจแล้วหรือครับ?"
ใช่...มันไม่เหมาะกับเธอเลย
ดวงตาแมวตวัดสายตาให้สูงขึ้นอีกหน่อยทำให้รู้ว่าไอ้กำแพงนูนๆที่เธอคิดว่าเอาไว้ใช้นวดมือ แท้จริงแล้วมันคือซิคแพคเป็นลอนๆของชายหนุ่มตรงหน้า
ใบหน้าหล่อเหลาที่ติดจะหวานเกินชายรับกับเรือนผมสีเงินสวย ดวงตาสีแดงก่ำเปล่งประกายนั้นชวนน่าหลงใหลอย่างที่สุด ถ้าไม่ใช่เพราะเธอคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเห็นใบหน้านี้ที่รูปที่แขวนไว้ที่คฤหาสน์...
นี่มัน..
ดีโอ กริมม์!
พระเอกจีบได้อีกคนหนึ่ง!!
