บทที่ 3 อมิตา
หลายวันต่อมา @โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
‘นี่แกพาหลานไปไหนน่ะตานนท์ ทำไมถึงไม่ให้แม่ไปด้วย’
คุณมาลินโทร.ถามลูกชายที่พาหลานออกไปจากบ้านในขณะที่ท่านนอนกลางวันอยู่ ตอนแรกที่ตื่นมาแล้วไม่เจอหลานท่านก็รู้สึกตกใจมากแต่พอลองถามป้าผินพี่เลี้ยงเด็กดูจึงรู้ว่าลูกชายเป็นคนมารับหลานออกไปข้างนอก
“ผมเห็นแม่กำลังนอนหลับสบายอยู่น่ะครับก็เลยไม่อยากรบกวน ผมไม่ได้ไปไหนไกลหรอกครับแม่ แค่อยู่ร้านแล้วรู้สึกเบื่อ ๆ เลยคิดว่าจะพาลูกออกมาเที่ยวข้างนอกด้วยกันสักหน่อย”
เขาโกหก
‘อ้อ ถ้าอย่างนั้นก็เที่ยวกันให้สนุกนะ ดีแล้วที่แกยอมหยุดพักบ้าง อย่าลืมซื้อขนมอร่อย ๆ มาฝากแม่บ้างแล้วกัน แค่นี้นะ’ พูดจบท่านก็กดวางสาย
หลังจากวางสายจากมารดา ธนนท์ก็หันมามองลูกสาวที่กำลังนั่งเล่นตุ๊กตากระต่าย ซึ่งก็เป็นตุ๊กตาที่เขาเป็นคนซื้อให้ลูก
“หนูชอบตุ๊กตากระต่ายของพ่อมากเลยเหรอ”
เขาเอ่ยถามซึ่งเด็กน้อยก็พยักหน้าขึ้นลงทั้งรอยยิ้มเป็นคำตอบ ธนนท์เองก็ยิ้มขึ้นเมื่อเห็นลูกยิ้ม เด็กคนนี้หน้าเหมือนแม่ของเธอมาก เธอสวยเหมือนนวลอนงค์เลย ไม่ว่าจะเป็น ตา จมูก ปาก คิ้ว คาง สีผิว หรือแม้กระทั่งเส้นผมแกถอดแบบมารดามาหมด ไม่มีอะไรเหมือนเขากับวิชัยเลยสักอย่าง
อันที่จริงเขาก็ไม่อยากจะคิดมากเรื่องนี้เพราะมันจะทำให้ตัวเองกังวลจนไม่มีความสุข แต่ก็เป็นเพราะตัวเองกับลูก ๆ เพิ่งจะได้เผชิญกับการสูญเสียครั้งใหญ่มาไม่นาน ชายหนุ่มจึงยังทำใจไม่ได้และยังจมปลักอยู่กับความทุกข์ และการที่เขาจมปลักอยู่กับความทุกข์สมองมันก็คิดได้แต่เรื่องที่ไม่ดีต่อใจ ซึ่งเรื่องที่ทำให้คิดมากอยู่ทุกวัน ก็คือเรื่องที่อดกังวลไม่ได้ว่าอมิตาอาจจะไม่ใช่ลูกของเขา
ธนนท์คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ทุกวันแม้จะพยายามไม่คิด ไม่หวาดระแวง แต่พอได้คิดถึงระยะเวลาที่เมียแอบมีชู้ทีไรเขาก็สลัดความคิดนี้ออกไปจากหัวไม่ได้สักที สุดท้ายแล้วสิ่งที่จะทำให้หยุดกังวลหรือสงสัยก็คงจะมีแต่การพิสูจน์ความจริง พิสูจน์ด้วยการตรวจดีเอ็นเอ
และไม่นานก็ถึงคิวที่สองพ่อลูกต้องไปเจาะเลือด
“ฮือ...หนูเจ็บ”
เด็กหญิงตัวน้อยร้องไห้ทันทีเมื่อถูกเข็มเย็น ๆ จิ้มเข้าไปในเนื้อ ซึ่งคนเป็นพ่อที่เจาะเลือดเสร็จก่อนแล้วกำลังนั่งปลอบใจลูกอยู่
‘อดทนหน่อยนะลูก อีกไม่กี่วันความจริงที่หนูเป็นลูกพ่อก็จะปรากฏให้พ่อเห็นแล้ว พอถึงเวลานั้นพ่อจะได้เลิกแคลงใจในตัวหนูสักที’
ธนนท์คิดเช่นนี้ในใจ เขามีความมั่นใจมากว่าเธอต้องเป็นลูกของตัวเอง
ไม่กี่วันต่อมาก็ถึงวันที่ธนนท์ต้องไปรับผลตรวจดีเอ็นเอ เขารีบไปรับผลตรวจตรงเวลาที่แพทย์นัดไว้ ชายหนุ่มพยายามคิดในแง่บวกแล้วทำตัวให้ร่าเริงที่สุด พยายามสร้างความมั่นใจให้ตัวเองด้วยการคิดว่าเด็กหญิงอมิตาต้องเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา แต่การกระทำมันช่างขัดกับความคิดอย่างสิ้นเชิง เพราะถ้ามั่นใจจริง ๆ ก่อนหน้านี้คงไม่กังวลและสงสัยในตัวลูกอยู่ทุกวันจนสุดท้ายต้องพาแกมาตรวจดีเอ็นเอหรอก
“ขอบคุณครับ”
เขาเอ่ยขอบคุณ คุณพยาบาลหลังจากที่ได้รับผลตรวจ จากนั้นก็เดินไปทางที่จอดรถของโรงพยาบาลทันที ในระหว่างนั้นชายหนุ่มก็รีบเปิดผลตรวจดู พออ่านไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดสำคัญที่ต้องการรู้ที่สุด ซึ่งจุดสำคัญจุดนี้มันก็ทำให้ธนนท์ต้องหยุดชะงักยืนนิ่งอึ้งอยู่กลางทางไปเกือบ 3 นาที ก่อนที่เขาจะขยี้ตาตัวเองแล้วลองอ่านใหม่ พยายามจะปลอบใจตัวเองว่าอ่านผิด แต่สิ่งที่เขียนอยู่ในกระดาษผลตรวจมันไม่ได้เปลี่ยนไปเลย คำว่า
‘คุณธนนท์กับเด็กหญิงอมิตาไม่ได้มีความสัมพันธ์เป็นพ่อลูกกันทางสายเลือด’
มันยังคงชัดเจน
“ไม่! ไม่จริง!”
ธนนท์เสียใจและตกใจจนสติหลุดเขาพูดคำว่าไม่จริงอยู่คนเดียว แถมตอนนี้ยังรู้สึกว่าแข้งขาอ่อนแรงจนทนยืนต่อไปไม่ไหว
“คุณครับ คุณโอเคมั้ย”
เพราะอาการแข้งขาอ่อนแรงและกำกระดาษในมือแน่นของเขามันทำให้คุณบุรุษพยาบาลที่บังเอิญเดินมาเห็นเข้ารู้สึกเป็นห่วง
“ผะ ผมไม่เป็นไรครับ ผมโอเค”
ตอบว่าโอเคแต่ตัวเขาเองดูไม่โอเคเอาซะเลย แถมตอนนี้น้ำตาอุ่น ๆ ยังไหลออกมาจากดวงตาแล้วด้วย แต่พอได้มองเห็นเสื้อสีขาวของบุรุษพยาบาลมันก็ทำให้ธนนท์นึกถึงคุณหมอ ใช่แล้วตอนนี้เขากำลังรวบแรงทั้งหมดเพื่อยืนขึ้นจากนั้นก็วิ่งหน้าตั้งปาดคราบน้ำตาออกจากใบหน้า กำกระดาษผลตรวจแน่นเพื่อไปถามคุณหมอที่เป็นคนตรวจอีกครั้งว่าท่านแน่ใจไหม เพราะบางทีคุณหมอก็อาจจะทำงานผิดพลาดก็ได้
แต่แล้วสิ่งที่ธนนท์คิดอยากจะให้มันเป็นก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาหวัง คุณหมอท่านนั้นยืนยันอย่างหนักแน่นว่าท่านไม่ได้ทำงานผิดพลาดแน่นอน และยังบอกกับเขาอีกว่า
‘คุณไม่ใช่พ่อคนแรกที่รู้สึกเสียใจตอนเห็นว่าผลตรวจไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง ก่อนหน้านี้ก็มีคุณพ่อที่ทำใจยอมรับกับผลตรวจไม่ได้แล้วมาโวยวายใส่หมอเหมือนกัน หมอเสียใจด้วยนะครับ แต่ในเมื่อคุณเลี้ยงเขามาตั้ง 3 ปีแล้ว หมอก็อยากจะให้คุณดีกับเขาและเป็นพ่อของเขาต่อไปครับ หมอเชื่อว่าเด็กหญิงอมิตาเขารักคุณ และคิดว่าคุณเป็นพ่อของเขาจริง ๆ ’
นี่คือสิ่งที่หมอพูดกับธนนท์ตอนที่เขาเข้าไปโวยวายในห้องตรวจเพราะทำใจยอมรับกับผลตรวจไม่ได้ และตอนนี้คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวก็กำลังนั่งร้องสะอึกสะอื้นอยู่บนรถ เขาเจ็บปวดจนแทบจะขาดใจ ถูกเมียทรยศ และเธอก็ตายไปพร้อมกับชายชู้ จากนั้นไม่นานความจริงที่ลูกสาวคนเล็กเป็นลูกของชู้ก็ปรากฏขึ้น
เขาเลี้ยงดูลูกชู้และคิดว่าเป็นลูกของตัวเอง รักและทะนุถนอมตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน ใจดวงนี้ของธนนท์มันเจ็บปวดมาก เจ็บจนจะบ้าตายอยู่แล้ว เขาเกลียดอรอนงค์ เกลียดวิชัย และลูกที่เขาคิดว่าเป็นลูกตัวเองกลับกลายเป็นลูกของสองคนนั้น คนที่เขาเกลียด แล้วแบบนี้ชายหนุ่มควรจะทำอย่างไรกับเลือดเนื้อเชื้อไขของสองคนนั้นดี!
