บทที่ 13 ใจกากแต่ปากเก่ง
ในตอนนี้ร่างสวยที่แทบจะเปลือยเปล่าเหลือเพียงชั้นในสีขาวตัวจิ๋วกับซิลิโคนที่ปิดหน้าอกไว้ เธอรีบยกมือขึ้นมาปิดทั้งส่วนบนส่วนล่างด้วยความอาย
“ยะ อย่าเพิ่งมอง ฉันยังไม่ได้เตรียมใจ” น้ำเสียงละล่ำละลักตกใจ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายก็ถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกเช่นกัน
แม่เจ้า! ไอ้ตรงนั้นของเขาใหญ่มาก เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ เพิ่งเคยเห็นอะไรเต็มสองลูกกะตาแบบนี้
ตะแต่ที่แน่ ๆ ไม่ใช่นิ้วก้อยอย่างที่เธอคิดเลยสักนิด!! อา…บ้าจริง…หยุดมองไม่ได้เลย
“บอกแล้วว่าไม่ใช่นิ้วก้อย” ไอดินยกยิ้มมองสายตาโนรินที่กำลังอ้าปากค้างมองไอ้นั่นของเขาอยู่
“ฉันว่า…เราสองคนอย่าเพิ่ง…” ความกลัวเริ่มครอบงำเมื่อเห็นบางอย่างขนาดใหญ่กำลังผงาดเด่น โนรินออกอาการลังเลอย่างเห็นได้ชัด อย่าว่าแต่นิ้วของตัวเองเธอยังไม่กล้าแหย่มันเข้าไป แล้วนี่มหึมาขนาดนี้มันจะเข้าไปยังไงก่อน…
“โซฟา หรือ ห้องนอน?” คำถามหลอกล่อที่ชวนให้สับสนพูดแทรกขึ้นมา เมื่อเห็นโนรินเอาแต่จ้องแต่ท่าทางเหมือนสติสตังหลุดลอยไปหมดแล้ว
“ห้องนอน”
อ๊ะ…เธอตอบอะไรออกไปเนี่ย ใจกากแต่ปากเก่ง เผลอพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไปเฉย
“โอเค งั้นก็ในห้องนอน”
“หา…เออ คือ คือ…ว้าย!”
ไม่ทันแล้วโนริน ไม่ทันได้ปฏิเสธหรือคิดอะไรได้อีกต่อไป ร่างกำยำที่เปลือยเปล่าของไอดินตรงเข้าช้อนโนรินขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาว ก่อนพาเดินตรงไปที่ห้องนอน
หัวใจดวงเล็กเต้นโครมคราม เมื่อผิวหนังสัมผัสกันและกัน มันวูบวาบราวกับมีปฏิกิริยาบางอย่าง ไอดินค่อย ๆ วางร่างเล็กลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล ทว่าช่างผิดกับสายตาที่ร้อนแรง สายตาของเขาในตอนนี้พร้อมจะกลืนกินคนตรงหน้าให้หลอมละลายไปทั้งตัว
แผ่นหลังของโนรินถูกวางลงจนสัมผัสกับเตียงนอนนุ่มสีขาว ก่อนที่ร่างกำยำที่แข็งแกร่งจะตามเข้ามาทาบทับแล้วบดจูบไปอีกครั้ง ฝ่ามือหนาดึงจุกซิลิโคนของโนรินออกไปไม่รู้ตอนไหน รู้ตัวอีกทีไอดินก็เคลื่อนใบหน้าต่ำลง ก่อนจะกดจูบไล่ไปตามไหปลาร้าไปจนถึงบ่ากลมมน ลิ้นสากลากเลียสลับเม้มดูดไปจนถึงเนินอก ในขณะที่ฝ่ามืออีกข้างเคล้นคลึงความตึงแน่นที่ไม่เคยผ่านมือชายมาก่อน
“อะ…อึม” ร่างบางสะดุ้งเฮือก ทันทีที่อุ้งปากร้อนเข้าครอบงำที่ยอดอก เขาช่างทำตัวเองราวกับกำลังทำตัวเป็นเด็กน้อย แต่กลับสร้างสัมผัสที่ชวนให้หวาบหวามให้โนริน
ฝ่ามือหนาอีกข้างค่อย ๆ เลื่อนไปสัมผัสที่ต้นขาก่อนค่อย ๆ ไล้มาจนชั้นในสีขาวที่เหลือเป็นป้อมปราการสุดท้าย
เฮือก!!
“อ๊ะ อึม…” เหมือนจะได้ยินเสียงครางที่น่าอายของตัวเองหลุดรอดออกมา โนรินรีบกัดริมฝีปากก่อนจะยกหลังมือมาปิดปากเพราะกลัวว่าตัวเองจะเผลอส่งเสียงร้องที่น่าอายมากกว่านี้
เหมือนไอดินเองจะรู้ว่าเธอมีปฏิกิริยาตอบสนอง เขาผละอุ้งปากที่กำลังดุนดันยอดอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าสวยที่กำลังเห่อแดงด้วยความอาย
อาจจะเพราะด้วยระดับแอลกอฮอล์ที่เป็นตัวช่วยกระตุ้นอารมณ์ หรือเป็นเพราะฮอร์โมนภายในกายที่กำลังสูบฉีด ทว่าในตอนนี้นัยน์ตาคู่หวานกำลังมองสบตากับเขาด้วยนัยน์ตาปรือฉ่ำ
ริมฝีปากกระตุกยิ้มก่อนก้มลงไปโลมเลียสลับเม้มดูดที่หน้าอกอีกครั้ง นิ้วร้ายเริ่มทำหน้าที่เคล้นคลึงเบา ๆ ถูไถอยู่ภายนอกชั้นในสีขาว แต่ก็สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดจนโนรินต้องบิดขาเข้าหากัน ก่อนที่เขาจะเริ่มสอดมือไปใต้กางเกงในตัวจิ๋ว
“ยะ…อย่า…อ๊า…”
สัมผัสจากปลายนิ้วค่อย ๆ ส่งเข้าไปในหลืบร่องที่เหมือนจะมีความชุ่มฉ่ำรออยู่ ดูเถอะขนาดแค่ปลายนิ้วเดียวที่ล่วงล้ำเข้ามา โนรินยังรู้สึกเสียวแทบจะบ้า เธอรีบรั้งฝ่ามือของเขาไว้เพื่อไม่ให้สอดนิ้วลงไปลึกกว่านั้น
“อื้อ…อย่า”
ไอดินไม่ได้สนใจเสียงประท้วงนัก เขาใช้มืออีกข้างจับมือของเธอออก นึกแปลกใจกับความคับแน่นที่สัมผัส ก่อนที่เขาจะเริ่มขยับปลายนิ้วเข้าออก
ชั้นในตัวจิ๋วถูกดึงลงไปจนหลุดออกไปจากเรียวขาจนเหลือเพียงเนื้อตัวที่เปลือยเปล่าตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ โนรินยกมือสองข้างปิดบังใบหน้าด้วยความอาย ท่าทางไร้เดียงสาที่แฝงความเย้ายวนทำให้ไอดินประหลาดใจ
-ให้ตายเถอะ เธอทำเหมือนไม่เคย-
แต่ก็นะ เพราะท่าทางแบบนี้แหละที่เขาห้ามใจไว้ไม่ไหว
ไอดินละใบหน้าออกจากเต้าคู่งาม ก่อนย้ายสายตาไปจับจ้องปลายนิ้วของเขาที่กำลังขยับเข้าออกจากจุดที่บอบบาง ไม่อยากจะเชื่อว่าสิ่งสวยงามที่เห็นอยู่ตรงหน้า จะเคยผ่านศึกมาแล้วอย่างที่เธอบอก
ยิ่งเห็นยิ่งไม่เชื่อ ยิ่งสัมผัสยิ่งติดใจ ข้อความนี้ไม่เกินจริง
ครั้นพอเขาขยับปลายนิ้วช่องทางรักสีชมพูระเรื่อที่เต็มไปด้วยความลื่นไหล กลับหดเกร็งตอดรัดราวกับไม่เคยมีใครได้สัมผัสมันมาก่อน
เรียวนิ้วของเขาเริ่มขยับถี่รัวขึ้น ในขณะที่โนรินครางกระเส่า เธอพยายามขยับสะโพกหนี พร้อม ๆ กับหุบขาเข้าหากัน แต่เขาก็เหมือนช่างรู้ทัน ไอดินใช้ท่อนแขนดันหว่างขาของเธอให้กว้างออก ก่อนจะเร่งจังหวะจากปลายนิ้วให้เร็วขึ้น
“อ๊า…”
ไม่ช้าพอถูกกระตุ้นหนักเข้า จากดิ้นรนเพื่อต่อต้าน กลับกลายเป็นขยับเอวเด้งเพื่อตอบรับ เสียงเรียวนิ้วกระทบเข้าออกกับหยาดน้ำหวานจนเกิดเสียงดังเจาะแจ๊ะที่น่าอาย
ไม่นานนักลมหายใจหอบกระเส่าเพราะโดนปลายนิ้วเข้าจู่โจมก็กลายเป็นหวีดร้อง ก่อนจะปลดปล่อยความลื่นไหลทะลักออกมาพร้อมกับแรงตอดรัดตุบที่ปลายนิ้ว
“พะ พอแล้ว”
