บทที่ 2 ติณณภพ

ติณณภพ

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำงานของผมดังขึ้นตามมารยาท

“เชิญ” ผมส่งเสียงบอกให้คนข้างนอกรับรู้ ก่อนเสียงประตูห้องจะเปิดเข้ามาพร้อมกับเลขาวัยยี่สิบปลาย ๆ ที่กำลังตั้งท้องหอบแฟ้มเข้ามาส่งตามหน้าที่

“นี่เป็นประวัติของคนมาสมัครเป็นเลขาทั้งหมดค่ะ” ดาวเดือนบอกพร้อมกับวางแฟ้มคนที่จะทำงานร่าวมกับผมลงบนโต๊ะ

เธอเป็นเลขาของผมที่เข้ามาทำงานตั้งแต่เรียนจบใหม่ ๆ แต่ความสามารถของเธอทำให้ผมเลือกเด็กจบใหม่อย่างเธอมาทำงานด้วยอย่างไม่ลังเล และผลการทำงานของเธอก็ไม่ผิดหวังที่ผมให้โอกาสเธอ

“ครับ แล้วน้องคุณได้มาด้วยหรือเปล่า” ผมถามกลับไปอย่างที่เธอเคยเปรยไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่ถึงจะเป็นดาวเดือนก็ไม่ใช่ว่าผมจะตอบตกลงรับเลยหรอก เพียงแค่เห็นดาวเดือนฝากฝังไว้แล้วผมก็แค่จะช่วยพิจารณาเป็นพิเศษ

“มาค่ะ ทำทุกอย่างตามขั้นตอนเรียบร้อย นางสาวแพรวา บุญธรรมรงค์ ค่ะ” ดาวเดือนตอบรับไม่ลืมแจ้งพร้อมกับบอกชื่อนามสุกลของคนรู้จักให้ผมรับรู้

“เดี๋ยวผมดูให้แล้วกัน แต่ถ้าเค้าทำข้อสอบไม่ผ่านผมต้องลอกไว้ก่อนว่าก็คงรับไม่ได้” ผมบอกให้เธอรู้ก่อนว่ายังไงผมก็เน้นที่ความสามารถมากกว่าเส้นสายก่อนอยู่แล้ว งานผมตรงนี้มันหนักและต้องมีความสามารถเกินกว่าจะเสียเวลาหาคนใหม่เรื่อย ๆ ได้ตลอด

“ดิฉันทราบค่ะ งั้นขอตัวก่อนนะคะ”

ดาวเดือนตอบรับด้วยรอยยิ้มอย่างเข้าใจดีเพราะเธอรู้ว่าผมเป็นคนค่อนข้างจริงจังกับการทำงานมากแค่ไหน จะไม่ยอมรับคนไม่ได้เรื่องเข้ามาอยู่ข้างกายเด็ดขาดต่อให้คนที่ใกล้ชิดผมที่สุดฝากฝังมาก็เถอะ

ผมพยักหน้าให้เธอโดยไม่มีอะไรจะสั่ง ก่อนจะก้มหน้าทำงานที่ค้างต่ออีกนิดหน่อย

ขอแนะนำตัวก่อน ผมติณ ติณณภพ ตอนนี้อายุ 30 ปี นิสัยผมเหรอผมรู้ว่าเวลาทำงานผมจะจริงจังมาก สุขุม นิ่ง ๆ และเด็ดขาด แต่เวลาปกติผมก็เหมือนคนทั่วไปมีสังสรรค์บ้าง และจริง ๆ แล้วผมเป็นคนอบอุ่นคนหนึ่งกับคนรักเลยแหละ แต่หลังจากวันนั้นจนถึงวันนี้ผมคงไม่มีความรู้สึกแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว

ผมเป็นลูกชายคนโตของบ้าน เข้ามารับช่วงต่อจากพ่อตั้งแต่เรียนจบ ผมต้องดูแลธุรกิจหลายแห่งทั่วทั้งประเทศของครอบครัวด้วยตัวเอง ถึงจะมีเหนื่อยบ้างแต่ก็ไม่อยากกวนให้พ่อมาช่วยอยากให้ท่านได้พักผ่อนบ้างเพราะท่านทำมาทั้งชีวิตแล้ว ส่วนน้องชายตอนนี้ก็ยังหวังพึ่งอะไรมันไม่ได้ อยากขอทำงานที่ตัวเองรักก่อนสักสองสามปีแล้วจะเข้ามาช่วยจริงจังอีกที แต่ก็ดีที่มันยังเข้ามาเรียนรู้งานบ้างเรื่อย ๆ ไม่ได้ทิ้งไปเลย

หลังจากเคลียร์งานบนโต๊ะเสร็จก็ยังเหลือเวลาอีกมาก ผมเลยใช้เวลาว่างนี้หยิบแฟ้มประวัติของคนที่สมัครเป็นเลขาวันนี้มาดู จะได้รีบเลือกมาสัมภาษณ์ส่วนตัวและรีบเรียนงานให้เป็น เพราะอีกไม่นานดาวเดือนก็ต้องออกแล้วงานจะได้ส่งมอบงานกันได้ต่อเนื่องไม่ขาดตอน

ผมใช้เวลาพอสมควรในการดูประวัติพร้อมกับผลการสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์เบื้องต้นที่แนบมาของแต่ละคน วันนี้มีคนมาสมัครเยอะเหมือนกัน ก็อย่างว่าบริษัทขนาดใหญ่แบบนี้ผลตอบแทนสู้อย่างนี้ มันเป็นที่ต้องการของคนอยากทำงานอยู่แล้ว และมันก็เป็นที่ที่ต้องการคนมีความสามารถเหมือนกัน

แต่เท่าที่ผมดูมาส่วนมากหน้าตาดีเหมาะกับการเคียงคู่ออกพบลูกค้าเป็นหน้าเป็นตาให้แก่ประธานอย่างผมไม่น้อย เพราะเรื่องรูปร่างหน้าตาก็มีส่วนสำคัญเหมือนกัน เพราะพวกเธอจะต้องเป็นเหมือนด่านหน้าให้ผมก่อน

ถึงอย่างนั้นแต่พอดูผลการสอบแล้วก็ทำให้เผลอถอนหายใจไปบ้าง เพราะบางคนทำข้อเขียนได้ดีผ่านเกณฑ์แต่พอคะแนนสัมภาษณ์กลับต่ำกว่าเกณฑ์จนไม่ผ่าน บางคนทำข้อเขียนไม่ได้เรื่องต่ำกว่ามาตรฐานแต่สัมภาษณ์ดี แต่บางคนหน้าตาดีอย่างเดียวแต่ผลสอบทั้งสองไม่ได้เรื่อง ไม่รู้ว่าฝ่ายบุคคลใช้เกณฑ์อะไรเลือกเอาประวัติคนพวกนี้มาให้ผมดูให้เสียเวลา

การสอบข้อเขียนวัดความรู้พื้นฐานของตัวบุคคล ส่วนการสอบสัมภาษณ์ก็เป็นการวัดไหวพริบและตรรกความคิดส่วนตัวนั่นเอง ซึ่งมันต้องควบคู่ไปด้วยกัน ฉลาดทำงานฉลาดใช้ชีวิต ถึงจะทำงานรับหน้าผมได้ในบางครั้ง

จนกระทั่ง

“ลิน” ผมหยิบแฟ้มหนึ่งในสามอันสุดท้ายขึ้นมาเปิดดู ก่อนจะต้องตกใจกับรูปที่ติดมาในประวัติ และไม่ลืมที่จะมองไปที่ชื่อของคน ๆ นั้น “แพรวา บุญธรรมรงค์”

นี่มันคนรู้จักของดาวเดือนเลขาผมนี่ แล้วทำไม... ผมนั่งไล่อ่านประวัติของผู้หญิงคนนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนไม่ขาดสักตัวซึ่งไม่มีตรงไหนเลยที่ผมรู้จัก และพอดูผลการสอบของเธอทั้งคะแนนข้อเขียนและคะแนนสัมภาษณ์อยู่ในเกณฑ์ดีมาก อีกทั้งจบบริหารฯ มาโดยตรง

แต่ประเด็นคือมันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับผู้หญิงที่ผมรู้จักเลยสักนิด แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไงกันล่ะ

“คุณดาว เข้ามาพบผมหน่อย” ไม่รอช้าผมต่อสายหาดาวเดือนหน้าห้องทันที อย่างน้อยเธอก็น่าจะรู้จักผู้หญิงคนนี้ดีพอสมควรถึงกล้ามาฝากงานกับผม งั้นคงจะตอบคำถามของผมได้อย่างดี

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ไม่นานเสียงเคาะประตูตามมารยาทดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะเปิดออกพร้อมกับร่างของหญิงตั้งครรภ์เดินเข้ามาด้านใน

“คุณติณมีอะไรคะ” ดาวเดือนถามออกมาทันทีตามหน้าที่ของเธอ

“คุณจัดการนัดแพรวา มาให้ผมสัมภาษณ์พรุ่งนี้เก้าโมงเช้าที่นี่ด้วยนะ” ผมบอกความต้องการของตัวเองออกไปให้ดาวเดือนจัดการต่อทันที

“ได้ค่ะ” ดาวเดือนได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มรับด้วยความดีใจเพราะอย่างน้อยผมก็เรียกสัมภาษณ์ด้วยตัวเองก็แปลว่ามีสิทธิ์จะผ่านการสอบได้แล้ว

“ว่าแต่ คุณกับแพรวานี่รู้จักกันมานานหรือยัง” ผมเริ่มเข้าประเด็นที่สงสัยด้วยความอยากรู้ทันที

“รู้จักมานานแล้วค่ะ ดาวเคยเห็นแพรมาตั้งแต่แกเด็ก ๆ แล้วค่ะ”  

ดาวเดือนตอบความเป็นไปเป็นมาของเธอกับแพรวาออกมา และคำตอบนี้ยิ่งทำให้ผมเริ่มหมดหวังแต่ก็ยังเต็มไปด้วยคำถาม

“ผมไม่มีอะไรแล้ว คุณออกไปเถอะ แล้วก็อย่าลืมเรื่องที่ผมสั่งแล้วกัน” ผมบอกดาวเดือนออกไปอย่างไม่ได้ถามอะไรต่อเพราะมันอาจจะดูแปลกไป

“ค่ะ” ดาวเดือนตอบรับก่อนเธอจะก้มห้วแล้วเดินออกจากห้องไป

“รู้จักตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วงั้นเหรอ” เมื่ออยู่คนเดียวผมก็ทวนสิ่งที่ดาวเดือนตอบกลับมาอย่างปล่อยวางไม่ได้

แบบนี้มันก็ไม่ใช่อย่างที่ผมคิดสิ เพราะผู้หญิงที่ผมรักเธอพึ่งจากไปเกือบสองปีที่แล้วนี่เอง แต่ทำไม...

ผมสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านนี้ออกไปก่อนจะเก็บของออกไปพบลูกค้าด้านนอก ส่วนเรื่องนี้มันคงเป็นแค่เรื่องบังเอิญที่ผมคิดไปเองเท่านั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป