บทที่ 7 มื้อเช้า

แพรวา

“ขอบคุณสำหรับข้าวเย็นนะคะ” พอเดินมาถึงหน้าห้องของฉัน ฉันก็ไม่ลืมหันไปบอกท่านประธานที่เคารพอีกครั้ง อ้อไม่ต้องคิดว่าคุณติณณภพมาส่งฉันถึงหน้าห้องหรอกนะ แต่เพราะว่าห้องของเราอยู่ตรงข้ามกันต่างหากล่ะ

“แค่ตั้งใจทำงานก็พอ”

คุณติณณภพตอบกลับมานิ่ง ๆ ซึ่งแน่นอนว่าปกติฉันไม่ได้ขี้เกียจเลยสักนิด ไม่เคยเลยด้วย

“ฉันก็ตั้งใจทำงานให้คุณทุกวันอยู่แล้วค่ะ ไม่เคยอู้ ไม่เคยบ่น ไม่เคยงอแงด้วย” ฉันรีบบอกข้อดีของตัวเองออกไปตามตรง

ถึงจะมีเลิกดึกบ้าง เข้างานก่อนเวลาบ้าง แต่สวัสดิการที่ได้รับกลับมามันก็หักลบกันได้ ไหนจะสวัสดิการเสริมที่ได้อยู่ห้องพักหรู ๆ แบบนี้ กินอาหารฟรีเกือบทุกวัน มีรถไปรับไปส่งบ่อย ๆ อีก หาที่ไหนไม่ได้แล้ว

“แบบนี้ต้องให้คนอื่นชมหรือเปล่า”

คุณติณณภพพูดออกมากวน ๆ แต่จะอะไรล่ะ ก็เค้าหาว่าฉันหลงตัวเองชมตัวเองน่ะสิ

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันไม่อยากได้คำชมจากใคร แค่บอกให้ท่านประธานที่เคารพรับรู้ว่าฉันตั้งใจทำงานให้คุณแค่นั้นฉันก็สบายใจแล้ว” ฉันตอบกลับอย่างสบาย ๆ ก็ไม่ได้อยากได้คำชมจากใครจริง ๆ เรารู้ตัวเราเองดีก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ

“หึ! เข้านอนได้แล้ว” คุณติณณภพส่ายหัวให้อย่างไม่จริงจังก่อนจะพูดออกมา

“ค่ะ ฝันดีนะคะท่านประธาน” ฉันเองก็ตอบรับอย่างที่ทำประจำกลับไปเหมือนกัน

“อืม ฝันดี” คุณติณภพพูดก่อนจะหมุนตัวไปห้องตัวเองไป ฉันก็หันตัวเข้าห้องตัวเองไม่ต่างกัน

หลังจากเข้าห้องมาฉันก็เข้าไปอาบน้ำ ไม่นานก็ออกมาด้วยผ้าขนหนูผืนเดียวอย่างเคยตัวเลือกชุดนอนมาใส่และทิ้งตัวนอนเล่นบนเตียงที่นุ่มด้วยความเหนื่อยล้า แต่แทนที่จะได้นอนหลับกลับนอนคิดถึงแต่รอยยิ้มของใครบางคนที่อยู่ห้องตรงข้าม

“ถ้าคุณยังทำแบบนี้ต่อไป ฉันต้องคิดกับคุณมากกว่าเจ้านายลูกน้องแน่ ๆ เลย” จะว่าฉันใจง่ายหรือคิดเกินตัวฉันก็ไม่เถียงหรอก

แต่จะให้ฉันคิดยังไงล่ะก็พี่ดาวเดือนที่ทำงานกับคุณติณณภพมาตั้งกี่ปียังบอกว่าเค้าเข้มงวดกับการทำงานมาก ๆ แต่จนตอนนี้ฉันยังไม่เห็นความเข้มงวดที่แสดงออกมาให้ฉันเห็นเลย ฉันไม่ได้หมายความว่าเค้าทำงานเล่น ๆ นะ แต่หมายถึงว่าเข้มงวดจนไม่มีการพูดเล่นหรือคุยอะไรนอกเหนือจากเรื่องงานแบบนั้น แต่ทั้งหมดมันไม่ใช่ไง ฉันกลับเห็นว่าเค้ายิ้มตลอดเวลาด้วย ใจดีกับฉันไม่น้อยเลย

แล้วไหนจะการดูแลเอาใจใส่ฉันทั้งเรื่องไปทำงานด้วยกัน กลับด้วยกันเกือบทุกวันถ้าเค้าไม่ได้กลับบ้าน แถมวันไหนที่กลับด้วยกันก็จะต้องไปกินข้าวก่อนกลับห้องตลอดด้วย ส่วนตอนเช้าก็เหมือนกัน คุณติณณภพจะมาฝากท้องที่ห้องฉันทุกวันที่เค้ากลับมานอนคอนโด

ไหนจะความใกล้ชิดที่เค้าทำเหมือนเราไม่ใช่ลูกน้องกับเจ้านาย แบบนี้จะไม่ให้ฉันหวั่นไหวได้ยังไงกัน หัวใจฉันไม่ได้แข็งเหมือนหินสักหน่อยที่จะไม่หวั่นไหวกับการกระทำอบอุ่น ที่มาจากคนที่หล่อมากกกก~แบบนี้

“เลิกคิดอะไรเพ้อเจ้อได้แล้วยัยแพร!” ฉันไล่ความคิดเหลวไหลในหัวออกทันทีก่อนจะปิดไฟนอน

ที่เป็นอยู่แบบนี้มันก็ดีอยู่แล้ว ถ้าวันหนึ่งฉันตกหลุมรักคุณติณณภพขึ้นมาจริง ๆ ก็จะขอแค่แอบรักเค้าโดยไม่คิดแย่งชิงหรือให้เขารู้หรอก เพราะคนระดับเค้าจะมาสนใจอะไรคนธรรมดาอย่างฉันกันล่ะ จริงไหม

กริ๊งงงงงงงง!! เสียงดังบนหัวปลุกฉันให้ตื่นจากหลับฝันดีทันที นาฬิกาพวกนี้เสียมารยาทจริง ๆ ส่งเสียงดังรบกวนเวลาคนนอนคนอื่นอย่างไม่เกรงอกเกรงใจกันเลยสักนิด ถ้าไม่ติดว่าต้องใช้แม่จะปาทิ้งให้แตกไม่เหลือชิ้นดี!!

“ตื่นแล้วววว!” ฉันพูดออกมาด้วยความหงุดหงิดก่อนจะกดปิดนาฬิกาที่แผดเสียงร้องไม่หยุด แล้วก็ต้องลากตัวเองเข้าห้องน้ำไปด้วยสภาพที่ยังง่วงและขี้เกียจ

การทำงานไม่ใช่เรื่องยาก แต่การตื่นไปทำงานคือเรื่องยากที่สุดต่างหาก!

ใช้เวลาไม่นานฉันก็จัดการตัวเองจนเสร็จสรรพออกมาแต่งตัวจัดการความเรียบร้อยอย่างดี ก่อนจะออกจากห้องนอนไปที่ครัว วันนี้ขี้เกียจขอแค่ขนมปังปิ้งกับนมแล้วกัน แต่ก็ไม่ลืมกาแฟให้ท่านประธานที่เคารพรักของฉันด้วย

ออด! ออด! ออด! พูดยังไม่ทันขาดคำก็มาแล้ว อายุยืนจริง ๆ ฉันวางมือจากของที่เตรียมเสร็จพอดีเดินไปเปิดประตูให้คุณติณณภพ

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” ฉันทักทายไปด้วยรอยยิ้มให้กับคนหน้าคุ้นเคยที่มาฝากท้องห้องฉันประจำ คนที่คงจะมาเก็บดอกเบี้ยค่าอาหารเวลาเค้าเลี้ยงฉันคืนนั่นเอง

“อรุณสวัสดิ์”

เสียงเข้มเอ่ยออกมาก่อนจะเดินเข้าห้องไปทันที โอเค ทราบค่ะว่าที่นี่เป็นที่ของคุณ แต่ตอนนี้ฉันอาศัยอยู่นะคะท่านประธาน รอฉันเชิญก่อนก็ไม่ได้เนอะ

“วันนี้มีแค่ขนมปังกับกาแฟนะคะ” ฉันปิดประตูเดินตามเข้ามาแล้วบอกคุณติณณภพออกไป

“อืม ปกติฉันก็กินแค่นี้แหละ” คุณติณณภพตอบกลับมาอย่างไม่เรื่องมาก

เขาเป็นแบบนี้ตลอด ฉันคิดว่าคนอย่างเขาจะช่างเลือกและเรื่องมากกับทุกอย่าง แต่ไม่เลย โดยเฉพาะเรื่องกินอยู่ง่ายกินง่ายมาก ๆ

“เอาอะไรดีคะ ส้ม สตอเบอรี่ หรือนมข้นดี” ฉันเทกาแฟดำให้คุณติณณภพก่อนจะหันมาถามเค้าถึงแยม เพราะปกติฉันไม่เคยทำแบบนี้ไง เลยไม่รู้ว่าเค้าชอบแบบไหน

“เอาอะไรก็ได้” คุณติณณภพตอบกลับอย่างไม่เรื่องมากอีกเช่นเคย ซึ่งฉันก็พอรู้ว่าเค้ากินอยู่ง่าย

“งั้นเอาสตอเบอรี่ดีกว่า ฉันชอบ” ก็ไอ้อะไรก็ได้มันไม่มีอ่ะ แล้วก็คิดแทนไม่ได้ด้วยฉันคิดไม่ออกหรอก เอาแบบที่ฉันชอบนี่แหละจะได้ทำทีเดียวเลย

ฉันบอกก่อนจะทาแยมใส่ที่ขนมปังของคุณติณณภพสองแผ่นวางไว้ในจานเค้าและของตัวเองสองแผ่น

“อาหารเช้าสำคัญทานให้หมดนะคะ หรือถ้าจะเอาเพิ่มบอกฉันได้ เดี๋ยวฉันทาให้อีก” ฉันพูดบอกก่อนจะลงมือกินขนมปังกับนมของตัวเอง เพราะฉันไม่ค่อยชอบกินกาแฟหรอกถ้าไม่ง่วงจริง ๆ

“ฉันไม่ได้กินเยอะเหมือนเธอสักหน่อย”

คุณติณณภพตอบกลับมาอย่างไม่จริงจัง ชอบบ่นและทำให้ฉันอายเรื่องกินเยอะอยู่เรื่อย จนบางครั้งก็ต้องสงวนท่าทีของตัวเองบ้าง แม้จะทำได้น้อยครั้งก็เถอะ

“ก็คุณตัวโตแล้วนี่คะ แต่ฉันกำลังอยู่ในวัยกำลังกินกำลังนอนเลยต้องกินเยอะ ๆ หน่อย” ฉันตอบไปติดตลก เพราะรู้ตัวอยู่ว่าชอบกินเยอะ เยอะมากด้วย จนบางครั้งก็ไม่เหมือนผู้หญิงสักนิด

“อย่าลืมว่าเธอเลยวัยนั้นมานานแล้ว” คุณติณณภพพูดแย้งขึ้นราวกับฉันโกหก ทั้งที่จริง ๆ มันคือเรื่องจริงต่างหาก

“ใครว่าล่ะคะ ฉันพึ่งจะเข้าวัยนั้นเองต่างหาก ถ้าคุณจะใช้งานฉันหนักฉันก็ไม่ว่าหรอกนะคะ แต่ว่าต้องเลี้ยงฉันดี ๆ รู้ไหม ฉันจะได้ทำงานให้คุณได้เต็มที่” ฉันแย้งและอธิบายออกไปให้เขาได้เข้าใจ เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้องเคยได้ยินไหม ถ้าท้องอิ่มสมองก็ทำงานดี

“หึ! ถ้าเป็นเด็กดี ฉันจะให้กินดีอยู่ดีไม่มีข้อแม้เลย” คุณติณณภพแค่นขำก่อนจะตอบกลับมาอย่างว่าง่ายและสายเปย์ให้กับฉันอย่างดี

“พูดแล้วนะคะ ห้ามคืนคำด้วย” ฉันชี้ย้ำคำพูดคุณติณณภพออกไปบอกให้เขารู้ว่าฉันจำได้ไม่ลืมแน่ แค่ได้กินดีอยู่ดีก็เป็นความสุขของฉันแล้ว

“ไม่มีปัญหา” คุณติณณภพไหวไหล่ตอบกลับมาสบาย ๆ ฉันเลยยิ้มให้ก่อนจะลงมือกินขนมปังต่อ

หลังจากจัดการกับมื้อเช้าง่าย ๆ เสร็จฉันกับคุณติณณภพก็ออกไปทำงานด้วยกันเหมือนเดิม โดยที่รถก็ติดเหมือนเดิมทุกวัน

“วันนี้มีอะไรด่วนไหม” ระหว่างที่เราขึ้นลิฟท์มาคุณติณณภพก็ถามขึ้น เข้าโหมดทำงานก็มีจริงจังแบบนี้แหละ

“วันนี้ตอนบ่ายสามมีนัดกับคุณพีรพัฒน์ที่ร้านกาแฟค่ะ” ฉันบอกคุณติณณภพออกไปโดยไม่ต้องเปิดไอแพดดูเพราะมีนัดแค่ที่เดียวเลยจำได้

“อืม เธอออกไปกับฉันเหมือนเดิมแล้วกัน” คำสั่งเดิม ๆ เวลาออกไปพบลูกค้าจะมีเลขาอย่างฉันพ่วงไปด้วยเพื่อช่วยจดรายละเอียดให้

“รับทราบค่ะ” ฉันตอบรับท่านประธานที่เคารพออกไปทันทีตามหน้าที่ เขาเลี้ยงดีก็ทำงานให้คุ้มถูกแล้ว

“วันนี้ไม่รับแขกนะ เอกสารเยอะ” คุณติณณภพเปิดประตูเข้าไปในห้องแต่ยังไม่ได้เข้าห้องก็หันมาบอกฉันก่อน สงสัยจะเห็นเอกสารที่กองรอบนโต๊ะนั่นแหละ

“ได้ค่ะ” ฉันรับคำสั่งออกมาอย่างรู้หน้าที่ของตัวเอง ก่อนจะแยกย้ายกันทำหน้าที่ของตัวเอง

กริ๊งงงง! กริ๊งงงง! ระหว่างนั่งทำงานอยู่เสียงโทรศัพท์สำนักงานบนโต๊ะก็ดังขึ้นเรียกความสนใจของฉัน

“สวัสดีค่ะ” ฉันกรอกเสียงออกไป

(วันนี้ไม่ออกไปกินข้าว สั่งเข้ามากินที่นี่นะ) เสียงเข้มคุ้นหูเอ่ยออกมาอย่างรวบรัดชัดเจน

“รับทราบค่ะ” ฉันตอบกลับไปก่อนจะยกมือดูนาฬิกา

การทำงานล่วงเลยมาจนเกือบเที่ยงอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัวเลยสักนิด เวลางานเยอะงานเร่งงานรีบเวลานี่เดินเร็วจริง ๆ วันไหนงานไม่รีบนะเดินเหมือนคนป่วยเลย

(สองที่ ฉันกับเธอ)

พอสิ้นสุดความต้องการท่านประธานที่เคารพก็วางสายไป ตัวเองไม่ออกไปกินแล้วทำไมต้องให้ฉันอยู่กินด้วยเนี่ย ช่างเป็นคนขี้เหงาจริง ๆ

ตั้งแต่มาทำงานที่นี่ตั้งหลายเดือนฉันมีโอกาสได้ออกไปกินข้าวกับพนักงานด้วยกันแค่ช่วงที่พี่ดาวเดือนอยู่เอง หลังจากพี่ดาวเดือนออกแล้วคุณติณณภพก็สั่งให้ฉันกินเป็นเพื่อนเค้าตลอด ถ้าไม่สั่งมากินที่นี่ก็ออกไปกินด้วยกันข้างนอก จนตอนนี้ฉันแทบไม่มีเพื่อนสนิทในที่ทำงานแล้วอ่ะ แต่ผู้เป็นใหญ่สั่ง ผู้น้อยอย่างฉันก็ขัดไม่ได้ จัดการโทรสั่งอาหารมาสองที่ทันที

และหลังจากอาหารมาส่งฉันก็ต้องเอาไปจัดใส่จานก่อนจะยกมาในห้องของท่านประธานที่เคารพและนั่งกินข้าวกับเค้าสองคน

เราจะชอบเค้าไม่ได้เด็ดขาด นั่นมันเจ้านายเลยนะ!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป