บทที่ 5 หลังกล้องหยุมหัว 1

หลังกล้องหยุมหัว

แสงไฟโดนัทสปอตไลท์สีขาวนวลดับลงพร้อมกับสัญญาณไฟสีแดงบนหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดสามสิบสองนิ้วที่เปลี่ยนสถานะจากไลฟ์เป็นอ๊อฟแอร์ ในวินาทีนั้น ราวกับสวิตช์พลังงานของเจ้าเอยถูกสับสวิตช์ตัดไฟอย่างรวดเร็ว

จากบิวตี้บล็อกเกอร์สาวสายฮา รอยยิ้มสดใสระดับร้อยเดซิเบลที่เพิ่งพูดแจ้วๆ เอาใจแฟนคลับและโปรโมตสกินแคร์แบรนด์เกาหลีไปเมื่อครู่ 

ร่างบางในชุดเสื้อไหมพรมไหล่ตกสีครีมก็นอนแผ่หลาลงกับโซฟาหนังกลางห้องนั่งเล่น คางสวยเกยอยู่กับหมอนอิง ถอนหายใจเฮือกใหญ่จนแก้มป่อง

“หมดแรง ฉันหมดแรงแล้วผิง ลิ้นฉันจะพันกันจนผูกเป็นโบว์ได้อยู่แล้วเนี่ย” เจ้าเอยบ่นเสียงอู้ฟี้ ใบหน้าเนียนใสไร้รองพื้นหนาเตอะฟึดฟัดอยู่กับหมอน

ผิงผิงผู้จัดการส่วนตัวและเพื่อนสนิทที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นข้างขาตั้งกล้อง วางไอแพดลงบนโต๊ะกระจก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมานวดขมับตัวเองด้วยสีหน้าไม่ต่างกันนัก

“แกถอนหายใจไปก็เท่านั้นเอย มาดูยอดหลังบ้านก่อนดีกว่า” ผิงผิงกวักมือเรียก 

“ไลฟ์สดสตรีมเกมคู่กับคอปเตอร์ครั้งแรกเมื่อกี้ ยอดคนดูพร้อมกันพุ่งไปถึงสี่หมื่นห้าพันคนเลยนะแก”

เจ้าเอยเด้งตัวลุกขึ้นนั่งพรวดเดียว ตาโตเป็นไข่ห่าน 

“สี่หมื่นห้า จริงปะเนี่ยผิง ปกติไลฟ์ขายลิปสติกฉันได้มากสุดแค่สองพันคนเองนะ”

“ก็เออน่ะสิ กระแสรูปคู่ เมื่อคืนมันปูทางไว้ดีมาก ยิ่งแกมานั่งแคสเกมโชว์ความโก๊ะ แล้วมีคอปเตอร์นั่งหน้านิ่งคอยกดคีย์บอร์ดช่วยอยู่ข้างๆ คนดูแม่งจิกหมอนขาดกันเป็นแถบ” ผิงผิงยิ้มร่าพลางไถหน้าจอไอแพดชี้ให้ดู

“ดูคอมเมนต์ดิ ‘พี่เตอร์สายตาละมุนมาก น้องเอยโดนบอสฆ่าแล้วเอ๋อมาก น่ารักเคมีเคใจกุมารทองกับยัยบล็อกเกอร์สุดๆ’”

“เหอะละมุนกับผีน่ะสิ” เจ้าเอยแค่นหัวเราะ เหยียดปากมองไปทางประตูห้องนอนฝั่งขวาที่ปิดสนิท

“ยัยพวกแฟนคลับหน้ามืดตามัวพวกนั้นโดนมันหลอกเต็มๆ คอปเตอร์เนี่ยนะละมุน ตอนฉันกดปุ่มเดินผิดทาง มันแอบหยิกเอวฉันใต้โต๊ะนะผิง หยิกจริง เจ็บจริง ยังแดงอยู่เลยเนี่ย”

พูดจบเจ้าเอยก็เปิดเลิกชายเสื้อไหมพรมขึ้นนิดหน่อย ชี้ให้ผิงผิงดูรอยแดงเล็กๆ บนเอวบางของเธอ

“เอาน่าแก มันหยิกสะกิดเตือนหรือเปล่า กลัวแกเดินไปตกเหวตายกลางไลฟ์แล้วทรงจะเสีย” ผิงผิงแก้ตัวแทน

“สะกิดบ้านแกสิหยิกเน้นๆ ขนาดนั้น” เจ้าเอยโวยวาย ก่อนจะทิ้งตัวนอนลงไปใหม่ 

“แล้วไอ้หมอนั่นหายหัวไปไหนแล้วล่ะ ปิดไลฟ์ปุ๊บก็สไลด์ตัวเข้าห้องเหมือนโจรวิ่งหนีตำรวจเลย”

“เตอร์มันบอกว่าต้องไปซ้อมเกมทัวร์นาเมนต์กับทีมน่ะดิ” ผิงผิงตอบ 

“มันฝากบอกแกด้วยนะว่า”

ปัง!!!

ยังไม่ทันที่ผิงผิงจะพูดจบ เสียงประตูห้องนอนฝั่งขวาก็เปิดออกอย่างแรง 

คอปเตอร์ในชุดเสื้อยืดสตรีมเมอร์สีดำตัวโคร่ง กางเกงขาสั้นขี่ม้า เดินทอดน่องออกมาพร้อมกระป๋องน้ำอัดลมในมือ 

เขาเดินผ่านโซฟาที่เจ้าเอยนอนอยู่โดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง ราวกับเธอเป็นก้อนหินริมทาง

“จานข้าวมันไก่ที่กินเมื่อตอนเที่ยง ล้างหรือยัง” น้ำเสียงทุ้มต่ำ นิ่งสนิท และกวนประสาทเอ่ยขึ้นลอยๆ ขณะที่เขากำลังกดเปิดตู้เย็น

เจ้าเอยผุดลุกขึ้นนั่งทันที

“นายพูดกับใคร”

คอปเตอร์หมุนตัวกลับมา เอนหลังพิงประตูตู้เย็น ยกกระป๋องน้ำอัดลมขึ้นจิบ สายตาคมกริบเย็นชาจ้องมองคนบนโซฟาตั้งแต่หัวจรดเท้า

“พูดกับคนที่เซ็นกฎเหล็กข้อสองไว้ไง” เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง 

“กินอะไรเสร็จแล้วต้องล้างทันที ห้ามแช่จานทิ้งไว้ในอ่างเกินหกชั่วโมง จานข้าวมันไก่ของเธอวางแช่อยู่ในอ่างตั้งแต่บ่ายสอง ตอนนี้หกโมงเย็นแล้ว ยัยบล็อกเกอร์ไร้ระเบียบ”

“ไอ้…” เจ้าเอยกำหมัดแน่น หน้าร้อนผ่าวด้วยความโมโห 

“ฉันทำงานไลฟ์สดอยู่ไหมล่ะ เพิ่งหยุดเมื่อไม่นาทีก่อนเอง นายจะรีบไปไหนนักหนา เดี๋ยวฉันล้างให้”

“ก็แค่เตือน” คอปเตอร์พูดเสียงเรียบ เดินถือกระป๋องน้ำอัดลมมาหยุดอยู่ข้างโซฟา เขาย่อตัวลงเล็กน้อยจนใบหน้าหล่อจัดสไตล์ดาร์กๆ อยู่ในระดับเดียวกับใบหน้าของเจ้าเอย ระยะห่างที่ไม่ถึงสองคืบทำให้เจ้าเอยชะงัก 

ชั่วขณะหนึ่งที่ลมหายใจของเธอติดขัดเมื่อได้กลิ่นหอมเย็นๆ ของสบู่มิ้นต์ผสมกลิ่นน้ำอัดลมจากตัวเขา

“หลังกล้อง อย่าลืมว่าเธอเป็นแค่คนร่วมห้องที่ต้องเคารพกฎ” คอปเตอร์พูดช้าๆ ดวงตาจดจ้องดวงตากลมโตของเธออย่างไม่ยอมแพ้ 

“และช่วยเก็บกวาดคราบเครื่องสำอางบนโต๊ะแป้งส่วนกลางด้วย มันรกสายตาเวลาฉันเดินผ่าน”

“นายคณิน” เจ้าเอยแผดเสียงลั่น

คอปเตอร์ยักไหล่อย่างไม่แคร์ หมุนตัวเดินกลับเข้าห้องนอนไปพร้อมกับปิดประตูดัง ปังอีกรอบ ทิ้งให้เจ้าเอยดิ้นกุ๊กๆ อยู่บนโซฟาด้วยความคับแค้นใจ

“ผิงแกเห็นไหม มันกวนประสาทฉัน มันหาเรื่องฉันชัดๆ” เจ้าเอยหันไปหาที่พึ่ง

“เอาน่าเอย อดทนไว้ เพื่อเงินห้าล้าน ท่องไว้แก เพื่อห้าล้าน” ผิงผิงลูบหลังเพื่อนสาวเบาๆ แม้ในใจจะแอบขำกับความขิงก็ราขาเม็ดนี้ของทั้งคู่ก็ตาม

เวลาผ่านไปจนถึงช่วงดึก ประมาณสี่ทุ่มตรง

บรรยากาศภายในคอนโดหรูเงียบสงบลง แสงไฟในห้องนั่งเล่นถูกปรับให้มืดลงเหลือเพียงแสงไฟสีส้มรำไรจากโคมไฟมุมห้อง 

เจ้าเอยล้างจานเสร็จเรียบร้อยและอาบน้ำแต่งตัวในชุดนอนลายการ์ตูนตัวโปรด ผมยาวดัดลอกระเซิงถูกรวบเป็นมวยไว้กลางศีรษะอย่างหลวมๆ

เธอนั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟา มือเรียวกำลังไถหน้าจอสมาร์ตโฟนส่องกระแสในทวิตเตอร์อย่างเพลิดเพลิน ยอดผู้ติดตามในไอจีของเธอเพิ่มขึ้นมาเกือบสองหมื่นคนภายในวันเดียว สปอนเซอร์สองสามรายเริ่มทักแชตมาสอบถามคิวงานอีกครั้ง ความรู้สึกปลอดโปร่งเริ่มกลับเข้ามาแทนที่ความเครียด

จนกระทั่งมีการแจ้งเตือนแฮชแท็กใหม่ขึ้นมาบนหน้าฟีด

#หมอพีทเลิกยัยเอยเพราะเคมีไม่เข้ากัน

#มินนี่ดีกรีดาวคณะนิติ

หัวใจของเจ้าเอยกระตุกวูบ ความรู้สึกสุขใจเมื่อครู่หายวับไปในอากาศ มือเรียวกดเข้าไปดูแฮชแท็กนั้นทันที 

หน้าจอแสดงภาพถ่ายจากบัญชีไอจีของมินนี่บล็อกเกอร์คู่แข่ง เป็นภาพมินนี่นั่งยิ้มหวานอยู่ในร้านอาหารหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีหมอพีทแฟนเก่าของเธอ นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม กำลังตัดสเต๊กให้มินนี่ด้วยสีหน้าอบอุ่น

แคปชั่นของมินนี่เขียนไว้ว่า : ‘ขอบคุณสำหรับมื้อเย็นสุดพิเศษนะคะพี่พีท คนที่ใช่ไม่ต้องพยายาม ไม่ต้องเรียกร้องกระแสหน้ากล้องเหมือนใครบางคน 🥰 #RealLove’

ใต้โพสต์นั้นมีคอมเมนต์จากชาวเน็ตและเพื่อนในกลุ่มของหมอพีทเข้ามาแซะเจ้าเอยอย่างสนุกปาก

‘ว๊าวว เหมาะสมกันมากครับ เหมาะกว่ายัยบล็อกเกอร์ตกกระป๋องเยอะ’

บทก่อนหน้า
บทถัดไป