บทที่ 7 ศึกโซฟาห้องนั่งเล่น 1
ศึกโซฟาห้องนั่งเล่น
เสียงนาฬิกาปลุกจากสมาร์ตโฟนแผดเสียงดังเป็นครั้งที่สาม
เจ้าเอยงัวเงียลุกขึ้นจากเตียงนอนนุ่ม กล่องสกินแคร์หรูและขวดเซรั่มนับสิบถูกขนออกมาวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งส่วนกลาง
หญิงสาวในชุดกางเกงขาสั้นกับเสื้อไหมพรมเอวลอย กำลังจรดปลายแปรงลงบนแก้มใส เธอลงเซรั่มไฮยา เคาะเอสเซนส์ และบรรจงลงบลัชออนเนื้อครีมสีส้มพีชอย่างเบามือ ทุกขั้นตอนผ่านการฝึกฝนมานับร้อยครั้งจนแทบหลับตาทำได้ แต่เช้าวันนี้ มือเรียวกลับชะงักไปเป็นพักๆ
ความรู้สึกอุ่นวูบวาบบนแก้มขวาเมื่อคืนยังคงแจ่มชัด สัมผัสจากนิ้วเรียวยาวของคอปเตอร์ยามปาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยนยังคงรบกวนระบบความคิดของเธอไม่หยุด
‘บ้าจริง หมอนั่นก็แค่รำคาญเสียงร้องไห้ตามที่พูดนั่นแหละ อย่าไปคิดลึกสิเจ้าเอย!’ หญิงสาวสบตาตัวเองในกระจก พลางใช้สองมือตบแก้มตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติ
“ตบแก้มตัวเองแต่เช้า หน้าตึงยังไม่พอหรือไง”
เสียงทุ้มงัวเงียดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องนอนฝั่งขวา คอปเตอร์เดินงกๆ เงิ่นๆ ออกมาในสภาพผมสีดาร์กช็อกโกแลตยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง เสื้อยืดสีดำตัวเก่าที่มีรอยขาดเป็นรูเล็กๆ ตรงชายเสื้อกับกางเกงบ็อกเซอร์ขาสั้น เขาขยี้ตาพลางเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ครัวเพื่อชงกาแฟ
“นี่นาย แต่งตัวให้มันรัดกุมหน่อยได้ไหม คอนโดนี้มีผู้หญิงอยู่นะ” เจ้าเอยหันไปพูดใส่ทันที
คอปเตอร์ปรายตามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะยกแก้วน้ำร้อนขึ้นจิบ
“ผู้หญิง ไหนล่ะผู้หญิง ฉันเห็นแต่ยัยขี้มูกโป่งที่นั่งร้องไห้โฮๆ บนโซฟาเมื่อคืน”
“คอปเตอร์ บอกว่าไม่ได้ขี้มูกโป่งไงเล่า” เจ้าเอยลุกขึ้นยืนตบโต๊ะแป้งปังใหญ่ ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอาย
“หึ อารมณ์ดีขึ้นแล้วนี่ งั้นแปลว่าตื่นมาพร้อมเปิดศึกแล้วสิ” คอปเตอร์แค่นหัวเราะในลำคอ หมุนตัวเดินถือแก้วกาแฟตรงไปยังโซฟาหนังสีครีมกลางห้องนั่งเล่น
แต่ทว่าเจ้าเอยไวกว่า เธอสปีดเท้าวิ่งปรู๊ดตัดหน้าเขา แล้วทิ้งตัวนอนแผ่หลาขวางโซฟาตัวยาวทันที!
“หยุดเลยนะ โซฟานี้ของฉัน มุมนี้วิวดีที่สุด ฉันจะตั้งกล้องถ่ายรูมเมทวอร์กเดย์วันตรงนี้” เจ้าเอยอ้าแขนอ้าขากางขวางเต็มพื้นที่ ยักคิ้วหลิ่วตาใส่อย่างเหนือกว่า
คอปเตอร์ชะงัก ยืนถือแก้วกาแฟจ้องมองร่างบางบนโซฟาด้วยสายตาเย็นชา
“ฉันจะตั้งโต๊ะคอมพิวเตอร์ตรงนี้ วันนี้มีซ้อมแข่งนัดสำคัญกับทีม”
“ไปตั้งในห้องนายสิ โซฟาส่วนกลาง บิวตี้บล็อกเกอร์อย่างฉันต้องใช้ทำมาหากินย่ะ”
“ฉันเซ็นสัญญาเพื่อมาสตรีมเกมคู่ ไม่ใช่มาเป็นตัวประกอบถ่ายวอร์กของเธอ ถอยไป” คอปเตอร์วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะกระจก แล้วก้าวขาข้ามมาทาบทับร่างของเจ้าเอยโดยไม่ทันให้เธอตั้งตัว
“เหวอ!!! คอปเตอร์ นายจะทำอะไรเนี่ย” เจ้าเอยร้องเสียงหลง เมื่อคนตัวโตที่มีส่วนสูงเกือบร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรทิ้งน้ำหนักตัวลงมา มือหนาจับหมอนอิงกดลงข้างลำตัวเธอเพื่อยึดพื้นที่
ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือไม่ถึงคิว ลมหายใจอุ่นๆ กลิ่นกาแฟดำผสมกลิ่นมิ้นต์จากตัวเขาเป่ารดแก้มใส
ดวงตาเรียวจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโตอย่างดุดัน แผ่นอกกว้างภายใต้เสื้อยืดขาดๆ เบียดชิดกับไหล่บางจนเจ้าเอยสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจเขาหรืออาจจะเป็นหัวใจของเธอเองที่กำลังเต้นระทึกจนตับแทบพัง
“ฉัน ไม่ ถอย” คอปเตอร์กดเสียงต่ำ จ้องมองริมฝีปากสีส้มพีชของเธอแวบหนึ่งก่อนจะเลิกคิ้ว
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ไอ้กุมารทอง” เจ้าเอยพยายามดิ้นและใช้มือดันแผ่นอกแกร่ง แต่แรงผู้หญิงหรือจะสู้แรงสตรีมเมอร์หนุ่มวัยคึกคะนอง
กริ๊งงงงง!!! ประตูห้องถูกแตะคีย์การ์ดและเปิดออกอย่างแรง
“กรี๊ด!!! ทำอะไรกันยะพวกแกสองคน”
เสียงแหลมสูงของผิงผิงดังลั่นห้อง ผิงผิงที่หอบหิ้วขาตั้งกล้อง ไฟโดนัท และกระเป๋าอุปกรณ์นับสิบใบยืนอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน มองภาพคอปเตอร์ที่กำลังนอนทาบทับอยู่บนตัวเจ้าเอยบนโซฟาหนัง
คอปเตอร์รีบเด้งตัวลุกขึ้นยืนทันทีอย่างรวดเร็ว ทำทีเป็นจัดเสื้อยืดของตัวเอง ส่วนเจ้าเอยรีบผุดลุกขึ้นนั่ง หน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู รวบผมที่ยุ่งเหยิงเข้าที่เข้าทาง
“มันจะแย่งโซฟาฉันแก” เจ้าเอยชี้หน้าคอปเตอร์ ฟ้องเพื่อนสนิทเสียงสั่น
“แย่งอะไร เธอขวางทางฉันต่างหาก” คอปเตอร์ตอบหน้าตาย นำมือซุกกระเป๋ากางเกง
ผิงผิงถอนหายใจยาว วางข้าวของลงบนพื้นอย่างแรง
“โอ๊ย!!! เคมีสปาร์กกันตั้งแต่เช้าเลยนะพวกแกสองคนเนี่ย แต่หยุดสู้กันเดี๋ยวนี้ พี่หน่อยสั่งด่วน คอนเทนต์วันนี้เราต้องลงรูมเมทวอร์กเดย์วันภายในห้าโมงเย็นเท่านั้น”
ผิงผิงเดินตรงเข้าไปดึงตัวคอปเตอร์ “เตอร์ ไปเปลี่ยนชุดใส่เชิ้ตลายสก๊อตสีอบอุ่นที่ฉันวางไว้บนเตียงเดี๋ยวนี้ แล้วมานั่งถ่ายวอร์กคู่กันตรงโซฟานี้”
“ฉันไม่ถ่าย ไร้สาระ” คอปเตอร์ปฏิเสธทันควัน
“ห้าล้านบาทค่ะคุณชายเตอร์” ผิงผิงเน้นเสียงหนัก ยืนจ้องหน้า
“เงินห้าล้านที่จะเอาไปสร้างทีมอีสปอร์ตของแก ถ้าคลิปนี้ยอดวิวไม่ทะลุล้าน สปอนเซอร์ถอนตัว เงินห้าล้านลอยหายไปกับอากาศเลยนะ”
คอปเตอร์ชะงักไป จิ๊ปากอย่างขัดใจ สายตามองไปทางเจ้าเอยที่กำลังนั่งยิ้มเยาะเย้ยอยู่บนโซฟา ก่อนจะสะบัดหน้าเดินกลับเข้าห้องนอนไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างหัวเสีย
สิบนาทีต่อมา
กล้องโซนี่รุ่นใหม่ล่าสุดถูกตั้งอยู่บนขาตั้งไฟโดนัท แสงสปอตไลท์สีขาวนวลจับจ้องมายังโซฟาหนังสีครีม
