บทที่ 8 ศึกโซฟาห้องนั่งเล่น 2

ศึกโซฟาห้องนั่งเล่น

เจ้าเอยในลุคสดใสและคอปเตอร์ในชุดเชิ้ตลายสก๊อตทับเสื้อยืดสีขาวที่จัดทรงผมมาอย่างดี นั่งคู่กันบนโซฟา โดยมีผิงผิงคอยให้สัญญาณหลังกล้อง

“3 2 1 แอคชั่น”

ทันทีที่สัญญาณไฟสีแดงบนกล้องสว่างขึ้น เจ้าเอยก็สับสวิตช์ตัวเองทันที!

“ฮัลโหลทุกคน ยินดีต้อนรับเข้าสู่ช่องเจ้าเอยแชแนล” เจ้าเอยเอ่ยเสียงสอง รอยยิ้มหวานระดับร้อยเดซิเบลถูกจุดขึ้นบนใบหน้า เธอเอียงศีรษะเล็กน้อยอย่างน่ารัก 

“วันนี้เอยไม่ได้มาคนเดียวนะคะ แต่มาพร้อมกับรูมเมตคนใหม่สุดลึกลับ ที่ทุกคนกรี๊ดกันบ้านแตกเมื่อคืนนี้”

เจ้าเอยผายมือไปทางคอปเตอร์ที่นั่งหน้านิ่ง ตัวเกร็งเหมือนหินมารีน

“ทักทายทุกคนหน่อยสิคะคอปเตอร์” เจ้าเอยสะกิดแขนเขาเบาๆ พร้อมกับฉีกยิ้มตาหยี แต่แอบกัดฟันพูดผ่านช่องฟัน 

“ทักทายสิคอปเตอร์ ยิ้มด้วย”

คอปเตอร์ปรายตามองกล้อง ชูสองนิ้วระดับอกด้วยท่าทางเบื่อโลกขั้นสุด 

“สวัสดีครับ คอปเตอร์ครับ”

“แหม!!! สั้นๆ ได้ใจความสมเป็นสตรีมเมอร์สายดาร์กจริงๆ เลยนะคะ” เจ้าเอยหัวเราะแห้งๆ แก้สถานการณ์ 

“คือเราสองคนเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่คอนโดใหม่ด้วยกันวันแรก วันนี้เอยเลยจะมารีวิวชีวิตการอยู่ร่วมกันวันแรกค่ะ ว่าแต่คอปเตอร์มีความประทับใจอะไรในตัวเอยบ้างคะตั้งแต่ย้ายเข้ามา”

เจ้าเอยหันไปมองเขา ยิ้มหวานคาดหวังคำตอบตามบทที่ซ้อมไว้ เช่น เอยเป็นคนตลก น่ารัก มีพลังงานบวก

คอปเตอร์มองหน้าใสของเธอ นิ่งไปสามวินาที ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบหน้าตาย 

“ประทับใจที่นอนกรนครับ”

“ห่ะ” เจ้าเอยตาโต หลุดเสียงอุทาน หน้าเสียทันที 

“พูดอะไรของนายเนี่ย”

“ก็นอนกรนจริงๆ เมื่อคืนเสียงดังเหมือนมอเตอร์ไซค์วินไซเคิลเข้าเกียร์” คอปเตอร์พูดต่อโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า 

“แล้วก็ชอบใส่ชุดนอนลายหมาเน่าเดินไปเดินมาตอนเที่ยงคืน”

หลังกล้อง ผิงผิงเอามือกุมขมับ พยายามส่งสัญญาณให้เบรก แต่เจ้าเอยสติแตกไปแล้ว

“คอปเตอร์ ฉันไม่ได้นอนกรน แล้วนั่นมันชุดนอนน้องหมาคอร์กี้สุดน่ารักย่ะ” เจ้าเอยลืมตัว หันไปทุบไหล่หนาของคอปเตอร์ดังอั่กใหญ่ ลุคสาวหวานเรียบร้อยมลายหายไปในพริบตา

“เห็นไหม บทจะโหดก็ทุบเอาๆ” คอปเตอร์ยกมือขึ้นรับหมัดเธอไว้ได้อย่างง่ายดาย ยอดมุมปากหยักยกยิ้มกวนโทโส 

“แต่เวลาอัดคลิปโฆษณา พูดจาจ๊ะจ๋า พูดคนเดียวกับกล้องได้เป็นชั่วโมง ยัยคุณแฟนหน้ากล้องกับหลังกล้องเนี่ย คนละคนกันเลยนะครับทุกคน”

“นายคอปเตอร์” เจ้าเอยแยกเขี้ยวใส่ คว้าหมอนอิงบนโซฟามาไล่ตีคอปเตอร์ทันที คอปเตอร์หัวเราะร่าในลำคอ ยอมยกท่อนแขนขึ้นรับแรงทุบพลางหลบไปมาบนโซฟาอย่างสนุกสนาน

วินาทีนั้น จังหวะที่เจ้าเอยหัวเราะออกมาจริงๆ ด้วยความโมโหแกมขำ ใบหน้าเนียนใสปราศจากการเสแสร้ง คอปเตอร์ชะงักมือที่ป้องไว้ เขามองดวงตากลมโตที่ส่องประกายแวววาวและรอยยิ้มสดใสธรรมชาติของเธอด้วยสายตาที่ละมุนลงโดยไม่รู้ตัว มือหนาเอื้อมไปดึงหมอนอิงออกจากมือเธออย่างเบามือ แล้วประคองไหล่บางไว้หลวมๆ เพื่อไม่ให้เธอตกโซฟา

ผิงผิงที่มองผ่านมอนิเตอร์หลังกล้องถึงกับยกนิ้วโป้งให้ รัวชัตเตอร์เก็บภาพเคมีอันมหาศาลนี้ไว้ทันที!

“โอเค คัต” เสียงผิงผิงตะโกนลั่น

สวิตช์พลังงานของทั้งคู่ตัดฉับอีกครั้ง เจ้าเอยถอนหายใจยาว ทิ้งตัวนอนพิงพนักโซฟาอย่างหมดแรง ส่วนคอปเตอร์ถอดเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตออกเหลือเพียงเสื้อยืดสีขาว ทิ้งตัวนั่งข้างๆ พลางยกกระป๋องน้ำอัดลมขึ้นจิบ

ผิงผิงรีบยกไอแพดและมอนิเตอร์เข้ามาให้ทั้งคู่ดูฟุตเทจที่เพิ่งอัดเสร็จ

“พวกแกดูนี่!”

เจ้าเอยกับคอปเตอร์ยื่นหน้าเข้ามาดูหน้าจอพร้อมกัน ภาพในคลิปปรากฏฉากที่ทั้งคู่ฉุดกระชากลากถูและตบมุกใส่กันอย่างเป็นธรรมชาติ ความกวนประสาทของคอปเตอร์ตัดกับความโก๊ะและรีแอ็กชันสุดจริงใจของเจ้าเอยได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะฉากช่วงท้ายที่คอปเตอร์เผลอมองเจ้าเอยด้วยสายตาอบอุ่นยามเธอหัวเราะ มันดูเหมือนคู่รักธรรมชาติที่หยอกล้อกันจริงๆ โดยไม่ต้องมีบทโทรทัศน์ใดๆ

“ดูดิแก เคมีธรรมชาติมาก” ผิงผิงตบมือชอบใจ 

“เนี่ยแหละสิ่งที่คนดูยุคนี้ต้องการ ความเรียลแบบหยุมหัวกัน”

เจ้าเอยจ้องมองหน้าจอ ดวงตาสว่างวาบ ความรู้สึกอุ่นๆ แล่นผ่านหัวใจ เธอแอบปรายตามองคนข้างกาย 

คอปเตอร์กำลังก้มมองหน้าจอไอแพด มุมปากหยักยกยิ้มน้อยๆ อย่างพอใจ ก่อนจะหันมาสบตาเธอพอดี

“ก็ไม่เลวนี่ ยัยบล็อกเกอร์ตกกระป๋อง” คอปเตอร์พูดเสียงทุ้ม ยักไหล่เบาๆ

“เหอะ!!! เพราะสปิริตการแสดงของฉันต่างหากล่ะ ไอ้กุมารทอง” เจ้าเอยสะบัดหน้าหนี แย่งแก้วน้ำส้มมาดื่ม แต่ในอกข้างซ้ายกลับเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป