บทที่ 14 EP 02 นิยายแวมไพร์ [2]
Rrrr~
เสียงโทรศัพท์ของพ่อเปรียบเสมือนเสียงระฆังที่ดังขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณบอกฉันว่าวันนี้คงหมดเวลาแล้ว
ซึ่งพ่อเองก็ถอนหายใจเบาๆ เมื่อได้ยิน
ก่อนจะหยิบมันออกมาจากกระเป๋ากางเกงด้วยสีหน้าหนักใจ
“ไม่ต้องห่วงหนูหรอกค่ะ
พ่อไปทำงานเถอะนะคะ หนูสัญญาว่าหนูจะดูแลตัวเอง
ครั้งหน้าต้องไม่พลาดมื้อเย็นกับพ่อแน่นอน ฝากขอโทษแม่ด้วยนะคะ
เดี๋ยวสอบเสร็จแล้วหนูจะรีบกลับไปหา” ฉันอ้อนพ่อเหมือนทุกที
จนบางครั้งก็แอบคิดว่าอาจเป็นเพราะฉันชอบทำแบบนี้บ่อยๆ พ่อถึงได้ไม่เคยเห็นว่าฉันโต
ทั้งที่ความจริงคือฉันเรียนใกล้จะจบแล้วด้วยซ้ำ
พ่อหัวเราะเบาๆ
แล้วสวมกอดฉันทิ้งท้าย
ฝ่ามือที่อบอุ่นของพ่อลูบแผ่นหลังของฉันเพื่อปลอบประโลมก่อนจะผละตัวออกไป
หลังจากที่พ่อเดินจากไปแล้ว
ฉันก็ต้องรีบถอนหายใจก่อนจะพยายามตั้งสติ
สิ่งแรกที่นึกได้ก็คือต้องรีบเก็บตลับยานั่นคือมาก่อนที่ตัวเองจะลืมและอาจเผลอทิ้งมันไปจริงๆ
ยังไงซะก็ตั้งใจจะเอากลับไปคืนให้รุ่นพี่จุนแจ
ฉันต้องถามเขาให้รู้เรื่องว่าตกลงแล้วยาในตลับยานี่มันคือยาอะไรกันแน่
ทำไมเขาถึงได้ทำเหมือนพยายามจะยัดเยียดมันให้ฉันเหลือเกิน
ปั่ก!
Rrrr~
ฉันเก็บตลับยานั่นขึ้นมาจากถังขยะแล้ววางไว้ที่หัวเตียงด้านข้างโทรศัพท์มือถือของตัวเอง
ตรงจังหวะกับที่บีโฮโทรเข้ามาพอดี
“ฮัลโหล”
[วันนี้ไม่มาเรียนเหรอซารัง]
เขาน่าจะรอฉันอยู่แน่ๆ
แต่นี่มันเที่ยงแล้วนี่นา ต่อให้รีบไปตอนนี้ก็เหมือนจะไม่ทันแล้วอยู่ดี
“ฉันไม่ค่อยสบายน่ะ
เพิ่งตื่นเมื่อกี้นี้เอง”
[อ้าวเหรอ
แล้วเป็นอะไรมากรึเปล่า เมื่อเช้ากงจูก็บ่นว่าไม่ค่อยสบาย
ยัยนั่นเองก็ไม่ได้มาเรียนเหมือนกัน เหลือฉันนั่งหัวโด่อยู่คนเดียวเนี่ย]
สรุปว่าเขาถามเพราะเป็นห่วงฉันหรือเพราะต้องการจะต่อว่าเรื่องที่ฉันไม่ได้เรียนกันแน่นะ
บ่นยัยกงจูไม่ได้ก็เลยมาลงที่ฉันรึยังไงกัน!
“ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก
แต่ขอพักสักวันก็แล้วกัน แล้วพรุ่งนี้ค่อยเจอกันก็แล้วกันนะบีโฮ”
[ก็ต้องอย่างนั้นนั่นแหละ
เออ จริงสิ เมื่อกี้ฉันเห็นรุ่นพี่จุนแจเขามาเดินวนเวียนแถวๆ นี้ด้วยนะ
ไม่รู้ว่าเขาแวะมาหาเธอรึเปล่า]
รุ่นพี่จุนแจงั้นเหรอ?
“แล้วทำไมเขาจะต้องแวะไปหาฉันด้วยล่ะ
ฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย” ฉันรีบอ้าง จู่ๆ
ก็รู้สึกเหมือนจะคอแห้งอีกครั้งเมื่อได้ยินชื่อของรุ่นพี่จุนแจ
เหมือนมีภาพบางอย่างแวบเข้าในหัว
ภาพของเขากับผู้หญิงสวยๆ คนนั้นที่ซอกตึกเมื่อวาน
ฉันคลับคล้ายคับคาว่าเธอชื่อ...ยองมิน
“เฮ่ย!”
ฉันร้องเสียงดังพลางยกมือขึ้นมาปิดปากเมื่อนึกถึงผู้หญิงคนนั้นขึ้นมาแล้วดันมีภาพเหตุการณ์บางอย่างต่อจากนั้นแวบขึ้นมาในความทรงจำ
[เป็นอะไรน่ะซารัง
ตกใจอะไร เรื่องรุ่นพี่จุนแจรึเปล่า เมื่อกี้ฉันเห็นเขาแวบๆ อีกแล้ว
เหมือนเขาจะมองหาเธออยู่จริงๆ นะ เขาสบตาฉันด้วยหละ]
“ถ้าเขาถามอะไรนาย
อย่าบอกนะ” ฉันรีบบอกด้วยความตกใจ บางทีเขาอาจจะไปดูให้แน่ใจว่าฉันตายไปแล้วจริงๆ
รึเปล่าก็ได้นี่นา
บ้าจริง
เมื่อกี้ฉันมัวแต่สงสัยเรื่องยาจนเกือบลืมไปว่าเมื่อวานเขาพยายามจะฆ่าฉัน!
[ฮั่นแน่
แปลว่าเธอรู้ว่าเขาจะมาหาเธอจริงๆ ด้วย เดี๋ยวนี้กล้ามีความลับกับฉันงั้นเหรอ
ร้ายกาจนักนะลีซารัง]
“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อยบีโฮ
ขอร้องหละ ถ้ารุ่นพี่จุนแจถามอะไร นายห้ามบอกเขาเด็ดขาดเข้าใจมั้ย”
[ทำไมฉันต้องทำตามที่เธอบอกด้วยล่ะ]
“เถอะน่า
บอกว่าไม่ให้บอกก็คือไม่ให้บอก ห้ามพูดเด็ดขาด
ถ้าเขาถามอะไรเกี่ยวกับฉันนายก็บอกไปว่าไม่รู้ไม่เห็น เข้าใจมั้ยบีโฮ”
ฉันกำชับด้วยน้ำเสียงจริงจัง
แต่ปลายสายกลับเงียบไปราวกับไม่ได้ยินทั้งที่วินาทีการโทรก็ยังเดินอยู่นั่นแปลว่าบีโฮยังไม่ได้วางสายนี่นา
“ฮัลโหล บีโฮ
นายได้ยินฉันรึเปล่า”
[ชู่
รุ่นพี่จุนแจกำลังเดินมาทางนี้ ฉันว่าเขาต้องมาถามหาเธอแน่ๆ เลยซารัง
ฉันตื่นเต้นจัง]
แล้วหมอนี่จะตื่นเต้นแทนฉันทำไมกันล่ะ
คงเพราะไม่รู้สินะว่าไอ้สิ่งที่ฉันไปเจอมามันน่าตื่นกลัวมากกว่าน่ะ
[สวัสดีครับรุ่นพี่จุนแจ
ตามหาใครอยู่รึเปล่าครับ พอดีผมเห็นพี่เดินวนอยู่หลายรอบแล้ว]
บีโฮ!!!!!
ฉันอยากฆ่าหมอนี่จริงๆ ให้ตายสิ
