บทที่ 8 EP 01 Set zero [4]

“หายไปไหนกันมา”

เสียงเข้มๆ

ของกงจูดึงสติของฉันกับบีโฮให้กลับมาจากรถของรุ่นพี่จุนแจทันที

ยัยกงจูยืนหน้ายักษ์เชียว สงสัยจะโมโหหิวแล้ว

“ไปตามซารังน่ะ

ยัยนี่มัวแต่อ่อยรุ่นพี่จุนแจอยู่ที่หน้าห้องพยาบาล”

“จริงเหรอยัยซารัง”

โว้ย

ใครก็ได้พาสองคนนี้ไปเก็บทีโดยเฉพาะบีโฮ

“แฟนเธอเพ้อเจ้อน่ะกงจู

ไม่เห็นเหรอว่ารุ่นพี่เขาเพิ่งขับรถออกไปเมื่อกี้” ฉันว่าใส่

ไม่อยากอธิบายรายละเอียดหรอกเพราะมันเสียเวลา

แต่เชื่อเถอะว่าเดี๋ยวบีโฮก็เล่าเองหมดนั่นแหละ ดีไม่ดีก็แต่งเรื่องเพิ่มไปด้วย

“หูย ไอ้เราก็คิดว่ามีลุ้น”

“มีสิ

ลุ้นว่าเราจะได้กินไก่ทอดกันมั้ยไง ป่านนี้แล้วยังไม่ไปไหนเลย คนเต็มร้านแล้วมั้ง”

ฉันตัดบท ซึ่งมันได้ผล เพราะเมื่อพูดถึงเรื่องของกิน

ก็จะสามารถเบี่ยงเบนความสนใจจากยัยกงจูไปได้เก้าสิบเปอร์เซ็นต์

“จริงด้วย ไปๆ รีบไปเลย

นายขับเร็วๆ เลยนะบีโฮถ้าฉันอดกินไก่ทอด ฉันจะโกรธนายสามวัน” ยัยกงจูรีบขู่

ทำเอาบีโฮหันมาถลึงตาใส่ฉันก่อนจะรีบพุ่งตัวไปขึ้นรถ

เราสามคนรีบแยกย้ายกันไปขึ้นรถของบีโฮเพราะเขามีตำแหน่งหน้าที่เป็นคนขับรถประจำตัวของกงจู

ส่วนฉันก็เป็นผู้ติดตามของทั้งคู่นั่นเอง ซึ่งหลังจากที่เข้าประจำที่กันเรียบร้อย

บีโฮก็ขับรถมุ่งหน้าไปที่ร้านไก่ทอดที่อยู่แถวๆ หอพักของฉัน ไม่ไกลจากมหา’ลัยนี่เอง

“เออ จริงสิ

เรื่องงานเลี้ยงจบการศึกษาของรุ่นพี่ เธอจะใส่ชุดสีอะไรซารัง”  

เอ๋

งานเลี้ยงจบการศึกษาของรุ่นพี่งั้นเหรอ บ้าจริง ฉันลืมไปสนิทเลย

“ฉัน...”

“ไม่เตรียมความพร้อมอีกเหมือนเคย

เฮ้อ เพราะแบบนี้ไงเธอถึงได้ยังไม่มีแฟนยัยซาร้างงง”

ยัยกงจูว่าเสียงสูงพลางถอนหายใจเสียแรง

มันดูเป็นเดือดเป็นร้อนมากกว่าฉันเสียอีกแน่ะ

“เอาน่า

ยังเหลือเวลาอีกตั้งสองอาทิตย์ แค่เรื่องชุด หาทันอยู่แล้วย่ะ”

“แกก็พูดแบบนี้ตลอด

ใส่ใจบ้างสิวะ งานนี้ดีไม่ดีแกอาจจะเจอเนื้อคู่ก็ได้นะ คิดเผื่อบ้าง

ไม่ใช่ผัดวันประกันพรุ่งตลอด แฟนนะเว้ย ต้องตั้งใจเลือก ไม่ใช่จับใครมาควงก็ได้”

มันก็พูดซะฉันรู้สึกผิดกับตัวเองแทบไม่ทันทีเดียว

“พูดมากน่า บีโฮ

วันนี้มีงานอะไรบ้างรึเปล่า นายจดแลคเชอร์มาละเอียดมั้ย”

“โห

เปลี่ยนเรื่องได้โหดชะมัด ถ้าเธอจะดึงเข้าเรื่องเรียน

ฉันยอมให้เธอตบหัวฉันยังดีกว่าเลยซารัง ถามจริงเถอะนะ นี่เธอไม่รู้จริงๆ

เหรอว่าในหัวฉันมันมีสมองอยู่แค่ครึ่งเดียวน่ะ” บีโฮทำหน้าตาขนลุกใส่

ลงท้ายด้วยการว่าตัวเองเสร็จสรรพจนกงจูต้องส่ายหัวเอือมระอาเราทั้งคู่

ยัยกงจูเป็นคนประเภทจริงจังกับทุกเรื่องน่ะ

ส่วนฉันกับบีโฮ ไม่เคยจริงจังกับอะไรสักเรื่องเลย

สุดท้ายเราสามคนก็เลิกพูดถึงเรื่องเรียนกันไปโดยปริยาย

ฉันนั่งฟังบีโฮกับกงจูเถียงกันเรื่องจุกจิกมาตลอดทางกระทั่งถึงปากซอยร้านไก่ทอดที่เป็นจุดมุ่งหมายของพวกเรา

อย่างที่บอกว่าร้านไก่ทอดร้านนี้อยู่ใกล้กับหอพักของฉัน

นั่นแปลว่าเดี๋ยวพอเรากินไก่ทอดกันเสร็จ ฉันก็สามารถเดินกลับหอพักได้สบายๆ

ส่วนสองคนนี้ก็ปล่อยไปเถอะ

กว่าบีโฮจะไปส่งยัยกงจูที่บ้านก็น่าจะชวนกันเถลไถลที่ไหนกันต่อจนมืดนั่นแหละ  

และไม่กี่นาทีต่อมาบีโฮก็เลี้ยวรถเข้ามาจอดที่หน้าร้านไก่ทอด

แต่ว่าแต้มบุญของฉัน กงจูรวมถึงบีโฮรวมกันแล้วคงจะยังไม่พอ

เราถึงได้กำลังทำหน้าเซ็งใส่กันเมื่อมาถึงร้านแล้วพบว่าร้านปิด!

“นายนี่มันตัวซวยจริงๆ”

กงจูหันไปโทษบีโฮทันที

ซึ่งหมอนั่นจะทำอะไรได้ล่ะนอกจากถอนหายใจแล้วเหลือบมองฉันผ่านกระจกมองหลังเพื่อหาพวก

แต่ฉันทำเป็นไม่เห็น คนกลางอย่างฉันเลือกข้างได้ที่ไหนล่ะ

“เอายังไงดีล่ะซารัง

ฉันหิวจะแย่”

“แกก็ให้บีโฮพาไปหาอะไรอร่อยๆ

กินสิ เดี๋ยวฉันลงตรงนี้เลยก็แล้วกัน จะกลับไปต้มรามยอนกินที่ห้อง

จะได้ไม่ต้องลำบากบีโฮวนรถกลับมาส่งด้วย” ฉันบอกยิ้มๆ ด้วยความเกรงใจ

มื้อเย็นของฉันน่าจะจบที่รามยอน

“หูย ไม่ต้องเกรงใจหรอกน่า

จริงมั้ยบีโฮ”

“รีบลงไปเลยซารัง โอ๊ย

ฉันล้อเล่นน่ากงจู ตีทำไมเนี่ย”

แล้วมันก็จบอีหรอบเดิมแหละ

บีโฮชอบแกล้งฉันแบบนี้เสมอ ส่วนกงจูก็ชอบทำร้ายร่างกายเขาเพราะเข้าข้างฉัน เฮ้อ

รู้สึกเหมือนเป็นตัวปัญหาของพวกเขาชอบกล

“เอาน่า

วันนี้ฉันรู้สึกเพลียๆ ด้วย ถ้าปกติดีฉันไม่มีทางเกรงใจคนอย่างบีโฮหรอก

เอาเป็นว่าฉันลงตรงนี้เลยก็แล้วกันนะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้”

“อ้าว เดี๋ยวสิ ซารัง

ยัยซารัง!” กงจูพยายามตะโกนเรียก แต่ฉันทำเป็นไม่ได้ยิน

ก้าวเท้าลงจากรถได้ก็เร่งฝีเท้าเดินออกมาทันที รามยอน ฉันจะกินรามยอน

วันนี้ต้องได้กินรามยอน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป