บทที่ 1 แค่หมาข้างถนน

ตอนที่ 1 แค่หมาข้างถนน

ตุบ กระสอบผ้าใบใหญ่ถูกโยนกลิ้งลงไปบนพื้น ท่ามกลางความมืดของถนนสายเปลี่ยว พายุฝนฟ้ากระหน่ำเทลงมาหนาเม็ดมากขึ้นเรื่อยๆ ชายร่างใหญ่สองคนยกตีนขึ้นมาถีบกระสอบป่านฉ่ำฝนให้มันกลิ้งไปในพงหญ้า จากนั้นจึงวิ่งกลับไปยังรถกระบะคันใหญ่ก่อนจะขับหายไปในความมืด

“อื้อ...” นานครู่ใหญ่กระสอบป่านใบนั้นกลับเริ่มเคลื่อนไหวคล้ายมีอะไรบางอย่างซุกซ่อนอยู่ภายใน หากแต่ปลายด้านหนึ่งมันถูกเชือกมัดเย็บเอาไว้อย่างแน่นหนา สายน้ำหลากลงมาจากถนนลาดยาวสูง ไหลผ่านกระสอบผ้ามากขึ้นเรื่อยๆ แรงถีบ แรงดิ้นทำให้ก้อนกระสอบใหญ่กลิ้งต่ำลงไปค้างอยู่ภายในร่องน้ำซึ่งมีปริมาณน้ำขังท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ

“ช่วยด้วย ช่วยด้วย” เสียงเล็กร้องตะโกนออกมา แขนขาพยายามดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด

ในความมืดอันคับแคบนิ้วเล็กคลำหาทางรอดให้กับตัวเอง จนเจอช่องว่างเล็กๆ ซึ่งเชือกเย็บปากกระสอบไม่สนิทกัน นิ้วเรียวเต็มไปด้วยรอยแผล ถูกใช้คลำหาหัวหาท้ายแล้วพยายามฉีกทึ้งดึงปากกระสอบหยาบให้เปิดกว้างออก

ร่างเปลือยไร้อาภรณ์ผ้าผ่อนปกปิดยืนสั่นตัวซีดอยู่ท่ามกลางสายฝนด้วยความมึนงงจับทิศจับทางจดจำเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่ได้แม้แต่ภาพเดียว แขนขาเต็มไปด้วยร่องรอยเขียวช้ำดำม่วง โหนกแก้ม ซีกหน้า ปาก จมูกเหมือนถูกทุบตีทารุณมาอย่างหนัก

“ช่วยด้วย...” ฝ่าเท้าเปลือยย่ำลงไปบนหินแหลม แขนสองข้างยันค้ำไปบนทางลาดซึ่งมีน้ำฝนหลากเทลงมาราวกับน้ำตกขนาดย่อม

“ช่วยด้วย” ดวงตาปูดโปนจนเกือบปิด มองเห็นไฟสว่างสองดวงกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ แขนซ้ายสั่นยืนยาวออกไปเบื้องหน้าร้องหาความช่วยเหลือ หากแต่รถใหญ่ขับผ่านร่างเปลือยริมถนนไปราวกับเห็นเขานั้นเป็นเพียงต้นหญ้าริมทางอันไร้ความหมาย

“นั่นมันอะไรกัน...” ปลายเท้าใหญ่เหยียบเบรกก่อนจะหันไปมองกระจกข้างเพื่อต้องการดูให้ชัดว่าร่างขาวเมื่อครู่ไม่ใช่ภาพลวงตา

“ถอยรถกลับไป” เสียงขรึมร้องสั่งมาจากเบาะคนนั่งด้านข้าง

“มันไม่อันตรายเกินไปหรือครับ คุณเปลว” คนขับรถเอี้ยวหน้าหันไปมองด้านข้าง

“นายพกปืนมาหรือเปล่า” มือหยาบล้วงต่ำลงไปใต้เบาะจากนั้นดึงวัตถุสีดำด้านออกมาจากข้างใต้ชักสำรวจตรวจดูจำนวนกระสุนซึ่งบรรจุอยู่ด้านในแล้วใส่กลับเข้าที่เดิม

“ครับ” มือข้างหนึ่งปรับเบาะเลื่อนถอยหลังเปิดช่องใต้ฝ่าเท้าดึงวัตถุสีดำขึ้นมาถือในมือเช่นกัน

“แล้วจะกลัวอะไร...ถอยหลังไป”

ร่างสั่นยืนมองไปยังไฟท้ายสีแดงอย่างมีความหวัง จนกระทั่งเห็นมันจอดสนิทห่างออกไป เท้าเล็กเต็มไปด้วยรอยแผลค่อยๆ ขยับไปข้างหน้าอย่างยากลำบาก ถึงอย่างนั้นยังไม่ลืมก้มลงไปหยิบกระสอบป่านขึ้นมาใช้มันปกปิดร่างเปลือยให้พ้นตาของคนแปลกหน้า กระจกสีทึบถูกเคลื่อนมาหยุดอยู่ด้านข้างร่างเล็ก ดวงตาคมจับนิ่งมองใบหน้าขาวซีดบวมเป่ง ก่อนที่สันกรามเกร็งจะถูกบดขบขยี้อยู่ภายใน

“นั่นมัน....”

“เธอมายืนทำอะไรตรงนี้” กระจกรถถูกลดระดับให้ต่ำลง สายตามองไล่ตั้งแต่ปลายเส้นผมลงไปจนถึงปลายเล็บเท้า

“ช่วยด้วย...” มือเล็กพุ่งมาเกาะขอบกระจก

“เธอมาที่นี่ได้ยังไง”

“ไม่รู้ ช่วยผมด้วย” แววตาหวาดกลัวกวาดมองไปรอบด้าน ริมฝีปากบางสั่นจนได้ยินเสียงกระดูกฟันกระทบกันดังกึกๆ

เจ้าของร่างสูงเปิดประตูลงมาพร้อมกับร่มคันใหญ่ในมือ สายตาเยาะกับรอยยิ้มหยันเหยียดยกขึ้นตรงมุมปาก เปลือกตาหลุบลงมองร่างขาวอย่างใจเย็น รองเท้าบูทคู่ใหญ่ขยับเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะกระชากดึงกระสอบป่านใบหนาให้พ้นไปจากสายตา

"หึ..." เสียงหัวเราะเยาะคำรามดังมาจากลำคอ

“ช่วยผมด้วย” มือเล็กเลื่อนต่ำถูกใช้ปิดบังอวัยวะเล็กส่วนล่าง

“เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบทิศ ท่ามกลางสายฝนและความมืดนั้นเขาไม่เห็นสิ่งผิดปกติอื่นใด ไม่มีใครนอกจากชายหนุ่มในร่างเปลือย

“ผมไม่รู้...”

“ถ้าอย่างนั้น...ใครทำร้ายเธอ” คิ้วเข้มกระตุกเข้าหากัน ขณะเดินวนรอบร่างสั่นอย่างช้าๆ สายตาสำรวจร่องรอยการถูกทรมานเห็นเป็นหลักฐานชัดเจนทั่วร่างกาย

“ผมไม่รู้”

“เธอไม่รู้...ว่าใครทำร้ายอย่างนั้นหรือ” มือหยาบเลื่อนดึงใบหน้าเล็กให้หันกลับไปหา สายตาสำรวจร่องรอยเขียวช้ำ แตกบวมบนใบหน้าก่อนจะขยี้ปลายนิ้วหัวแม่มือลงไปตรงโหนกแก้ม ซึ่งมันปูดโปนปริจนแตกนั้นอย่างจงใจ

“อ๊าก...เจ็บ” มือบางยกขึ้นมากำรวบข้อมือใหญ่ ก่อนจะเอนใบหน้าตัวเองถอยออกมาให้ห่าง

“เฮอะ เจ็บอย่างนั้นหรือ คนอย่างเธอ...เจ็บเป็นเหมือนกันหรือ” แขนยาวคว้าท้ายทอยเล็กบีบไว้จนเต็มกำมือ ข้อมือแกร่งกดศีรษะนั้นให้ก้มต่ำ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วควานขยี้ไปตามกลุ่มผมเปียกแฉะเหมือนพยายามตอกย้ำความเชื่อของตัวเอง

“โอ๊ย เจ็บปล่อยนะ” คนตัวเล็กร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวด เมื่อนิ้วแข็งขยี้ลงไปถูกแผลใหญ่ใต้หนังหัว เขารับรู้ได้ทันทีว่ามีบาดแผลฉกรรจ์ซุกซ่อนอยู่ใต้เรือนผมฉ่ำน้ำฝนนั้น อันอาจเป็นสาเหตุทำให้ความจำเจ้าของมันเลือนหายไป

“เฮอะ...” ลมหายใจก้อนหนึ่งกระแทกออกมาทางช่องอก

“ปล่อย...ผมเจ็บ”

“ชื่ออะไร” มือหยาบคว้าขากรรไกรกดบีบกรอบคางเรียวไว้ในอุ้งมือ

“เจ็บ”

“ฉันถามว่าเธอ....ชื่ออะไร”

“ชื่อ...ชื่อ...ชื่อ...ผมชื่อ...” เปลือกตาบวมปิดลงพร้อมกับคิ้วเล็กๆ วิ่งเข้าหากันเหมือนพยายามคาดคั้นเค้นสมองนึกชื่อตัวเอง

“จำชื่อตัวเองไม่ได้อย่างนั้นหรือ”

“ชื่อผม...” มือเรียวกำแน่นถูกยกขึ้นมาทุบหัวตัวเองหนักๆ หลายที โดยมีรอยยิ้มพึงพอใจของผู้ชายตัวสูงใหญ่อยู่เบื้องหน้า

“เอาอย่างนี้ดีมั้ย...ถ้าเธอจำชื่อตัวเองไม่ได้ ฉันจะตั้งให้ใหม่ หลงทาง...หลงลืม เอาเป็นชื่อ...หลง หึ ชื่อนี้ดีนะเหมือนหมาข้างถนนดี” มุมปากกระตุกสูงกับสายตาเหยียดมองไปยังใบหน้าช้ำ

“ชื่อผมเหรอ”

“ใช่....ไอ้หลง...ฉันจะเมตตาพาเธอกลับไปเลี้ยงที่บ้าน แบ่งข้าว แบ่งน้ำ ให้พอประทังชีวิต”

“ไอ้หลงเหรอ...ผมชื่อหลงเหรอ” ตาลอยเพราะขาดความจำ มองสูงขึ้นไปสบตากับคนที่ตั้งชื่อให้

“ใช่ต่อไปนี้เธอชื่อหลง...ขึ้นรถ ฉันจะพากลับบ้าน”

“หลง...ผมชื่อหลง” ร่างสะบักสะบอมไร้ผ้าผ่อน พยายามยกขาก้าวขึ้นไปบนกระบะด้านหลังอย่างทุลักทุเล ก่อนจะถูกท่อนแขนใหญ่รวบแล้วเหวี่ยงขึ้นไปกองบนพื้นแข็งเสียงดังโครม เพราะรู้สึกรำคาญตาท่าทางอ่อนแอ

ความเร็วของรถใหญ่ทำให้สายฝนที่ร่วงหล่นตกลงมาจากฟ้าคมราวกับเกล็ดกระจก ยามเมื่อมันตกกระทบลงบนผิวกาย ซ้ำร้ายสายลมหนาวในยามค่ำที่พัดมากรีดผิวจนเจ้าของร่างเปลือยต้องเลื้อยตัวลงไปนอนราบบนพื้นต่ำ

“คุณเปลว...จะไม่เป็นอะไรแน่หรือครับ...ทำกับคุณ....เอ่อ”

“ต่อไปนี้...มันชื่อหลง คนอย่างมันไม่ตายง่ายๆ หรอก” 

“ตื่น ตื่นได้แล้ว” ฝ่าเท้าหนักเหยียบลงบนท่อนอกบาง จากนั้นลงน้ำหนักแกว่งร่างเล็กขยับเขย่าไปมา

“หื้อ” เปลือกตาสีม่วงช้ำค่อยๆ เปิดขึ้นทีละน้อย

“จะนอนไปถึงเมื่อไหร่ ลุกขึ้นมาแล้วหัดทำตัวให้มีประโยชน์” หลังเท้าช้อนลงไปใต้ท้ายทอย เกี่ยวเอาคนที่นอนขดอยู่ตรงมุมห้องให้ลุกขึ้นมา ริมฝีปากซีดจนเกือบเขียวเจ่อบวมเผยอขยับคล้ายต้องการพูดอะไรบางอย่าง หากแต่ต้องหุบกลับเพราะถูกหลังเท้าและนิ้วหัวแม่เท้าใหญ่แตะลงน้ำหนักผลักหน้าให้หันซ้าย หันขวาก่อนจะช้อนหลังเท้าแตะปลายคางยกใบหน้าช้ำให้เงยสูง

“อย่าสำออย ลุกขึ้นมา”

“มือไม่มีหรือไง” มือเล็กปัดเท้าใหญ่ออกไปจากใบหน้าตัวเอง

“ฉันไม่อยากให้มือของฉัน...แตะต้องของสกปรก ลุกขึ้น!”

แสงสว่างของช่วงเวลากลางวันทำให้คนความจำสูญหายเห็นว่า คนใจร้ายในคราบคนใจดีที่ช่วยเหลือตัวเองมานั้นนอกจากรูปร่างหน้าตาที่ดีแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรเหมือนคนอีก นั่นเพราะคนใจดำโยนเศษกางเกงเก่าขาดๆ กับเสื้อยืดชื้นเชื้อรามาให้สวม ก่อนจะชี้นิ้วสั่งให้ลงไปทำความสะอาดลานกว้างซึ่งเป็นสวนและสนามหญ้า ที่เวลานี้เต็มไปด้วยเศษกิ่งไม้ ใบไม้และดินโคลนเพราะถูกพายุถล่มหนักเมื่อคืน

“เก็บกวาดให้สะอาด”

“ทำไมผมต้องทำ” ใบหน้าช้ำหันมองไปรอบตัว พยายามรื้อฟื้นความจำสีดำมืดในหัวแต่ไม่เป็นผล

“เพราะฉันช่วยชีวิตเธอมาจากข้างถนน อีกอย่างต่อไปนี้...เธอมีหน้าที่ทำงานบ้าน แลกข้าว แลกน้ำ แลกกับเสื้อผ้าและชายคาบ้านฉันที่จะให้เธอซุกหัวนอน...ไปทำงาน”

เจ้าของร่างช้ำเดินก้มหน้ามองต่ำ หยิบไม้กวาดทางมะพร้าวขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะค่อยๆ ใช้มันกวาดใบไม้สดที่ถูกลมพัดร่วงหักตกลงมาเกลื่อนพื้น น่องสีม่วงช้ำกับตาตุ่มบวมถูกลากเดินไปทั่วสวน ก่อนที่มือสั่นจะค่อยๆ กอบเก็บเศษกิ่งไม้เล็กๆ ยัดใส่ลงไปในถุงปุ๋ยสีขาวแทนถุงขยะ

“นี่มื้อเช้าของเธอ หมาหลง...” ก้อนข้าวเหนียวปั้นเล็กขนาดครึ่งกำมือถูกยื่นมาให้ตรงหน้า

“มื้อเช้าหรือ”

“ปกติฉันให้อาหารหมาวันละสองมื้อเช้ากับเย็น เธอกินพร้อมหมาของฉันก็แล้วกัน ฉันจะได้จำง่ายๆ”

“แต่ผมไม่ใช่หมาสักหน่อย” ก้อนข้าวเหนียวสีขาวถูกขว้างคืนกลับไป คนที่จดจำอะไรไม่ได้เลย ยกมือขึ้นมาขยุ้มหัวตัวเองอย่างอึดอัด

“ที่นี่...ชีวิตของเธอมีค่าแค่นั้น” รองเท้าคู่ใหญ่เหยียบลงไปบนก้อนข้าวเหนียว จากนั้นฝ่าเท้าถูกยกขึ้นมาเพื่อปาดเช็ดพื้นเรียบเพื่อเขี่ยสิ่งที่เหนียวติดพื้นรองเท้าให้หลุดออก ข้าวเหนียวก้อนเมื่อครู่ถูกขยี้บี้ติดไปบนพื้นเละเป็นรอยพื้นรองเท้าแข็ง

“วันนี้...อาหารหมาของฉันหมดแล้ว เสียใจด้วยนะ”

บทถัดไป