บทที่ 5 ดอกโอลีฟ
ตอนที่ 5 ดอกโอลีฟ
พ่อกับแม่พาผมและนิ้กกี้มาเยี่ยมคุณทวดที่อิตาลี ก่อนจะเดินทางกลับเมืองไทยในอีกสามวันข้างหน้าและพ่อกับแม่ให้ผมไปร่วมงานฉลองเปิดตัวบริษัทเดินเรือของญาติเราคนหนึ่งที่เวนิสด้วย
ผมเดินทักทายและพูดคุยกับแขกที่มาร่วมงานในฐานะทายาทคนหนึ่งของอัลบราเซส ส่วนนิ้กกี้รายนั้นไม่ต้องห่วงเพราะเดินทักทายตั้งแต่เด็กเสิร์ฟยันคนล้างจานด้านหลัง ผมปลีกตัวออกมายืนจิบเครื่องดื่มอยู่คนเดียวเงียบๆ หลังจากรู้สึกเบื่อหน่ายการทักทายอันจอมปลอมโดยมีพุ่มดอกไม้กลิ่นหอมหลากสีซึ่งถูกจัดใส่แจกันใบมหึมาวางอยู่ใกล้ๆ
“ดอกโอลีฟ”
ผมสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วพยายามหันไปมองรอบตัว เมื่อจมูกของผมกำลังได้รับกลิ่นอันแสนจะคุ้นเคย กลิ่นดอกไม้ที่ผมอยากจะลืมมันมากที่สุด กลิ่นหอมของดอกโอลีฟลอยมาในอากาศบางเบาแต่ผมมั่นใจว่าผมไม่ได้อุปาทานหรือคิดไปเองแน่นอน
กลิ่นหอมเย้ายวนเชิญชวนให้ผมออกตามหาต้นตอของมัน ผมขยับเท้าก้าวเดินออกไปช้าๆ พร้อมกับสายตาที่พยายามสอดส่องไปทั่วเพื่อมองหาใครสักคนที่ผมไม่รู้จัก ใครสักคนที่ผมไม่เคยเห็นหน้า ใครสักคนที่ผมเคยได้ยินแค่เพียงน้ำเสียงและใครสักคนที่เป็นเจ้าของกลิ่นหอมซึ่งกลิ่นนี้มันถูกเจือผสมเป็นส่วนหนึ่งไปกับเลือดเนื้อและลมหายใจของผมไปแล้ว
ผมไม่เห็นใครเลยในระยะสายตาและมันไม่น่าจะมีอัลฟ่าคนไหนที่จะมีความสามารถพิเศษในการปล่อยฟีโรโมนเฉพาะตัวออกมาได้เฉพาะเจาะจงขนาดนี้ ผมเดินตามกลิ่นนั้นออกมาจากงานเลาะไปตามทางเดินของโรงแรมหรูหราเพื่อเสาะหาที่มาของมัน ยิ่งผมเดินออกห่างจากงานเลี้ยงมากเท่าไหร่ กลิ่นหอมนั้นก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกที
ผมเดินตามกลิ่นนั้นจนมาถึงบันไดซึ่งมันทอดลงไปในแม่น้ำซึ่งอยู่ด้านหลังของโรงแรม แสงไฟสีส้มนวลส่องกระทบผิวน้ำสะท้อนกลับขึ้นมาเป็นประกายระยิบระยับ ปลายสุดของบันไดอีกฟากชายคนหนึ่งในชุดสูทสีดำกำลังยืนหันหลังให้กับผม กลิ่นหอมฟุ้งหนาแน่นลอยอบอวลมาจนเหมือนผมกำลังเดินหลงอยู่ในดงดอกโอลีฟ
“เคลย์ตัน”
“ฮะ” ผมสะดุ้งจนสุดตัวเมื่อเสียงเรียกคุ้นหูของนิ้กกี้ดึงผมให้หยุดฝีเท้าลงก่อนที่ผมจะเดินลงไปตามขั้นบันไดปูนสีขาวสะอาด
“นายออกมาทำอะไรตรงนี้”
“เอ่อฉัน...แค่มาเดินเล่น ไม่มีอะไร”
“นี่นายยังมีหน้ามาเดินเล่นอีกเหรอ เดี๋ยวก็มีใครมาลากคอไปอีกหรอก นี่ขมิบตูดตอนนี้ไม่ทันแล้วนะไปเร็วเข้าไปข้างในได้แล้ว พ่อกับแม่นายตามหานายอยู่นะ”
ผมชำเลืองหางตามองไปทางบันไดปูนอีกฝั่งซึ่งเมื่อครู่เงาดำของผู้ชายปริศนาคนนั้นยังคงยืนนิ่งเหมือนรูปปั้นเห็นอยู่อย่างชัดเจน แต่เวลานี้เงาดำนั้นได้หายไปแล้ว
"นายมองหาอะไร"
"อ๋อ...ไม่มีอะไร" ผมโกหกนิ้กกี้แล้วยอมเดินตามหลังลูกพี่ลูกน้องอัลฟ่าของผมกลับเข้าไปด้านในอีกครั้ง แม้ว่าใจจริงจะอยากเดินออกไปตามหาผู้ชายชุดดำคนนั้นก็ตาม
ผมนั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถือแล้วมองทุกสิ่งทุกอย่างผ่านตาไปโดยที่ไม่ได้โฟกัสหรือให้ความสนใจกับอะไร เพราะในสมองของผมกำลังคิดถึงเรื่องเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ผมกำลังคิดถึง “กลิ่นดอกโอลีฟ”
ติ๊ง เสียงกดออดหน้าประตูห้องบังคับให้ผมสลัดเอาความคิดอันสับสนวุ่นวายในหัวให้หลุดออก ผมเปิดไปดูหน้าจออินเตอร์คอมซึ่งแสดงภาพให้เห็นว่าใครเป็นคนมาเยี่ยมหาผมในเวลากลางดึก
“แม่” ผมเปิดประตูให้กับแม่ซึ่งยืนรอผมอยู่หน้าห้อง
“แม่เอายามาให้”
เป็นอย่างนี้เสมอความรัก ความห่วงใย และความเอาใจใส่ของแม่ซึ่งมีให้ผมตั้งแต่จำความได้ ผมไม่เคยต้องเรียกหรือร้องขอสิ่งใดจากผู้ชายคนนี้เลย เพราะแม่จะให้สิ่งนั้นก่อนที่ผมจะอ้าปากถาม แม่คือผู้ชายที่รู้ล่วงหน้าว่าอีกไม่กี่นาทีผมหรือพ่อจะต้องการอะไรแล้วแม่จะคอยหาหรือเตรียมสิ่งนั้นไว้ให้ล่วงหน้า
ตั้งแต่ผมกลับมาจากนรกนั่นอาการฮีทของผมกำลังจะครบรอบอีกครั้งในช่วงหนึ่งหรือสองวันนี้ และดูเอาเถอะแม่ของผมจำรายละเอียดทุกอย่างได้ดีกว่าผมเองเสียอีก
“ขอบคุณครับ” ผมส่งยิ้มตอบกลับไปพร้อมกับรับยาเม็ดเล็กนั้นมาใส่ปากแล้วเดินไปหยิบขวดน้ำดื่มซึ่งตั้งอยู่บนเคาน์เตอร์ใกล้ๆ มากระดกตามลงไป
“วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว กินยาเสร็จแล้วรีบพักผ่อนนะ”
“ครับ อีกสักพักผมจะนอนแล้ว ผมรักแม่นะ” ผมกอดผู้ชายร่างบางซึ่งมีขนาดความสูงและรูปร่างใกล้เคียงกับผม แม่ของผมเป็นเบต้าที่อบอุ่นและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผมเคยรู้จักมา ผมไม่เคยแปลกใจเลยว่าทำไมพ่อถึงรักแม่มากขนาดนี้
ถ้าหากผมโชคดีได้มีโอกาสแต่งงานหรือใช้ชีวิตคู่กับใครสักคน ผมอยากให้คนคนนั้นรักผมเหมือนที่พ่อรักแม่ หรือเหมือนที่แม่รักพ่อแต่ตอนนี้ผมคงไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้วเพราะผมเป็นโอเมก้าที่มีเจ้าของเสียแล้ว ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะมาเหลียวแลหรือสนใจกระโถนใบเก่าที่มีคนฉี่ใส่ทิ้งเอาไว้อย่างผมอีก
“แม่รักลูกนะเคลย์ตัน”
“ครับ...ฝันดีนะครับ ฝากราตรีสวัสดิ์พ่อด้วย” ผมเดินออกไปยืนส่งแม่ตรงหน้าประตูพร้อมกับยืนมองแผ่นหลังบางๆ นั้นค่อยๆ เดินกลับไปตามทางเดินหน้าห้องพัก
ผมกำลังจะหันหลังเข้าห้องเมื่อผู้ชายคนหนึ่งกำลังเดินผ่านมาทางหน้าห้องผม เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำกับกางเกงสีเดียวกัน ใบหน้าคร่าวๆ เพียงเสี้ยวเดียวที่ผมเห็นคือความคมคายแบบชาวตะวัน แต่ความหล่อเหลานั้นถูกผมลืมไปจนสิ้นเมื่อคล้อยหลังไปเพียงไม่กี่ก้าวกลิ่นหอมคุ้นเคยของดอกไม้ชนิดหนึ่งโชยมาเข้าจมูกผมอีกครั้ง
“คุณ....” ผมหันหลังมองตามร่างสูงซึ่งเดินห่างผมออกไปเรื่อยๆ ทางด้านตรงข้ามกับที่แม่ผมเพิ่งเดินหายไป สุดทางเดินนั้นตัดกับพรมปูพื้นสีแดงคือผู้ชายตัวโตสูงใหญ่หยุดยืนนิ่งและเอี้ยวหน้าซีกหนึ่งหันกลับมายกยิ้มให้ ผมยืนตัวสั่นสับสนมึนงงอยู่กับที่จนเมื่อกลิ่นหอมนั้นเริ่มทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นจนผมแทบทนไม่ไหว พริบตาเดียวร่างสูงนั้นอันตรธานหายไปอีกครั้งโดยที่ผมไม่ทันเห็น
“คุณเป็นใครกันนะ”
ผมตัดสินใจเดินตามผู้ชายคนนั้นไปตามทางเดิน กลิ่นดอกโอลีฟเมื่อครู่จางไปจนเกือบไม่ได้กลิ่นแล้วและแน่นอนว่าผู้ชายตัวสูงที่เพิ่งเดินเลี้ยวมาทางนี้ก็หายไปด้วย
ผมพยายามมองหาว่าตลอดทางเดินยาวหลายสิบเมตรนี้ มันพอจะมีห้องหรือมุมอับตรงไหนพอจะใช้เป็นที่หลบซ่อนได้บ้างและที่สำคัญทำไมกลิ่นหอมนั้นมันถึงหายไปไวนัก
“หายไปไหนแล้ว”
ผมยืนหมุนไปรอบๆ ทางเดินเพื่อมองหาผู้ชายคนนั้นไม่ใช่เพราะผมอยากเจอหน้าหรือหลงใหลในรสรักอันเร่าร้อนรุนแรง ผมแค่อยากรู้ว่าเขาเป็นใครและทำกับผมแบบนี้ทำไม ผมเชื่อว่าต้องมีใครสักคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้...ใครสักคนที่คงเกลียดผมมากเหลือเกิน
“คิดถึงฉันมากเหรอเคลย์ตัน” เสียงทุ้มแหบห้าวดังขึ้นมาใกล้อยู่ด้านหลัง ฝ่ามือหนาพร้อมกับท่อนแขนแข็งๆ ผลักพร้อมกับกดท้ายทอยผมมาจากด้านหลังแนบชิดติดไปกับผนังทางเดิน
“ปล่อยนะ” ผมร้องตะโกนพร้อมกับพยายามหันหลังกลับไปมองดูเจ้าของร่างหนาซึ่งกดตัวผมแนบไปกับผนังทางเดินจนแทบจะกระดิกตัวไม่ได้ ผมจำได้...เสียงในความมืดที่ผมนั่งฟัง นอนฟังอยู่นานถึงเดือนเป็นเสียงของผู้ชายคนนี้ไม่ผิดแน่
“ฮึ ฉันปล่อยแน่ แต่คงต้องรอให้ฉันทำงานให้เสร็จก่อน”
“งานบ้าอะไรของคุณอีก ไม่เอานะปล่อยผม”
“นายอุตส่าห์เดินตามฉันมาขนาดนี้ ฉันจะให้นายเหนื่อยฟรีได้ยังไงกันเคลย์ตัน”
ริมฝีปากหนาครอบงับลงมาตรงปลายติ่งหูของผมจากทางด้านหลัง ปลายจมูกโด่งเย็นๆ นั้นเกลี่ยซุกลงไปตามซอกคอ ใบหน้าของผมซีกหนึ่งถูกกดแนบลงไปกับผนังซึ่งมีวอลล์เปเปอร์ลวดลายเถาวัลย์องุ่นปรากฎอยู่ต่อหน้า ข้อมือสองข้างถูกยึดบิดกดติดลงไปตรงด้านหลัง แรงฝ่ามือซึ่งผมรู้ดีว่าต่อให้ผมออกแรงดิ้นรนเท่าไหร่ผมก็ไม่เคยดิ้นหลุดไปได้สักครั้ง
“ไม่...อย่านะ”
“คืนนี้...นายต้องการฉันเคลย์ตัน”
“ผมไม่เคยต้องการคุณ”
“ปากนายบอกว่าไม่ต้องการ...แต่กลิ่นฟีโรโมนของนายมันไม่ได้บอกฉันแบบนั้น...ฉันมาหานายเพราะกลิ่นของนายเรียกหาฉันต่างหาก”
"ไม่จริง ผมเปล่านะ"
ผู้ชายคนนี้ไม่ได้โกหกและเขาไม่ได้กุเรื่องหรือถ้อยคำโป้ปดเพราะร่างกายของผมมันกำลังเรียกหาเจ้าของกลิ่นดอกโอลีฟซึ่งยืนเอาเป้ากางเกงตุงๆ นั้นมาถูตรงบั้นท้ายของผมอย่างจงใจ
"อย่าโกหกเคลย์ตัน กลิ่นของนายยั่วจนฉัน...ทนไม่ได้แล้ว"
“ผมไม่เคยต้องการคุณ”
“เคลย์ตัน นายปฏิเสธฉันไม่ได้เหมือนทุกๆ ครั้งที่ผ่านมานั่นแหละ มาเถอะฉันจะทำให้คืนนี้นายนอนหลับฝันดีกว่าทุกคืน”
ผมถูกกระชากออกมาจากผนังทางเดินแล้วดันหลังให้เดินไปข้างหน้า ผมพยายามจะเอี้ยวตัวเพื่อหันกลับไปมองดูเจ้าของฝ่ามือหนาที่กำลังบีบต้นคอของผมแน่น หางตาผมหันไปมองได้เพียงเสี้ยวหน้านิดเดียวเท่านั้นก็ต้องถูกฝ่ามือคู่นั้นบิดกลับไปให้หันหน้าไปมองทางเดิน
ผมพยายามสะบัดเอาตัวเองออกแต่เวลานี้แขนขาของผมมันไม่เป็นใจเอาเสียเลย ทุกครั้ง ทุกตอน เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมอยู่ใกล้อัลฟ่าคนนี้มันเหมือนร่างกายของผมยอมศิโรราบให้กับเขาไม่อาจต้านทานไม่อาจทรยศ ไม่อาจต่อต้านปฏิเสธได้เลย
บานประตูขนาดใหญ่ตรงสุดทางเดินถูกเจ้าของฝ่าเท้าคู่หนาถีบมันให้เปิดออก ด้านหลังนั้นเป็นทางเดินเล็กๆ ขนาดกว้างเพียงเมตรกว่าๆ มันไม่ใช่ทางเดินสำหรับแขกที่มาพักอาศัยภายในโรงแรม แต่ดูราวกับว่ามันเป็นทางลับหรือทางลัดสำหรับพนักงาน
“จะพาผมไปไหน”
“รำลึกความหลังระหว่างเราไงเคลย์ตัน”
“ไม่เอาปล่อยผมนะ ช่วยด้วยครับ” ผมใช้แรงที่มีอยู่น้อยนิดนั้นพยายามตะโกนร้องและดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด แต่แรงที่มีอยู่มันเหมือนผมกำลังเอาขนนกไปตีกับปีกอินทรี เพราะมันไม่มีผลอะไรต่อผู้ชายคนนี้เลย
ผมถูกผลักเข้าไปภายในห้องหลังบานประตูสีแดงบานหนึ่ง แสงไฟสีส้มสลัวๆ ติดขึ้นหลังจากบานประตูนั้นถูกดึงให้ปิดตามหลังมา แสงสว่างพอให้เห็นทุกอย่างเป็นเงารางๆ ห้องนี้ดูเหมือนจะเป็นห้องสำหรับเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดของแม่บ้านเพราะมันมีเครื่องดูดฝุ่น ไม้กวาด ไม้ถูกพื้น เครื่องกวาดพื้น เครื่องขัดพื้นเต็มไปหมด
“เอาล่ะเคลย์ตันมาเริ่มกันเถอะ” ฝ่ามือหนาคว้าลงมาตรงขอบกางเกงของผมพร้อมกับปลดกระดุมแล้วรูดซิปกางเกงของผมลงอย่างรวดเร็วจนผมตั้งตัวไม่ทัน
“ไม่นะ” ผมพยายามพลิกเอาตัวเองหันหลังกลับเพราะต้องการเห็นหน้าไอ้คนบ้ากามคนนี้ชัดๆ ให้ถนัดเสียที
แต่เมื่อผมหันกลับมาใบหน้านั้นกลับประชิดแล้วมอบจูบอันเผ็ดร้อนให้กับผม ผมมองเห็นเพียงสันจมูกกับดวงตายิ้มกริ่มยั่วเย้าเอาแต่ใจ ผมจ้องดวงตาคู่นั้นอยู่นานก่อนจะสะดุ้งเพราะเจ้าของจูบขบลงมาเบาๆ บนริมฝีปากล่างของผม
“โอ๊ย” ผมสะบัดเอาหน้าหนีรู้สึกเหมือนปากตัวเองจะแตกเพราะรับรู้รสชาติเค็มๆ ของเลือดซึ่งไหลซึมออกมา
“ยังหวานเหมือนเดิมเลยนะ” เจ้าของดวงตาคู่นั้นซึ่งผมยังมองไม่ชัดเอ่ยขึ้นมา กลีบปากนุ่มนิ่มกดประทับลงมาหาผมอีกครั้ง ก่อนจะมอบจูบนุ่มนวลให้กับผมแล้วถอนออกช้าๆ
“คุณทำแบบนี้ทำไม ต้องการอะไรจากผมกันแน่”
“ต้องการจากนายแค่ส่วนหนึ่ง....”
“คุณต้องการอะไรจากพ่อกับแม่ อยากได้เงินก็บอกสิ...ขอแค่เลิกยุ่งกับผม”
“เคลย์ตัน...มีใครเคยบอกนายหรือเปล่าว่านายหอม หวาน น่ากินจริงๆ”
ผมไม่ได้คำตอบอะไรที่เป็นประโยชน์กลับมาจากริมฝีปากคู่หนานอกจากจูบอันเร่าร้อนเป็นรางวัล ฝ่ามืออุ่นร้อนปลดถอดดึงกางเกงของผมให้ลงไปกองอยู่ตรงข้อเท้า ทั้งกางเกงขายาวและกางเกงชั้นใน เสื้อเชิ้ตสีขาวเนื้อบางซึ่งผมสวมมันไว้ถูกปลดกระดุมออกจนหมดทุกเม็ด
ริมฝีปากหนาเลื่อนผละทิ้งห่างออกไปจากใบหน้าแล้วจูบไซ้ลงไปหายอดอกของผมซึ่งมันอ่อนไหวและไวต่อแรงกระตุ้น เรียวลิ้นร้อนแลบเลียฉกชิมลิ้มรสผมไปทั่ว
กลิ่นฟีโรโมนรุนแรงโอบกอดผมหนาแน่นจนเผลอตัวหลงลืมไปเลยว่าชั่วโมงนี้ผมควรดิ้นรนขัดขืนไม่ใช่มามัวยืนถ่างขาเรียกหาให้อีกฝ่ายเล้าโลมแบบนี้
ผมยืนหอบหายใจบิดตัวเร่าๆ ไปกับสัมผัสร้อนของอัลฟ่าซึ่งกำลังเผาผมด้วยไฟราคะแผ่นหลังของผมพิงแนบไปกับผนังห้องเก็บของอันเย็นเฉียบ ขาข้างหนึ่งถูกรั้งยกให้เกี่ยวขึ้นมาบนท่อนแขนแข็งๆ ส่วนอีกข้างนั้นมันยังสั่นเกร็งจวนเจียนจะทรงตัวไม่อยู่บนพื้น ท่อนเนื้อร้อนสอดดันเข้ามาในช่องรักอุ่นแคบๆ ของผมแล้วเริ่มขยับเข้าออกอย่างคุ้นเคย
"คิดถึงฉันหรือเปล่าเคลย์ตัน"
"ไม่" ผมเหนี่ยวแขนรั้งไว้กับท้ายทอยหนาของคนตัวสูง
"นายไม่คิดถึง...แต่ร่างกายนายมันโหยหาฉัน อ๊า"
เสียงแหบพร่านั้นคำรามลงมาใกล้พร้อมกับจังหวะขยับสะโพกที่ค่อยๆเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนผมได้แต่ยืนซุกหน้าลงไปกับซอกคอหอมๆ แล้วปล่อยให้คนโตกว่าทำอะไรก็ได้กับร่างกายผม
ผมยืนเหงื่อไหลจนท่วมตัวอาจจะเพราะห้องนี้มันถูกปิดทึบไม่มีช่องระบายอากาศ และคนเอาแต่ใจที่กำลังยืนสับสะโพกกระแทกอัดใส่ผมอยู่ด้านหลังจนไม่มีเวลาให้ผมได้พัก เสียงน้ำรักเฉอะแฉะเหนียวข้นไหลลงไปตั้งแต่ปากช่องรักไปจนถึงตาตุ่ม กลิ่นคาวหอมอ่อนๆ คละคลุ้งไปจนทั่วห้องแต่ดูเหมือนอัลฟ่าจอมหื่นจะยังไม่พอใจเพราะเขายังจับผมพลิกแล้วจัดท่าให้ใหม่ก่อนจะอัดท่อนเนื้อขนาดใหญ่ใส่ลงมาอีกอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย
"พอแล้ว ผมไม่ไหว" ผมร้องขอความเห็นใจเพราะตอนนี้ผมแทบจะยืนทรงตัวไม่อยู่เพราะขาทั้งสองข้างสั่นไปหมด
"นายไหวเคลย์ตัน"
"ไม่ ไม่ไหวผมเหนื่อย ผมยืนไม่ไหวแล้ว" ผมตอบกลับไปพร้อมกับเสียงหอบประตูรักด้านล่างนั้นแสบร้อนเพราะแรงเสียดสีอย่างหนัก แต่ขณะเดียวกันมันอบอุ่นและทำให้ผมมีความสุขเหลือเกิน
ผมเกลียดตัวเองเหลือเกิน...ผมเกลียดร่างกายของผมในเวลานี้ ความสกปรกจากภายนอก และความอัปยศจากภายในที่ไม่ว่าจะอย่างไรผมก็ไม่มีวันปฏิเสธอัลฟ่าคนนี้ได้
"กอดฉันสิเคลย์ตัน จำได้หรือเปล่าว่านายกอดฉันแล้วหลับไปบนเตียงอุ่นๆ"
"ผมเกลียดคุณ"
"ดี...ดีมาก กอดคนที่นายเกลียดในแน่นๆ ฉันจะพานายไปลงนรกกับฉัน"
ผมอ้าปากออกแรงกัดกดขากรรไกรลงไปกับบ่ากว้างปล่อยน้ำตาตัวเองให้ไหลออกมาเพราะความอับอาย ผมรู้สึกอับอายและสมเพชตัวเองเหลือเกินปฏิเสธผู้ชายคนนี้ไม่ได้จริงๆ แขนสองข้างโอบกอดรั้งให้เรายังคงเชื่อมกันอยู่ด้วยท่อนเนื้อนั้นไว้กับผม
"อ๊า" เสียงร้องคำรามของผู้ชายร่างสูงนั้นไม่รู้ว่าเป็นเพราะคมเขี้ยวของผมหรือเป็นเพราะอารมณ์ปรารถนาที่เดินมาจนสุดทาง เพราะแรงอัดฉีดของเหลวอุ่นร้อนพุ่งเข้ามาใส่ผมอีกครั้ง
"อ้ะ อ๊า" ผมตัวกระตุกตามแล้วหมดแรงจะทรงตัวยืน
ผมปล่อยตัวเองให้ทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นโดยมีผนังห้องเย็นๆ ช่วยพยุงตัวเองไว้ เบื้องหน้าของผมคือส่วนกลางลำตัวของผู้ชายที่ผมยังเห็นหน้าไม่ชัด แต่เวลานี้สิ่งที่ปรากฏชัดเจนคือดุ้นเนื้อแท่งใหญ่ซึ่งมันยังคงพองตัวแข็งแม้จะถูกรีดน้ำออกมาเป็นรอบที่สองแล้วก็ตาม
"เอาสิเคลย์ตัน ทำความสะอาดมันเสียหน่อย"
"ไม่เอา เอามันไปไกลๆเลยนะ" ผมเบือนหน้าหลบแต่ถูกฝ่ามือหนาจิกผมแล้วกระชากดึงผมหันกลับมาแล้วจ่อปลายท่อนเนื้อกลิ่นคาวนั้นมาตรงปากผม
"อย่าเมินใส่มันสิเคลย์ตัน มันอุตส่าห์ทำให้เราสองคนมีความสุขร่วมกันนะ"
"ไม่ ผมไม่เคยมีความสุข" ผมเงยหน้าขึ้นไปหาเงาสูงซึ่งยืนค้ำหัวผมอยู่แสงสลัวทำให้ผมมองเห็นร่างเจ้าของกลิ่นดอกโอลีฟรางๆ แต่ยังคงไม่ชัดเจน ร่างสูงนั้นค่อยๆ ขยับย่อตัวลงมาช้าๆ ใบหน้าคมก้มลงมาจนเวลานี้มันเคลื่อนต่ำลงมาแล้วอยู่ห่างผมไปเพียงหนึ่งฝ่ามือ
ดวงตาสีเข้มคิ้วหนา สันจมูกโด่ง และริมฝีปากหยักกำลังยกยิ้มอย่างพึงใจ ปลายนิ้วมืออุ่นร้อนและชื้นเหงื่อปล่อยกลุ่มผมซึ่งจิกทึ้งหัวผมอยู่แล้วเลื่อนมาแตะลงบนแก้มผมหนักๆ ส่วนมืออีกข้างเลื่อนมาบีบคางผมพร้อมกับยกเชยขึ้นไป
"นายเป็นโอเมก้าคนแรกที่นอนกับฉันแล้วบอกว่าไม่มีความสุข"
"คุณก็เป็นอัลฟ่าคนแรกที่ทำให้ผมขยะแขยงที่สุดเหมือนกัน"
"ฉันยังมีมุมเลวๆ ให้นายได้รังเกียจอีกเยอะเคลย์ตัน บอกลาชีวิตที่สมบูรณ์พร้อมและมีความสุขของนายซะ...ยินดีต้อนรับสู่นรกขุมใหม่เคลย์ตัน อัลบราเซส"
