บทที่ 2 คู่หมั้น

  วันต่อมา...

  "วันนี้ไปที่บ้านกับพี่นะ" พี่คริสเดินเข้ามาสวมกอดฉันแล้วพูดขึ้น ซึ่งที่เขาพูดออกมามันทำให้ฉันใจสั่นฉันไม่อยากไปที่บ้านเขาเลย ไม่ว่าจะไปสักกี่ครั้งฉันก็ไม่เคยได้รับการต้อนรับอย่างดีเลยสักนิด

  "ไม่เอาดีกว่า พี่ไปเถอะ มีน…" ฉันพูดออกไปแล้วแต่งตัวต่อ

  "ทำไมล่ะ" พี่คริสถามฉันออกมาแล้วสบสายตากับฉันผ่านกระจก

  "พี่คริสก็น่าจะรู้เหตุผลดีนี่นา" ฉันพูดออกไปพลางแต่งตัวต่อโดยไม่สนใจเลยว่าพี่คริสเขาจะแสดงสีหน้ายังไง

  "พี่จะพยายามพูดกับแม่ให้นะ"

  "อื้ม หวังว่าสักวันแม่พี่จะเข้าใจมีนนะ พี่คริสก็รู้ว่างานที่มีนทำอยู่ตอนนี้มันเป็นงานที่มีนรัก จะให้มีนไปทำอย่างอื่น มีนก็คงทำไม่ได้" ฉันพูดออกไปอย่างน้อยอกน้อยใจ สาเหตุที่แม่พี่คริสไม่ชอบฉัน ไม่ใช่แค่ฉันเป็นนักร้องกลางคืนหรอก แต่มันเป็นเพราะฉันไม่ไฮโซ ไม่ร่ำรวยเหมือนตระกูลเขาล่ะสิ แม่พี่คริสกลัวว่าฉันจะมาเกาะลูกชายเขากินน่ะ

  ทั้งๆที่ทุกวันนี้เราสองคนอยู่ด้วยกันก็จริง แต่ฉันไม่เคยขอเงินพี่คริสใช้เลยสักบาทเดียว คอนโดที่พวกเราอยู่ด้วยกันตอนนี้ก็เป็นคอนโดที่ฉันเก็บเงินซื้อเองทั้งนั้น ฉันไม่เคยแบมือขอเงินพี่คริสอย่างที่แม่เขาครหาเลยแม้แต่บาทเดียว

  "พี่เข้าใจ ความชอบของคนเรามันต่างกัน สักวันแม่พี่จะเข้าใจเอง" พี่คริสพูดขึ้นแล้วกอดฉันเอาไว้แน่นกว่าเดิม ฉันสัมผัสได้นะว่าพี่คริสเองก็หนักใจอยู่ไม่ใช่น้อย แล้วฉันก็รู้ด้วยว่าเขารักฉันมาก เขาเองก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้แม่เขามองฉันใหม่เหมือนกัน 

  "พี่คริสรักมีนมั้ย?" ฉันถามเขาขึ้น

  "รักสิ พี่รักมีนมาก มีนก็รู้นี่" พี่คริสพูดแล้วมองหน้าฉันผ่านทางกระจกอีกครั้งพลางกระชับอ้อมกอดของเขาให้แน่นกว่าเดิม

  "มีนก็รักพี่คริสนะ"

  "มีน..." พี่คริสเรียกฉันขึ้นแล้วจับร่างฉันให้หมุนกลับไปหาเขา

  "ว่าไง?" ฉันถามเขาขึ้นเมื่อเขาจับฉันหันมาแล้วสบตากันอยู่นาน

  "แต่งงานกับพี่เถอะ" พี่คริสพูดขึ้นพลางชูแหวนทองคำขาวที่มีเพชรเม็ดเล็กๆ ประดับอยู่ตรงกลางขึ้นตรงหน้า

  "พี่ล้อเล่นอะไรเนี่ย มีนไม่เล่นนะ" ฉันพูดออกไปทั้งที่ตอนนี้มีน้ำตาคลออยู่เต็มเบ้า 

  "ไม่ พี่ไม่ได้ล้อเล่น พี่อยากแต่งงานกับมีนจริงๆ วันนี้ไปที่บ้านกับพี่เถอะนะ พี่จะคุยเรื่องนี้กับคุณแม่ให้รู้เรื่อง" พี่คริสพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังแล้วจับมือข้างซ้ายของฉันขึ้นไป จากนั้นเขาก็บรรจงสวมแหวนวงนั้นมาประดับที่นิ้วนางข้างซ้ายของฉัน แล้วพรมจูบลงมาที่มือของฉันอย่างแผ่วเบา

  "ฮึก...พี่คริส" ฉันเรียกแล้วโผเข้ากอดเขาอย่างแนบแน่น จากนั้นก็ปล่อยให้น้ำตาแห่งความดีใจไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย ในเมื่อเขาเป็นคนพูดเองว่าจะพูดกับแม่เขาให้รู้เรื่อง ฉันก็มั่นใจว่าเราสองคนจะผ่านเรื่องราวพวกนี้ไปได้ แล้วฉันก็หวังว่าคุณแม่ของพี่คริสจะยอมรับฉันสักที เพราะท่านเองก็รู้ว่าพวกเราสองคนรักกันมากจริงๆ 

  บ้านคริส

  ​"ใครอนุญาตให้พวกแกสองคนแต่งงานกันมิทราบ" ทันทีที่พี่คริสพูดออกไปว่าเขาจะแต่งงานกับฉัน แม่พี่คริสก็ตวาดออกมาด้วยน้ำเสียงเกี้ยวกราด แล้วปรายตามองฉันอย่างรังเกียจ

  "นั่นสิ ทางเราไม่ยอมรับผู้หญิงที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบนี้มาเป็นสะใภ้หรอกนะ" พี่สาวของพี่คริสพูดขึ้นด้วยท่าทีที่รังเกียจฉันเช่นกัน เธอไม่ชอบฉันมากๆเลยล่ะ ยิ่งรู้ว่าฉันเป็นนักร้องกลางคืนก็ยิ่งพาลเกลียดฉันเข้าไปใหญ่

  "แต่ผมรักมีน ยังไงผมก็จะแต่งงานกับมีน" พี่คริสพูดออกไปด้วยท่าทางที่ไม่ยอม จนฉันต้องคอยปรามอารมณ์ของเขาไว้

  "แกจะแต่งงานกับแม่นี่ได้ยังไง ในเมื่อแกเองก็มีคู่หมั้นอยู่แล้วทั้งคน"

  "O_O" สีหน้าของฉันกับพี่คริส

  "แม่หมายความว่ายังไงครับ" พี่คริสถามออกไปด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยสู้ดีนัก

  "ก็หมายความตามที่พูดนั่นแหละ อีกเดี๋ยวหนูเบลล์ก็คงมาถึงแล้ว แกอยู่พบคู่หมั้นแกก่อนเลยก็แล้วกัน" แม่ของพี่คริสพูดขึ้นแล้วปรายตามองฉันอย่างด้วยสายตาเหยียดๆ ฉันว่าวันนี้ฉันก็แต่งตัวมาแบบเรียบร้อยสุดๆแล้วนะ

  "แล้วทำไมผมต้องรอพบผู้หญิงคนนั้นด้วย ป่ะ กลับกันเถอะมีน" พี่คริสพูดออกไปแล้วลุกขึ้นพร้อมกับกระตุกมือฉันให้ลุกตามเขาไปด้วย

  "แต่แกต้องอยู่ เพราะนี่คือคำสั่งของฉัน" แม่พี่คริสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดุดันจนพี่คริสชะงักฝีเท้าที่กำลังจะเดินออกไป

  "แม่จะบังคับผมมากเกินไปแล้วนะครับ แล้วนี่จะมาให้ผมแต่งงานกับคนที่ไม่เคยเห็นหน้าแบบนี้ได้ยังไง ทำไมแม่ถึงไม่คิดถึงใจผมบ้าง แม่ก็รู้ว่าผมกับมีนรักกัน แล้วทำไมจะต้องห้ามพวกเราด้วย" พี่คริสหันกลับไปคุยกับแม่ของเขาด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิด ฉันสัมผัสได้ถึงความโกรธแต่ทำอะไรไม่ได้จากน้ำเสียงของเขา

  "นี่แกอย่ามาขึ้นเสียงกับฉันนะ!"

  "แต่แม่ทำไม่ถูก ยังไงผมก็ไม่ยอมแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นหรอก"

  "ถ้าไม่แต่งก็ไสหัวออกไปจากบ้านนี้เลย แล้วต่อจากนี้ไปแกก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่อีก" แม่ของพี่คริสพูดขึ้นจนทำให้เขาต้องขมวดคิ้วมุ่น 

  "ทำไมแม่ต้องบังคับผมแบบนี้ด้วย  มีนไม่ดีตรงไหน ทำไมต้องรังเกียจเธอ"

  "ผู้หญิงคนนี้ไม่มีหัวนอนปลายเท้า แถมยังทำงานกลางคืนอีก ไม่มีแม่ผัวที่ไหนรับได้หรอกนะ"

  "แต่หนูทำงานสุจริตนะคะ หนูก็แค่ร้องเพลง ไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่นเลย" ฉันพูดสวนไปทันควันเมื่อแม่ของพี่คริสกำลังดูถูกงานของฉัน

  "อย่ามาเถียงฉันนะ! คิดว่าตาคริสรักแกแล้วแกจะมาขึ้นเสียงกับฉันแบบนี้ก็ได้เหรอ มันจะมากเกินไปแล้วนะ!"

  เพี๊ยะ!

  แม่ของพี่คริสพูดขึ้นพลางลุกจากโซฟาตรงเข้ามาหาฉันจากนั้นท่านก็ฟาดฝ่ามือลงมาที่เสี้ยวหน้าของฉันอย่างแรง จนมันชาไปหมดทั้งแถบ

  "แม่..." พี่คริสเรียกแม่ของเขาออกไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาพร้อมกับมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่เป็นห่วงเป็นใย

  "มีนกลับก่อนนะพี่คริส หนูลานะคะคุณแม่" ฉันหันไปบอกพี่คริส แล้วก็บอกลาคนที่เพิ่งตบหน้าฉันเมื่อกี้ออกไปทั้งน้ำตา จากนั้นฉันก็เดินออกมาจากบ้านหลังนั้นทันที แค่ฉันเป็นนักร้องกลางคืนมันผิดตรงไหน ทำไมแม่ของพี่คริสต้องกีดกันฉันกับเขาแบบนี้ด้วย

  เอี้ยดด!!

  ในระหว่างที่ฉันกำลังจะเดินออกจากบ้านของพี่คริสก็มีรถยนต์หรูคันหนึ่งวิ่งเข้ามาพอดี ฉันไม่ทันระวังเลยเกือบโดนรถคันนั้นชนเข้า ดีนะที่เขาเบรคไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นฉันคงโดนชนไปแล้ว

  "เป็นอะไรหรือเปล่าคะคุณ" ผู้หญิงรูปร่างหน้าตาดี แต่งตัวดูมีชาติตระกูลคนหนึ่งเดินลงมาจากรถแล้วเข้ามาประคองฉันเอาไว้  จากนั้นเธอก็ถามฉันขึ้นด้วยน้ำเสียงตกอกตกใจระคนเป็นห่วง

  "ไม่เป็นอะไรค่ะ ฉันขอตัวนะคะ" ฉันบอกเธอคนนั้นออกไปแล้วรีบวิ่งออกมาจากบ้านหลังใหญ่นั่นทันที

  Kris

  ​"ทำไมแม่ต้องทำกับมีนแบบนั้นด้วย ผมรักมีนเข้าใจมั้ยครับแม่ ผมรักมีน!" ผมตะคอกใส่หน้าแม่ออกไปจากนั้นก็หันหลังให้ท่านแล้วเดินออกมาจากห้องนั้นทันที

  แต่ระหว่างที่ผมกำลังจะเดินออกจากบ้านเพื่อที่จะตามมีนไปนั้นก็มีผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่งเดินเข้ามาในบ้านแล้วมองมาที่ผมด้วยสีหน้าและแววตาเรียบนิ่ง เราสองคนสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเธอก็มองผ่านผมไป 

  "สวัสดีค่ะคุณป้า"

  "อ้าวหนูเบลล์ มาถึงไวจังเลยนะลูก" ผู้หญิงคนนั้นเดินผ่านผมไปแล้วเดินไปหาแม่ของผมทันที

  "เบลล์...งั้นเหรอ?" ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆเมื่อรู้สึกคุ้นกับชื่อของผู้หญิงคนนี้

  "ตาคริส อย่าเพิ่งไปสิ อยู่คุยกับน้องก่อน" แม่ของผมพูดขึ้นจนทำให้ผมสงสัยว่าทำไมผมต้องอยู่คุยกับเธอด้วย

  "ไม่ล่ะครับ ผมจะรีบไปหามีน" ผมบอกแม่ออกไปแล้วหันหลังเพื่อที่จะเดินออกมาทันที แต่...

  "ถ้าแกก้าวออกจากบ้านนี้ไป แกไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่อีกเลย" ผมชะงักฝ่าเท้าทันทีที่แม่ลั่นวาจาออกมาแบบนั้น ถึงผมจะรักมีนมากแค่ไหน แต่ยังไงแม่ก็ยังสำคัญกับผมมากอยู่ดี อยู่คุยตามที่ท่านบอกก่อนแล้วกัน หลังจากนั้นเดี๋ยวค่อยลองพูดกับท่านเรื่องของมีนอีกที บางทีท่านอาจจะสงสารผมกับมีนบ้างก็ได้

  ผมรอเวลาให้มีนท้อง มีนก็ไม่ท้องสักที นี่ผมก็รอมานานแล้ว หรือว่าผมไม่มีน้ำยาวะ ถ้ามีนท้องแม่ผมอาจจะใจอ่อนขึ้นมาบ้างก็ได้ ผมคิดแบบนั้นมาตลอด

  "สองคนคุยกันไปก่อนนะลูก เดี๋ยวแม่กับพี่แคลมา" แม่พูดพลางพยักหน้าให้พี่แคลลุกตามออกไป จากนั้นทั้งสองคนก็พากันออกไปข้างนอกทันที

  "เธอเป็นคู่หมั้นฉันเหรอ?" ผมถามผู้หญิงหน้านิ่งคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับผมออกไป

  "อืม" เธอตอบออกมาสั้นๆ

  "เธอรู้รึเปล่าว่าเราสองคนต้องแต่งงานกัน" ผมถามยัยผู้หญิงหน้านิ่งแต่ดูดีมากๆออกไป

  "รู้" เธอตอบออกมาสั้นๆตามเคย

  "แล้วเธอก็เต็มใจที่จะแต่งกับคนที่ไม่รู้จักเนี่ยนะ" ผมถามเธอออกไปอย่างหงุดหงิด ส่วนในใจของผมตอนนี้ก็นึกเป็นห่วงมีนขึ้นมา

  "มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะขัดใจอะไรพวกท่านอยู่แล้ว" เธอพูดออกมาพร้อมกับทำหน้านิ่งๆเหมือนเดิม

  "เธอจะบ้าหรือไง แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก มันเหมือนตายทั้งเป็นเลยนะ"

  "แล้วยังไง ฉันไม่มีสิทธิ์เลือกคนรักด้วยตัวเองอยู่แล้วนี่" เธอพูดออกมาพลางจ้องมองผมด้วยสายตานิ่งๆ สายตาแบบนั้นมันหมายความว่ายังไง ทำไมมันดูเศร้าๆแปลกๆ

  "อะไรของเธอวะ ยังไงฉันก็ไม่แต่งงานกับเธอหรอก" ผมพูดออกไปแล้วมองเธอด้วยสายตาจริงจัง

  "แล้วนายคิดว่าฉันอยากแต่งงานกับนายมากหรือไง ไอ้คนไม่หล่อ"

  "นี่เธอ!!"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป