บทที่ 6 เหมาะสม

  ​"เบลล์..." ไอ้หมอนั่นเรียกเบลล์ขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเธอนิ่งเงียบไม่ยอมตอบอะไรมันออกไป

  "จริงค่ะ" เบลล์ตอบไอ้หมอนั่นออกไปพลางจ้องมองมันด้วยสายตาที่ดูแคร์มันมากเหลือเกิน

  "งั้น...พี่ก็ยินดีกับเบลล์ด้วยนะ" มันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาแล้วเบือนสายตาไปมองทางอื่น

  "พี่เคน..." เบลล์เรียกมันออกไป

  "กลับกันดีกว่า แล้วก็ลาออกจากที่นี่ซะ! ฉันไม่ให้เธอทำงานแล้ว" ผมพูดออกไปอย่างหัวเสียแล้วกระชากเบลล์ออกมาจากห้องนั้นทันที 

  บอกตามตรงว่ามันหงุดหงิดมากๆ ยิ่งได้เห็นเบลล์แคร์ไอ้หมอนั่นผมก็ยิ่งหงุดหงิด ไม่รู้เป็นห่าอะไร

  "นี่! ปล่อยฉันนะ! ฉันมีประชุม!" เบลล์พูดพร้อมสะบัดแขนออก

  "ฉันไม่ให้เธอทำงานที่นี่แล้ว ไปลาออกเลย" ผมตะคอกใส่เธอออกไป

  "นายมีสิทธิ์อะไรมาบังคับฉันแบบนี้! ปล่อยนะ!" ผมชะงักทันทีเมื่อเบลล์พูดออกมาแบบนั้น 

  เออ...แล้วทำไมผมจะต้องมาหงุดหงิดกับเธอแบบนี้ด้วยวะ ผมก็ไม่เข้าใจตัวเอง

  "โธ่เว้ย!" ผมถีบถังขยะที่อยู่แถวนั้นระบายอารมณ์ทันทีเมื่อทำอะไรไม่ได้

  "แล้วนี่นายมาทำไม? ทำไมยังไม่กลับไปอีก ฉันบอกแล้วไงว่าฉันกลับเองได้" เบลล์พูดพลางหันกลับไปมองที่หน้าห้องเจ้านายของเธอที่ตอนนี้มันกำลังมองมาที่เราสองคนอยู่

  "เธอลืมไอ้นี่ไว้น่ะ เอาไปสิ" ผมโยนกระเป๋าให้เธอแล้วพยายามระงับอารมณ์หงุดหงิดของตัวเองไว้ ทำไมหงุดหงิดแบบนี้วะ ผมแม่งโคตรไม่เข้าใจตัวเองเลย แม่ง…

  "เป็นบ้าอะไรของนาย" เบลล์พูดแล้วมองมาที่ผมอย่างสงสัย

  Rrrrrr Rrrrrrrr

  ผมละสายตาจากเบลล์ทันทีเมื่อเสียงโทรศัพท์ของตัวเองส่งเสียงขึ้น

  --->> 'เมีย'

  "ว่าไง!"

  (ทำไมเสียงดูหงุดหงิดขนาดนั้นล่ะคะ) มีนถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเมื่อผมเผลอขึ้นเสียงใส่เธอ

  "พี่ขอโทษ นี่มีนอยู่ไหนแล้ว" ผมถามมีนออกไปพลางเหลือบมองเบลล์ที่ตอนนี้กำลังมองมาที่ผมอยู่

  (อยู่ห้องแล้ว เมื่อไหร่พี่จะกลับ) มีนถามผมออกมาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างระแวง

  "กำลังจะกลับแล้ว พี่คิดถึงมีนจะแย่" ผมพูดออกไปพลางเน้นคำว่าคิดถึงใส่หน้าเบลล์ไปด้วย ส่วนเธอก็ทำได้เพียงกวนประสาทผมด้วยการเบะปากออกมา แล้วทำหน้านิ่งๆเหมือนเดิม

  (ปากหวานจังเลยนะแฟนใครเนี่ย อยากชิมจัง) น้ำเสียงของมีนดูดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย

  "เดี๋ยวรีบกลับไปให้ชิมทั้งตัวเลย จะได้รู้ว่าหวานจริงมั้ย" ผมพูดออกไปแล้วมองหน้าเบลล์ไปด้วย ส่วนเธอก็ได้แต่ทำหน้านิ่งเหมือนเดิม แม่งโคตรกวนประสาทเลย

  (อื้ม งั้นเดี๋ยวมีนเอาของเก็บก่อนนะ)

  ติ้ด!

  "รีบกลับไปหาแฟนนายได้แล้ว อ่อ แล้วก็ขอบใจสำหรับกระเป๋า" เบล์พูดแล้วรีบสะบัดหน้าหนีผมเดินกลับไปที่ห้องเจ้านายของเธอทันที นี่ถ้าไม่ติดว่าจะรีบกลับไปหามีนนี่ผมกระชากเธอกลับและ ยัยหน้านิ่งเอ้ย! ทำหน้าทำตากวนประสาทชิบหาย!

  "ยัยหน้านิ่ง! ฉันบอกให้เธอไปลาออกไง" ผมตะโกนไล่หลังเบลล์ออกไป

  "กลับไปได้แล้ว! ไอ้ตี๋!" เธอตะโกนกลับมาแล้วเดินไปหาเจ้านายของเธอที่กำลังมองมาที่เราสองคนอย่างสงสัยทันที

  ไอ้หมอนั่นมันจะมองมาที่ผมกับเบลล์ทำไมนักหนาวะ น่าถีบหน้าฉิบ!! 

  คอนโดมีน

  ​"กลับมาแล้ววว คิดถึงเมียจังเลย" ผมเดินเข้าไปสวมกอดมีนทันทีที่เข้ามาในห้อง

  "กินอะไรมารึยังคะ" มีนถามผม

  "ยังเลย ว่าจะกลับมากินเมียสักหน่อยยย" ผมพูดออกไปพลางไซร้ไปตามซอกคอของมีน

  "ขี้อ้อนจริงๆเลยนะ" มีนพูดแล้วหันกลับมาหาผมพลางตวัดท่อนแขนเล็กมาคล้องคอของผมเอาไว้

  "แล้วชอบมั้ยล่ะ" ผมถามมีนออกไปพลางค่อยๆลูบไล้ฝ่ามือไปตามท่อนแขนที่ขาวเนียนของเธอ

  "ไม่ชอบเลย....แต่รักมากกก" มีนพูดพลางโน้มคอผมลงไปให้รับจูบของเธอทันที ส่วนผมก็จูบตอบเธอไปอย่างเร่าร้อนเช่นกัน

  "อื้มมม" เสียงมีนครางในลำคออย่างชอบใจ เมื่อเห็นว่ามีนกำลังเคลิ้มผมก็ช้อนร่างของเธอขึ้นแล้วอุ้มเธอเข้ามาในห้องนอนทันที ต้องปลดปล่อยสักหน่อยแล้วล่ะ ผมกับมีนไม่ได้นอนด้วยกันมาตั้งสามคืนแล้ว เพราะมัวแต่ไปตามติดยัยคู่หมั้นหน้านิ่งตามคำสั่งของคุณแม่ ต้องโทษยัยหน้านิ่งเลยที่ทำให้ผมไม่ได้นอนกับเมียตั้งสามวัน!

  "อ๊ะ! เบาๆสิพี่คริส" มีนส่งเสียงเมื่อผมกระแทกสะโพกเข้าหาเธออย่างแรง

  "เจ็บเหรอ?" ผมถามมีนออกไปพลางค่อยๆจูบซับไปที่หน้าผากของเธอ

  "เจ็บ...." มีนพูดพลางนิ่วหน้าอย่างเจ็บปวด ผมเป็นห่าอะไรก็ไม่รู้ควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้เลย ยิ่งนึกถึงตอนยัยคู่หมั้นหน้านิ่งอยู่กับเจ้านายของเธอผมก็ยิ่งหงุดหงิด เลยเผลอกระแทกใส่มีนเข้าไปเต็มแรงเลย

  "พี่ขอโทษนะ..." ผมเอ่ยขอโทษมีนออกไปแล้วชักแกนกายของตัวเองออก จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนข้างๆมีนอย่างหมดอารมณ์

  "พี่คริสเป็นอะไรรึเปล่า? ทำไมถึงดูเครียดจังเลย" มีนถามเมื่ออยู่ๆผมก็ถอดถอนแกนกายออกจากร่างของเธอ

  "พี่ขอโทษนะที่ทำให้มีนเจ็บ" ผมว่าก่อนที่จะพลิกตัวไปนอนกอดมีนเอาไว้พลางจูบซับไปทั่วใบหน้าของเธอ 

  ทำไมผมสลัดยัยหน้านิ่งออกจากหัวไม่ได้เลยวะ! ให้ตายเหอะ!

  MEEN

  ​ฉันได้แต่นอนนิ่งให้พี่คริสกอดอยู่แบบนั้น ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรไป ทำไมเขาถึงได้ดูเครียดๆ แล้วทำรุนแรงกับฉันขนาดนั้น ช่วงนี้เขาดูเปลี่ยนไปเยอะมากๆ ถึงปากเขาจะบอกว่ารักฉัน แต่การกระทำที่เขาแสดงออกมามันไม่ใช่เลยสักนิด

  แถมช่วงนี้เขายังต้องไปขลุกอยู่กับคู่หมั้นของเขาทุกวัน 

  ฉันกลัว...

  กลัวว่าเขาจะตกหลุมรักเธอคนนั้นขึ้นมา เพราะคู่หมั้นของพี่คริสเป็นคนสวย แล้วก็เพียบพร้อมไปหมดทุกอย่าง ต่างจากฉันราวฟ้ากับเหว 

  ฉันไม่มีอะไรที่จะเทียบกับเธอคนนั้นได้เลยสักนิด 

  คู่หมั้นของพี่คริสก็คือผู้หญิงคนนั้น คนที่ฉันเกือบจะวิ่งไปชนรถของเธอนั่นแหละ...

  เธอทั้งสวยทั้งจิตใจดี นั่นเลยทำให้ฉันยิ่งกลัว กลัวว่าวันหนึ่งพี่คริสเขาจะหลงรักเธอขึ้นมา...

  "พี่คริส..." ฉันร้องเรียกพี่คริสเมื่อเห็นว่าเขาเงียบไปนาน

  "หื้ม?" เขาขานตอบฉันออกมา

  "อาทิตย์หน้าแล้วใช่มั้ย ที่พี่จะต้องแต่งงาน" ฉันถามเขาออกไปด้วยหัวใจที่เจ็บปวด เจ็บปวดไปหมด ใจสั่นไปหมด บอกตามตรงว่าฉันกลัว

  "อื้ม...." เขาตอบฉันออกมาสั้นๆ

  "ต่อไปคงไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วสิ" ฉันพูดออกไปด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ

  "พี่จะมาอยู่กับมีนทุกวันเลย พี่แค่แต่งงานเฉยๆ ไม่ได้ไปอยู่กับยัยนั่นหรอก" พี่คริสพูดออกมาจนทำให้ฉันต้องพลิกตัวกลับไปหาเขา

  "พี่หมายความว่ายังไง?" ฉันถามเขาออกไปอย่างสงสัย ก็ไหนเขาบอกว่าเเม่ของเขาซื้อเรือนหอไว้ให้เขาสองคนแล้วไง

  "แม่พี่ซื้อคอนโดเอาไว้ เพราะฉะนั้น พี่ไม่ต้องไปอยู่กับยัยนั่นแล้วล่ะ พี่จะมาอยู่กับมีนทุกวันเลย ดีมั้ย?" เขาพูดแล้วเขามาฟัดแก้มของฉันอย่างมันเขี้ยว พอได้ยินเขาพูดออกมาแบบนั้่น มันก็ทำให้ฉันใจชื้นขึ้นมา 

  ฉันไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นแล้วสินะ...

  "ดีสิ ดีมากๆเลยแหละ" ฉันยิ้มกว้างแล้วเข้าไปซุกที่อกแกร่งของเขาอย่างดีใจ มันคงไม่ผิดหรอกใช่มั้ยที่เขาจะมาอยู่กับฉัน เพราะว่าเขาไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้น เขากับเธอแต่งงานกันแค่ในนามเท่านั้น ไม่ได้เป็นสามีภรรยากันจริงๆซะหน่อย

  ถูกมั้ย…

  BELL

  วันต่อมา...

  "เป็นอะไรของแกวะ?" ยัยลิลินเพื่อนของฉันถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าฉันทำหน้าเบื่อโลก

  "เบื่อว่ะเเก อาทิตย์หน้าก็ต้องแต่งงานกับไอ้ตี๋นั่นแล้ว ฉันยังไม่พร้อมเลยอ่ะ" ฉันบอกเพื่อนรักเพียงคนเดียวของฉันออกไป

  "คู่หมั้นแกหล่อจะตาย ถ้าเป็นฉันนะ ฉันจะแต่งเดี๋ยวนั้นเลยที่รู้ว่ามีคู่หมั้นหล่อขนาดนี้><" ยัยลิลินพูดออกมาอย่างสะดีดสะดิ้ง

  "น้อยๆหน่อย เกรงใจสามีกับลูกที่นอนอยู่ที่บ้านด้วย" ฉันบอกออกไปแล้วส่ายหัวให้กับอาการบ้าผู้ชายของมัน 

  เพื่อนฉันมันก็เป็นอย่างนี้แหละ มันบ้าผู้ชายมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมละ จนตอนนี้จะสามสิบละมันยังบ้าผู้ชายหล่อๆอยู่เลย 

  แต่...เดี๋ยวนะ! ไอ้หน้าตี๋นั่นไม่ได้หล่อซะหน่อย!

  "ก็คู่หมั้นแกหล่อจริงๆนี่หว่า ฉันโคตรชอบเลย" มันพูดพลางหลับตาพริ้มแล้วทำหน้าตาเพ้อฝัน

  "ไอ้ตี๋นั่นหล่อตรงไหน? แกใช้อะไรดูห๊ะ!" ฉันถามยัยลิลินออกไป

  "หล่อทุกตรงเลยค่ะที่รักกกกกกก"

  "O_O" เสียงนี่มันนนนน

  "อร้ายยยยย >< หล่อมากกก หล่อวัวตายควายล้มเลยแก"

  "สวัสดีครับลิลิน" ไอ้หน้าตี๋พูดพลางมองไปที่ยัยลิลินที่ตอนนี้กำลังสติแตกกับการมาของเขาอยู่

  "หวัดดีค่ะ สุดหล่อ...^^" ยัยลิลินพูดพลางบิดไปมาอย่างเขินๆ

  "น้อยๆหน่อยแก" ฉันพูดปรามเพื่อนของตัวเองออกไปเมื่อเห็นว่ามันกำลังเขินไอ้ตี๋นี่อยู่

  "ก็หล่ออ่ะ" ยัยลิลินยังชมไอ้หน้าตี๋ไม่เลิก

  "ไม่เห็นจะหล่อตรงไหน!" ฉันกระแทกเสียงพูดใส่หน้าหมอนั่นออกไป

  "หล่อกว่าเจ้านายของเธอเยอะ!"

  "แหวะ! พี่เคนหล่อกว่านายตั้งร้อยเท่าพันเท่า นายไม่ได้เศษเสี้ยวของขี้เล็บเขาเลยสักนิด!"

  "ยัยหน้านิ่ง!" เขาพูดออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อเห็นว่าฉันชมว่าพี่เคนหล่อกว่าเขา

  "อะไรไอ้ตี๋!" ฉันถามเขาออกไปพลางมองหน้าเขาไปด้วย หล่อตรงไหน ไม่เห็นจะหล่อเลย จริงๆนะ แถมยังดูขี้เก๊กมากๆอีกต่างหาก พี่เคนทั้งหล่อทั้งสุภาพกว่าตั้งเยอะ!

  ​

  "เอ่อ...สองคนคุยกันดีๆล่ะ ฉันกลับก่อนนะแก" อยู่ๆยัยลิลินก็ขอตัวกลับซะงั้น

  "ทำไมล่ะแก อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนสิ" ฉันพูดเมื่อเห็นว่ายัยลิลินทำท่าจะลุกออกไป

  "สามีไลน์มาตามแล้ว ลูกอ้อนน่ะ ฉันไปก่อนนะ" ยัยลิลินชูโทรศัพท์ให้ฉันดูแล้วรีบร้อนลุกไปทันที แต่....

  "กลับก่อนนะคะสุดหล่อ ไว้เจอกันวันหลังนะ" มันยังมิวายหันกลับมาลาไอ้หน้าตี๋นี่! เหอะ! ยัยเพื่อนบ้าผู้ชาย!

  "ครับผม ไว้เจอกันอีกนะ" เขาพูดกับยัยลิลินออกไปพลางส่งสายตาหวานเยิ้มไปให้มันด้วย

  "น้อยๆหน้อย ยัยนั่นมีลูกมีสามีแล้ว" ฉันกระแทกเสียงบอกหมอนั่นออกไป

  "ฮ่าๆ หึงหรือไง?" เขาถามฉันพลางโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนฉันต้องเบี่ยงตัวหลบ

  "อะ...ไอ้บ้า! ใครหึงนายกัน" ฉันพูดออกไปอย่างตกใจเมื่อเขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ฉันมากกว่าเดิม น่าหงุดงิดจริงๆ จะโน้มเข้ามาใกล้ทำไมนักหนา ถ้าเป็นพี่เคนฉันจะไม่ว่าเลย!

  "หึ! ไม่หึงแล้วทำไมต้องกันท่าขนาดนั้นด้วย" เขายังคงพูดเรื่องนี้ไม่เลิก

  "ที่กันท่าเนี่ยเพราะเพื่อนฉันมีครอบครัวแล้ว! เห็นว่านายมองเหมือนอยากจะกินมันเข้าไปทั้งตัว" ฉันพูดแล้วมองเขาไปด้วย

  "ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรกับเพื่อนเธอสักหน่อย ฉันมีแฟนแล้ว แล้วอีกอย่างฉันก็รักแฟนมากด้วย" เขาพูดแล้วมองมาที่ฉันด้วยสายตาจริงจัง

  "ย่ะ!"

  "คนหน้านิ่งแบบเธอฉันไม่มีอารมณ์จะพิศวาสด้วยหรอก ทำหน้าอย่างกับเบื่อโลกแบบนี้ ใช้ได้ที่ไหน" เขาพูดขึ้นแล้วจับหน้าฉันให้หันไปหาเขาเมื่อฉันเบือนหน้าหนีมาอีกทาง

  "..."

  "..."

  MEEN

  ​"แกไหวป่ะวะ?" พลถามเพราะเห็นว่าฉันนิ่งไปเมื่อเห็นว่าแฟนของตัวเองกำลังหยอกล้อคู่หมั้นของเขาอย่างสนิทสนม แถมทั้งคู่ยังจ้องตากันอยู่ตั้งนานสองนาน

  นี่ถ้าฉันไม่บังเอิญผ่านมาแถวนี้ฉันก็คงจะไม่รู้หรอกว่าพี่คริสเขาสนิทสนมกับคู่หมั้นของเขาขนาดนี้ ไหนเขาบอกว่าเขาเบื่อขี้หน้าคู่หมั้นของเขาไงล่ะ...

  "ไหวดิ" ฉันบอกพลออกไปแล้วเดินออกมาจากหน้าร้านที่เขาทั้งสองคนอยู่ในนั้นทันที

  "ฉันไม่น่าชี้ให้แกดูเลย" พลพูดแล้วยกท่อนแขนของมันขึ้นมาโอบไหล่ของฉันเอาไว้เบาๆ

  "รีบๆไปกันได้แล้ว ไหนแกบอกว่าจะพาฉันมาดูกีตาร์ไง"

  "เออๆ ไปดิ ร้านอยู่ตรงหัวมุมพอดีเลย"

  "อืม แกก็เดินนำไปสิ จะมาโอบไหล่ฉันทำไมเนี่ย ไอ้นี่"

  "แกโอเคแน่นะ" มันถามฉันขึ้นอีกครั้ง

  "โอเคดิ ฉันเชื่อใจพี่คริสอยู่แล้ว" ฉันบอกมันออกไป

  "เออ งั้นก็ไปดิ" พลพูดขึ้นแล้วเปลี่ยนจากเดินโอบไหล่ฉันเป็นจูงมือฉันไปแทน ทำไมใจของฉันมันถึงได้หน่วงๆแบบนี้ก็ไม่รู้ พี่คริสกับคู่หมั้นของเขา...ช่างดูเหมาะสมกันเหลือเกิน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป