บทที่ 8 อ่อนแอบ้างก็ได้

 หลายชั่วโมงผ่านไป

 ผมนั่งมองใบหน้าที่ซีดเผือดของมีนอย่างใจจดใจจ่อ เธอหลับไปตั้งหลายชั่วโมงแล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นขึ้นมาเลย

 หมอบอกว่ามีนเป็นโรคเครียดอย่างรุนแรง ต้องได้รับการบำบัดอย่างเร่งด่วน นั่นเลยทำให้ผมกังวลอยู่ถึงตอนนี้แหละ เพราะก่อนหน้านี้มีนไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน สาเหตุที่มีนเครียดมันต้องมาจากผมแน่ๆ ผมมั่นใจ

 "พี่ขอโทษนะ..." ผมเอ่ยขอโทษมีนออกไปพลางลูบศรีษะของเธออย่างอ่อนโยน ผมสงสารมีนที่เธอต้องมาแบกรับอะไรแบบนี้ ถ้าผมเด็ดขาดพอที่จะขัดแม่ได้ มีนคงไม่เป็นแบบนี้แน่ๆ

 "รอพี่อีกหน่อยนะคนดี พี่สัญญาว่าพี่จะรีบเคลียร์ตัวเองเพื่อมีน" ผมพูดออกไปพลางกุมมือของมีนเอาไว้แน่นแล้วเอาแต่จ้องมองผู้หญิงที่ผมรักอยู่แบบนั้น 

 ตลอดเวลาสามปีที่คบกันมา ผมไม่เคยทำอะไรเพื่อที่จะทำให้มีนมั่นใจได้เลยว่าผมรักแค่เธอคนเดียว เพราะผมก็มีผู้หญิงแวะเวียนเข้ามาหาตลอด

 ถึงผมจะไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิงพวกนั้น ไม่เคยนอกกายนอกใจมีน แต่ผมก็รู้ว่าเธอก็คิดมากมาตลอด 

 มีนไม่เคยพูด ไม่เคยซักไซร้ผมถึงผู้หญิงพวกนั้นเลย มีแต่ผมเองทั้งนั้นที่มักจะบอกเธอว่าระหว่างผมกับผู้หญิงพวกนั้นมันไม่มีอะไร แต่มีนเองก็มักจะทำเป็นไม่สนใจแล้วพูดออกมาว่า ช่างมันเถอะ

 "อื้อออ" มีนส่งเสียงร้องออกมาแล้วขยับตัวเล็กน้อย

 "มีน..." ผมเรียกชื่อเจ้าของร่างเล็กออกไปเมื่อเห็นว่าเธอพยายามที่จะลืมตาขึ้นมารับเเสง

 "พี่คริส...." มีนเรียกผมออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

 "มีนเป็นไงบ้าง" ผมถามเธอออกไปอย่างกังวล

 "ไม่เป็นไรเลย มีนโอเค" มีนตอบออกมาแล้วพยายามฝืนยิ้มมาให้ผม

 "ไม่เป็นอะไรได้ยังไง หมอบอกว่ามีนเป็นโรคเครียด" ผมบอกมีนออกไปด้วยน้ำเสียงดุๆเล็กน้อย

 "หือ? โรคเครียดเหรอ มีนยังไม่ได้เครียดอะไรเลยนะ" มีนตอบผมออกมาแล้วพยายามหยัดตัวลุกขึ้น

 "มีน..." ผมเรียกมีนออกไปอีกครั้งจนทำให้เจ้าของรอยยิ้มกว้างก่อนหน้านี้หุบยิ้มลง

 "มีนก็แค่...กลัวเสียพี่ไป" มีนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาแล้วหลุบตามองที่ฝ่ามือของตัวเอง

 "พี่ไม่มีวันทิ้งมีนหรอก มีนเชื่อใจพี่สิ" ผมพูดออกไปแล้วเข้าไปกอดมีนเอาไว้แน่น นี่ผมทำให้เธอคิดมากขนาดนี้เลยเหรอวะ

 "ฮึก...มีนเชื่อใจพี่ได้แน่นะ" มีนพูดออกมาแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ภายในอ้อมกอดของผม

 "เชื่อใจได้แน่นอน พี่ไม่ได้คิดอะไรกับเบลล์ พี่...เห็นเธอเป็นเพื่อนคนนึงเท่านั้น" พอพูดมาถึงตรงนี้ใจผมมันก็สั่นขึ้นมาดื้อๆ ไม่รู้ว่าทำไมเวลาที่บอกว่าเบลล์เป็นเพื่อนใจต้องสั่นแปลกๆแบบนี้ด้วย ผมก็ไม่เข้าใจตัวเอง ทั้งๆที่ผมก็คิดกับเธอแบบนั้นจริงๆ

 "ฮึก...มีนเชื่อใจพี่นะ" มีนพูดออกมาแล้วกอดผมเอาไว้แน่นพลางร้องไห้สะอึกสะอื้นไปด้วย

 "เด็กน้อยเอ้ย ต่อไปมีอะไรต้องบอกพี่นะ ห้ามเก็บอะไรไว้คนเดียวเด็ดขาด ยิ่งเห็นมีนเป็นแบบนี้พี่ใจคอไม่ดีเลย"

 "มีนบอกพี่ได้ทุกอย่างเลยเหรอ?" มีนถามพร้อมช้อนตามองผม

 "ได้สิ นี่พี่เป็นแฟนมีนนะ"

 "อื้ม..."

 "ไม่ใช่แฟนสิ...เป็นผัวต่างหาก" ผมพูดออกไปแล้วผละกอดออก

 "พี่บ้า!" มีนหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา

 "ขี้แยจังเลย" ผมพูดออกไปพลางค่อยๆใช้นิ้วเกลี่ยๆน้ำตาออกให้มีนอย่างแผ่วเบา

 "มีนรักพี่คริสนะ" มีนพูดออกมาแล้วมองหน้าผมไปด้วย

 "พี่ก็รักมีนนะ พี่รักมีนมากมีนรู้ใช่มั้ย" ผมพูดออกไปพลางมองสบสายตากับมีนอย่างจริงจัง 

 เรื่องที่ผมรักเธอ ผมรักจริง ไม่เคยพูดเล่น

 "อื้ม" มีนพูดออกมาแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง

 "ไม่ร้องไห้แล้ว ยังไงพี่ก็ไม่ทิ้งมีนแน่นอน พี่สัญญา"

 "อื้ม ^^"

 BELL

 ​Rrrrrr Rrrrrr

 "ว่าไง?" ฉันกรอกเสียงลงไปเมื่อกดรับสายเรียบร้อยแล้ว

 (ถึงบ้านยัง?) เขาถามฉันออกมา

 "ยัง" ฉันตอบเขาออกไป

 (นี่มันเที่ยงคืนกว่าแล้วทำไมยังไม่ถึงอีก นี่เธอกำลังทำให้ฉันเป็นห่วงอยู่นะ) คริสเขาบ่นออกมาเมื่อรู้ว่าฉันยังไม่ถึงบ้าน

 "ฉันอยู่คอนโดย่ะ ไม่ได้อยู่บ้าน นายนี่ไม่เคยจำเลย" ฉันพูดออกไปพลางส่ายหัวน้อยๆให้กับความโง่ของหมอนี่

 (โธ่! ยัยหน้านิ่ง!)

 "แล้วนี่...แฟนนายเป็นยังไงบ้าง" ฉันถามเขาออกไป 

 จริงๆฉันว่าหมอนั่นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร เขาดูแคร์แฟนเขามากๆเลยล่ะ

 (หมอบอกเป็นโรคเครียดน่ะ) เขาบอกฉันออกมา

 "เครียด? เรื่องที่ฉันกับนายต้องแต่งงานกันรึเปล่า?" ฉันถามเขาออกไป

 (ก็ประมาณนั้น) เขาบอกฉันออกมาเสียงเคร่งเครียดๆ

 "เฮ้อ!" ฉันถอนหายใจออกไปเสียงดัง

 (เป็นอะไร?) เขาถามฉันออกมา

 "เปล่า ฉันแค่กลัวว่าเธอจะคิดมากเรื่องของฉันกับนาย" ฉันบอกคริสออกไป

 (เรื่องนั้นยิ่งไม่ต้องเครียดใหญ่เลย เพราะยังไงฉันก็ไม่มีทางชอบเธอหรอก) เขาพูดออกมาอย่างน่าหมั่นไส้ 

 ไอ้หน้าตี๋เอ้ย!

 "ย่ะ! บอกเธอด้วยว่าไม่ต้องกลัวว่าฉันแย่งนายมาหรอก เพราะนายไม่หล่อพอที่ฉันจะแย่งมา" ฉันพูดกระแทกเสียงออกไป

 (นี่เธอ!)

 "อะไร?"

 (ว่างอยู่รึเปล่า?) เขาถามฉันออกมาด้วยน้ำเสียงเนือยๆ

 "ก็ว่างอยู่ ทำไมเหรอ?" ฉันถามออกไปเมื่อเขาเอ่ยถามฉันออกมาแบบนั้น

 (คุยเป็นเพื่อนหน่อยสิ) เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

 "เรื่องอะไรฉันจะต้องคุยเป็นเพื่อนนายด้วย ฉันง่วงนอนแล้ว" ฉันพูดออกไปเพื่อที่จะกวนประสาทเขา

 (ฉันนอนไม่หลับน่ะ) เขาพูดออกมาเสียงแผ่วเบาอีกครั้ง

 "ทำไมจะต้องพูดเสียงเบาขนาดนั้นด้วย ฉันไม่ค่อยได้ยินเลย" ฉันถามเขาออกไปเมื่อฉันได้ยินที่เขาไม่พูดไม่ค่อยถนัด

 (ฉันไม่อยากเสียงดัง เดี๋ยวมีนตื่น) เขาบอกฉันออกมา

 "อ้าว! นายยังอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่เหรอ?"

 (อืม นอนเฝ้ามีนอยู่น่ะ) เขาบอกฉันออกมา

 "งั้นนายก็ควรนอนได้แล้ว เสียงดังเดี๋ยวแฟนนายจะตื่น"

 (ไม่ตื่นหรอก มีนหลับไปแล้ว)

 "แต่นายไม่ควรจะเสียงดัง"

 (ก็มันไม่มีอะไรทำนี่นา)

 "ก็นอนไง นอนน่ะ นายไม่ควรโทรมากวนฉันตอนเที่ยงคืนกว่าแบบนี้นะไอ้ตี๋"

 (น้อยๆหน่อย เดี๋ยวพ่อก็จับตีก้นซะหรอก)

 "นายเริ่มลามปามแล้วนะ"

 (ฮ่าๆ เธอนี่ตลกจังเลยนะ)

 "อะไรของนาย บ้าหรือไง?"

 (อยากเห็นหน้าเธอตอนยิ้มจัง)

 "ทำไม?"

 (ถ้าเธอยิ้ม คงจะน่ารักดีเหมือนกัน)

 "หาววววว นายว่าไงนะ?" ฉันแกล้งหาวออกไปเมื่อได้ยินเขาพูดออกมาแบบนั้น ฉันไม่อยากให้เขาพูดออกมาแบบนี้เลย มันไม่ชินน่ะ ขนลุกจะตายชัก!

 (ช่างมันเถอะ ฉันไปนอนดีกว่า) เขาบอกฉันออกมาแล้วทำเสียงเหมือนคนง่วงนอน

 "งั้นก็วางได้แล้ว ฉันก็ง่วงเหมือนกัน"

 (ไม่วางได้มั้ย) เขาพูดออกมา

 "ไม่ได้หรอก ฉันไม่ชอบถือสายค้างไว้"

 (เปิดสปีกเกอร์สิ ยัยบ๊อง)

 "แล้วทำไมฉันต้องทำตามที่นายสั่งด้วย"

 (เอาน่า อยู่เป็นเพื่อนฉันก่อนได้มั้ย)

 "ถ้าพรุ่งนี้ฉันตื่นมาแล้วไม่สวย ฉันจะโทษนาย"

 (ไม่เห็นต้องกลัวเลย...เธอสวยอยู่แล้ว)

 "เมื่อกี้นายว่าไงนะ"

 (ฉันวางดีกว่า แบตจะหมด) เขาพูดออกมาแล้วชิงวางสายไปเฉยเลย หมอนี่เป็นบ้าอะไรของเขา นึกจะวางก็วาง

 "คิดว่านายเป็นใครห๊ะ! ถึงได้มางอแงกับฉันแบบนี้น่ะ" ฉันพึมพำกับตัวเองแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะหัวเตียงอย่างหงุดหงิด

 "ไอ้บ้าเอ้ย! นายกำลังทำให้ฉันนอนไม่หลับนะเนี่ย!"

 วันต่อมา

 "นายมาทำอะไรแต่เช้าเนี่ย แล้วนี่ไม่ไปเฝ้าแฟนนายรึไง?" ฉันถามคริสออกไปเมื่อลงมาที่ลานจอดรถแล้วเจอเขายืนพิงรถของตัวเองอยู่ด้วยสีหน้าที่บอกบุญไม่รับ

 "ก็แม่ฉันโทรไปตามแต่เช้าเลยน่ะสิ" เขาบอกฉันออกมาด้วยสีหน้าเครียดๆ

 "ตามทำไม?" ฉันถามเขาออกไปพลางควานหากุญแจรถในกระเป๋าสะพายของตัวเอง

 "ให้เราสองคนไปดูสถานที่จัดงานแต่ง" เขาพูดออกมาพลางดูนาฬิกาข้อมือของตัวเองไปด้วย

 "ทำไมต้องไปดูด้วยล่ะ ไม่เห็นจะต้องดูเลย" ฉันพูดกับเขาออกไป

 "แต่แม่ฉันกับแม่เธอจะไปรอที่นั่น จะไม่ไปใช่มั้ย จะได้โทรบอก" เขาพูดขึ้นพลางหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมากดอะไรยุกยิก

 "โอ้ย! ไปสิ! ขัดใจผู้ใหญ่ได้ด้วยหรือไงเล่า!" ฉันบอกเขาออกไปอย่างหงุดหงิด

 "เฮ้อ! ฉันอยากให้แต่งงานกันวันนี้เลย จะได้รีบๆหย่า" เขาพูดขึ้นพลางเหม่อมองออกไปข้างหน้าอย่างเครียดๆ

 "นั่นสิ ฉันไม่อยากมาทำอะไรแบบนี้เลย มันรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่น่ะ"

 "เธอหมายความว่าไง?" คริสเขาถามขึ้นเมื่อฉันพูดออกไปแบบนั้น

 "ช่างมันเถอะ อย่าใส่ใจเลย" ฉันพูดออกไปพลางเดินไปเปิดประตูรถของเขาออกแล้วเข้าไปนั่ง

 "อะไรของเธอเนี่ย! ยัยหน้านิ่ง!"

 MEEN

 'น้อยๆหน่อย เดี๋ยวพ่อก็จับตีก้นซะหรอก'

 'อยากเห็นหน้าเธอตอนยิ้มจัง'

 'ถ้าเธอยิ้ม คงจะน่ารักดีเหมือนกัน'

 'ไม่วางได้มั้ย'

 'เอาน่า อยู่เป็นเพื่อนฉันก่อนได้มั้ย'

 'ไม่เห็นต้องกลัวเลย...เธอสวยอยู่แล้ว'

 คำพูดของพี่คริสที่คุยกับคู่หมั้นของเขาลอยวนไปมาในหัวของฉันอยู่แบบนั้น 

 พวกเขาสองคนดูสนิทสนมกันมากจริงๆ มากซะจนฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าคำว่ารักที่พี่คริสเขาบอกฉันออกมา มันมาจากใจของเขาจริงๆ หรือเขาแค่สงสารฉันกันแน่

 ทุกคำพูดที่เขาคุยกับเธอคนนั้น เขาคงไม่รู้ว่าฉันได้ยินทุกคำ เพราะฉันเองนอนไม่หลับตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

 Lineeee

 Kris_k : ทำอะไรอยู่

 Meenniem : เพิ่งตื่นค่ะ

 Kris_k : พี่ออกมาทำธุระ เดี๋ยวรีบกลับนะ

 Meenniem : ค่ะ

 Kris_k : อย่าคิดมากอีกล่ะรู้มั้ย

 Kris_k : พี่รักมีนคนเดียว

 Meenniem : อื้ม มีนก็รักพี่คริสนะ

 Kris_k : พี่ไปทำธุระก่อนนะ

 Meenmiem : ค่ะ

 ฉันปิดหน้าจอโทรศัพท์ลงทันทีที่คุยกับพี่คริสเสร็จ ธุระที่ว่าของเขาคือการไปอยู่กับคู่หมั้นอีกแล้วล่ะสินะ....

 แอดดด....

 "ไหนบอกว่าไปทำธุ...." ฉันหยุดพูดไปทันทีเมื่อเห็นคนที่เข้ามาในห้อง มันไม่ใช่พี่คริสอย่างที่ฉันคิดเอาไว้ แต่เป็นพลเพื่อนสนิทของฉันต่างหาก

 "อะไรของแกวะ ไม่สบายหนักมาจนเบลอเลยหรือไง" พลพูดออกมาแล้วมองมาที่ฉันอย่างสงสัย

 "มองอะไรของแก" ฉันถามมันออกไป

 "แล้วนี่แฟนแกไปไหนล่ะ?" มันถามฉันออกมาพลางกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง

 "ไม่อยู่น่ะ ไปทำธุระ" ฉันบอกมันออกไป

 "ธุระที่ว่านี่แบบนี้ป่ะ?" พลมันพูดขึ้นพลางชูโทรศัพท์ขึ้นให้ฉันดู

 "อะไรวะ?" ฉันถามมันออกไปพลางเพ่งมองไปที่โทรศัพท์มือถือของมัน

 "เอาไปดูเองแล้วกัน" พลมันส่งโทรศัพท์มาให้ฉันดู

 "..."

 "นี่มันมากไปแล้วนะเว้ยไอ้มีน แกหัดพูดอะไรออกไปบ้างไม่ได้หรือไง จะมาทนแบบนี้ทำไมวะ แกเป็นเมียพี่เขานะเว้ย" พลมันพูดออกมาอย่างหงุดหงิด

 "ฉันเป็นแค่แฟน ไม่ใช่เมียสักหน่อย" ฉันพูดออกไปแล้วมองรูปในโทรศัพท์ที่พลมันยื่นมาให้ฉันดู

 รูปที่พลมันถ่ายมา เป็นรูปที่พี่คริสกำลังจับมือกับคู่หมั้นของเขาอย่างแนบแน่น แล้วส่งยิ้มให้กันราวกับเป็นคู่รักที่รักกันมานาน

 "ไอ้มีน! แกต้องทวงสิทธิ์ของแกสิวะ แกมาก่อนผู้หญิงคนนั้นนะเว้ย!" พลมันโวยวายออกมาเมื่อเห็นว่าฉันไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไร 

 ถึงภายนอกฉันจะดูไม่ทุกข์ไม่ร้อน ไม่เสียใจ แต่ตอนนี้ข้างในใจของฉัน มันพังยับเยินไปหมดแล้ว คำว่ารักที่เขาพร่ำบอกฉันมันหมายความว่ายังไงกัน ในเมื่อเขากับคู่หมั้นของเขาดูสนิทสนมกันมากกว่าเพื่อนขนาดนั้น

 "ฉันมาก่อนแล้วไง เพราะยังไงคนที่มาทีหลังเขาจะต้องเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฏหมายของพี่คริสอยู่แล้ว" ฉันพูดออกไปพลางวางโทรศัพท์มือถือของพลไว้ที่ข้างๆตัวอย่างหมดเรี่ยวแรง

 "ไอ้มีน!" พลมันเรียกฉันออกมาอย่างขัดใจอีกครั้ง

 "ฉันคงต้องทำใจจริงๆใช่ป่ะวะแก" ฉันบอกมันออกไปพลางพยายามกลั้นน้ำตาของตัวเองเอาไว้

 "โธ่เว้ย! แกมันก็อย่างนี้แหละ เลิกทำเป็นเข้มแข็งได้แล้ว แกหัดอ่อนแอบ้างก็ได้" พลมันพูดขึ้นแล้วเข้ามากอดฉันเพื่อปลอบใจ

 "ฉันไม่อยากอ่อนแอให้ใครเห็น" ฉันบอกมันออกไป

 "แต่แกเข้มแข็งตลอดไม่ได้นะเว้ย แกนี่มันจริงๆเลย หัดอ่อนแอให้พี่เขาสงสารแกบ้างก็ได้"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป