บทที่ 9 งานแต่ง
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
"วันนี้แกสวยมากๆเลยอ่ะ" ยัยลิลินพูดพร้อมจับฉันหมุนตัวหลายต่อหลายรอบเมื่อฉันแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว
"เหรอวะ" ฉันมองตัวเองผ่านกระจก มันก็งั้นๆอ่ะ ไม่เห็นจะสวยตรงไหนเลย แค่แต่งหน้าจัดกว่าปกติ
"เจ้าบ่าวแกคงหล่อมากๆเลยเน๊อะ" ยัยลิลินพูดพลางทำหน้าเพ้อฝัน อีกแล้วสินะ ยัยเพื่อนบ้าผู้ชาย
"ฉันไม่อยากแต่งงานแล้วว่ะ" ฉันบอกยัยลิลินออกไป
"นี่อย่าบอกนะว่าแกหนักใจเรื่องนั้นอ่ะ" ยัยลิลินถามฉันออกมา
"ก็ประมาณนั้นแหละ" เรื่องที่ยัยลิลินเข้าใจมันก็เป็นเรื่องของฉันกับไอ้ตี๋นั่นแหละ ฉันกับยัยลิลินเป็นเพื่อนสนิทที่คุยกันได้ทุกเรื่อง เวลาที่ฉันมีเรื่องไม่สบายใจมันจะรู้เลยทันที
"เฮ้อ! บอกตามตรงว่าฉันก็ไม่เห็นด้วยกับทางผู้ใหญ่หรอกนะ แกกับเขาไม่ได้รักกันก็ไม่น่าจะมาบังคับอะไรกันแบบนี้" ยัยลิลินพูดพลางตบบ่าฉันเบาๆไปด้วย
"ฉันสงสารแฟนของหมอนั่น" ฉันพูดออกไป
"เอาน่า ทนๆไปก่อนเว้ย เดี๋ยวสามเดือนก็ได้หย่ากันแล้ว สู้ๆ" ยัยลิลินพูดขึ้นแล้วชูสองนิ้วให้ฉัน
"เออ สู้ก็สู้" ฉันพูดออกไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก
"แล้วนี่แกเชิญพี่เคนมาด้วยรึเปล่าวะ?" ยัยลิลินถามฉันออกมา
"ใครจะกล้าวะแก ฉันไม่กล้าเชิญหรอก ตั้งแต่วันนั้นฉันไม่กล้าสู้หน้าพี่เคนเลย" ฉันพูดกับยัยลิลินออกไป
"อะไรของแกวะ ฉันล่ะเบื่อจริงๆ ชอบเขาก็บอกเขาออกไปสิ จะมาเก็บไว้ทำไม"
"แกจะบ้ารึไง? ฉันเป็นผู้หญิงนะ แล้วฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าพี่เคนเขาคิดยังไงกับฉัน เขาทำเป็นว่าสนใจฉัน ให้ความสำคัญฉันมากกว่าคนอื่น แต่เขาก็ไม่เคยพูดอะไรออกมาเลยนี่หว่า.."
โครม!!
"O_O"
"เสียงอะไรวะแก?" ยัยลิลินถามฉันเมื่อมีเสียงเอะอะดังมาจากข้างนอก
"ไม่รู้อ่ะ แกออกไปดูทีดิ" ฉันพูดออกไปพลางหยิบชุดเครื่องเพชรที่คุณแม่เตรียมไว้ให้ขึ้นมาใส่
"เสียงอะไรเหรอแก?" ฉันถามยัยลิลินออกไปเมื่อมันเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"คือว่า...." ระหว่างที่ยัยลิลินกำลังจะพูดก็มีเสียงเข้มๆของไอ้ตี๋ดังขึ้นซะก่อน
"เสียงฉันเองแหละ" เสียงเข้มดังขึ้นทันทีที่ฉันเอ่ยปากถาม
แล้วทำไมเขามองฉันด้วยสีหน้าแปลกๆด้วย มองอะไรขนาดนั้นก็ไม่รู้ นี่ฉันเริ่มรู้สึกประหม่าแล้วนะ
"นายทำอะไรทำไมเสียงดังแบบนั้น" ฉันถามเขาออกไปแล้วหันมาสนใจเครื่องเพชรต่อ
"พอดีว่ามันมีโต๊ะขวางเท้าฉันอยู่อ่ะ ฉันก็เลยจัดการมัน ก็เท่านั้น" เขาพูดแล้วมองมาที่ฉันไม่วางตา มองอะไรนักหนาก็ไม่รู้
"นิสัยเสีย!" ฉันพูดออกไปพลางพยายามใส่สร้อยคอ ทำไมถึงได้ใส่ยากแบบนี้ก็ไม่รู้
"มาฉันใส่ให้" คริสพูดแล้วเสนอตัวช่วยฉันใส่สร้อยจนได้ หมอนี่นี่เอาแต่ใจชะมัด
"แต่งตัวแบบนี้แล้วค่อยดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย" ฉันพูดออกไปพลางมองเขาผ่านกระจกไปด้วย
"หล่อล่ะสิ" เขาหยักคิ้วหลิ่วตาอย่างยียวนแล้วใส่สร้อยให้ฉันต่อ ทำไมยังไม่เสร็จอีกนะสร้อยก็เส้นแค่นี้เอง
ช้าจริงๆเลย
"ไม่เห็นจะหล่อสักนิด" จริงๆนะ ฉันไม่ได้พูดเล่น
"หึ! หล่อก็บอก" คนอะไรหลงตัวเองชะมัด
"เหอะ!"
"อะไรของเธอ"
"เปล่านี่ เสร็จรึยังเนี่ย?" ฉันถามคริสออกไปเมื่อเห็นว่าเขากุมใส่สร้อยให้ฉันอยู่นานแล้ว
"ใกล้ละ" เขาพูดขึ้นแล้วใส่สร้อยให้ฉันต่อ นี่เขาแกล้งหรือเปล่าเนี่ย ช้าชะมัด
"แค่ช่วยใส่สร้อย ทำไมต้องโน้มหน้าเข้ามาใกล้ขนาดนั้นด้วย" ฉันพูดเมื่อคริสเขาค่อยโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ฉันขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้เขาแทบจะซบอยู่ที่ซอกคอของฉันอยู่แล้ว
"ทำไมตัวเธอหอมจัง" เขาพูดพลางเกยคางบนหัวไหล่ของฉันอย่างเอาแต่ใจ ทำให้ฉันยืนนิ่งไปกับการกระทำของเขา
นี่เขากำลังจะทำให้ฉันสติแตกอยู่นะ!
"อะ...ออกไปนะ อย่ามาทำอะไรยุ่มย่ามแบบนี้นะไอ้ตี๋" ฉันพูดเมื่อตั้งสติได้แล้ว
"ฮ่าๆ เธอนี่ตลกชะมัด ยัยหน้านิ่ง!"
"เอ่อ..ฉันลงไปรอข้างล่างนะแก ป่านนี้สามีกับลูกฉันคงมาถึงแล้วล่ะ" ยัยลิลินพูดก่อนที่จะเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายของตัวเองที่วางทิ้งไว้บนโซฟา จากนั้นมันก็เดินออกจากห้องไปเลย ทิ้งให้ฉันต้องอยู่กับไอ้ตี๋นี่สองคนอีกแล้ว
"เพื่อนเธอไปแล้วอ่ะ เราจะทำอะไรกันต่อดีล่ะ?" คริสเอ่ยทำลายความเงียบระหว่างเราสองคนพลางค่อยๆพลิกร่างฉันให้หันกลับไปหาเขา
"ไม่ทำอะไรทั้งนั้นแหละ! ลงไปข้างล่างกันได้แล้ว จะได้เวลาหมั้นแล้ว" ฉันผลักเขาออกทันที ทำไมเขาจะต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเลย
ฉันไม่อยากต้องมาอยู่กับแฟนใครสองต่อสองในห้องแบบนี้หรอกนะ มันดูไม่ดีเลย แค่ฉันต้องแต่งงานกับเขาฉันก็สงสารผู้หญิงคนนั้นมากพออยู่แล้ว
"เธอเป็นอะไรไปน่ะ ทำไมต้องหน้าแดงด้วย" คริสพูดแล้วรั้งท่อนแขนของฉันเอาไว้
"ก็ฉันแต่งหน้า หน้าก็ต้องแดงสิ นายก็ถามอะไรแปลกๆ" ฉันพูดพลางค่อยๆบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมของคริสอย่างเเนบเนียน
"เหอะ! นึกว่าเขินฉันซะอีก" คริสพูดด้วยน้ำเสียงสีหน้ากรุ้มกริ่มแล้วเดินเข้ามาหาฉัน
"นายไม่มีอะไรที่ทำให้ฉันเขินได้หรอกย่ะ! ในตัวนายไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลยสักนิดเดียว!"
"จริงเหรอ?" พูดจบก็เดินประชิดตัวฉัน จากนั้นเขาก็ค่อยๆดันร่างฉันไปเรื่อยๆจนแผ่นหลังของฉันสัมผัสกะบผนังห้องที่เย็นเฉียบ
"น่ะ...นายจะทำอะไรน่ะ?" ฉันเอ่ยถามคริสออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
"ฉันอยากรู้จัง ว่าถ้าทำแบบนี้แล้วเธอจะเขินฉันรึเปล่า?" เขาพูดแล้วโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ฉันขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง.....
ก๊อกๆๆๆๆๆ
พลั่กกก!
ฉันรีบผลักคริสออกทันทีที่เสียงเคาะประตูดังขึ้น
เมื่อกี้นี้ เกือบไปแล้วเชียว ริมฝีปากของเขามันแทบจะสัมผัสกับริมฝีปากของฉันอยู่แล้ว เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ!
"เหอะ! แล้วบอกไม่เขิน ตอนนี้หน้าเธอแดงเป็นลูกมะเขือเทศเลยรู้ตัวรึเปล่า?" คริสพูดแล้วรีบเดินไปเปิดประตูห้องทันที พูดจากวนประสาทจริงๆ ฉันไม่ได้เขินเขาซะหน่อย
ไม่ได้เขินเลยจริงๆนะ!
"ไอ้บ้า!" ฉันพึมพำกับตัวเองออกไปเบาๆแล้วมองแผ่นหลังของคริสที่ตอนนี้กำลังพูดคุยกับคนที่อยู่หน้าห้อง
ทำไม...ใจฉันต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วยนะ
Kris
ผมโคตรสะใจเลยที่ทำให้ยัยหน้านิ่งอย่างเบลล์เขินจนหน้าแดงขนาดนั้นได้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะได้เห็น นี่ถ้าไม่มีคนมาเคาะประตู ผมคงได้ลิ้มรสริมฝีปากของเธอแล้วสินะ...
"ทำไมมาอยู่ในห้องกับเบลล์แบบนี้ล่ะ" พี่แคลเอ่ยถามผมทันทีเมื่อผมเปิดประตูห้องออกมา
"ผมแค่ขึ้นมาตามน่ะ" ผมบอกพี่แคลออกไป
"แน่ใจเหรอว่าแค่มาตาม ทำไมแกต้องหน้าแดงแบบนั้นด้วย" พี่แคลพูดแล้วจ้องหน้าผมไม่วางตา ผมไม่ได้หน้าแดงสักหน่อย ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับยัยหน้านิ่งนั่นเลย แล้วทำไมจะต้องหน้าแดงด้วยล่ะ
"พี่แคลมั่วละ หลีกไปสิ ผมจะลงไปข้างล่างแล้ว" ผมบอกพี่แคลออกไปเมื่อเธอยืนขวางหน้าประตูอยู่
"เขินก็บอก เป็นไง เจ้าสาวแกสวยมั้ยล่ะ?" พี่แคลถามแล้วจ้องหน้าผมอีกครั้ง
"ไม่เห็นจะสวยตรงไหนเลย"
"ทำไมแกต้องหลบตาฉันด้วย" เธอจ้องหน้าผมอย่างจับผิด
พี่สาวผมนี่ยังไง ทำไมต้องทำตัวเหมือนแม่เข้าไปทุกที
"ไปกันได้ยังอ่ะ จะได้เวลาแล้ว" และแล้วเสียงเบลล์ก็ดังขึ้นเพื่อทำลายความอึดอัดระหว่างผมกับพี่แคล ผมแม่งไม่รู้เป็นห่าอะไร ทำไมผมต้องรู้สึกแปลกๆแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้
"น้องเบลล์ สวยมากเลยค่ะ" พี่แคลเอ่ยชมเบลล์ขึ้นทันทีที่เธอโผล่หน้าออกมา
"ไม่เห็นจะสวยตรงไหน" ผมพูดแล้วมองเบลล์ตั้งแต่หัวจรดเท้า จริงๆแล้วเธอสวยมาก สวยจนผมไม่สามารถละสายตาไปจากเธอได้เลย แต่ผมต้องพูดออกไปแบบนั้นเพื่อที่จะรักษาฟอร์มของตัวเองเอาไว้มันเท่านั้นแหละ
ผมไม่ควรจะคิดอะไรกับใครเพราะว่าผมเองมีผู้หญิงที่ผมรักอยู่แล้ว ถึงเบลล์จะสวยมากก็จริง แต่ผมไม่ควร ไม่ควรเลยที่จะรู้สึกกับเธอแบบที่ผมรู้สึกกับมีน
"เจ้าบ่าวมาแล้วว่ะพวกมึง" ไอเอฟมันพูดเมื่อผมเดินลงมาในห้องจัดงานพร้อมเบลล์
"ใครใช้ให้พวกมึงมา" ผมถามพวกมันออกไป ผมว่าผมไม่ได้เชิญพวกมันนี่หว่า
"แม่มึงอ่ะดิ" ไอ้เอฟพูดแล้วมองไปยังแม่ของผมที่ตอนนี้กำลังมองมาที่ผมกับเบลล์ด้วยสายตาที่บ่งบอกได้ว่าพึงพอใจมาก
"วันนี้เบลล์สวยมากเลยนะ" ไอ้เตอร์มันเอ่ยชมเบลล์ขึ้นบ้าง
"ไม่เห็นจะสวยตรงไหน" ผมพูดออกไปแล้วมองเบลล์อีกครั้ง แต่แล้วผมก็ต้องเจอเข้ากับสายตาที่ผิดหวังมากๆของใครบางคน
"มีน...." ผมอุทานออกไปอย่างแผ่วเบาเมื่อสบสายตากับมีนโดยบังเอิญ
"มีนไม่มาหรอก มึงก็เพ้อเจ้อไปเรื่อย" ไอ้ดรีมมันพูดเมื่อผมเอ่ยชื่อมีนออกไป
"เดี๋ยวกูมานะ" ผมพูดกับพวกมันออกไปแล้วกำลังจะเดินไปหามีนที่กำลังวิ่งออกไปยากบริเวณหน้างาน
"จะไปไหนน่ะตาคริส" แล้วผมก็ต้องชะงักฝีเท้าลงเมื่อได้ยินเสียงเจ้าชีวิตของผมเอ่ยถามขึ้น
"ไปเข้าห้องน้ำน่ะครับแม่" ผมบอกแม่ออกไปแล้วมองหามีนไปด้วย ไปไหนแล้ววะ
"ไปเข้าห้องน้ำ หรือจะไปหาแม่นั่นกันแน่" แม่ผมพูดแล้วมองมาที่ผมด้วยสายตาดุดัน
"พาหนูเบลล์ไปที่เวทีได้แล้ว อีกห้านาทีจะได้ฤกษ์แล้ว"
"ครับ" ผมรับปากแม่ออกไปแล้วพยายามกวาดสายตามองหามีนที่ตอนนี้อาจจะเเอบไปร้องไห้อยู่ที่ไหนสักที่ก็ได้
"นายเป็นอะไรไปน่ะ" เบลล์ถามเมื่อผมกับเธอเดินมานั่งที่กลางเวที เพื่อจะเข้าพิธีหมั้น
"มีนมาที่นี่" ผมบอกเบลล์ออกไป
"พูดจริง" เบลล์ถามผมขึ้นอย่างตกใจแล้วพยายามมองไปข้างล่างเวทีเพื่อหาเบลล์
"อืม" ผมตอบเธอออกไปสั้นๆ ตอนนี้ผมโคตรเป็นห่วงมีนเลย ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ ไหนมีนบอกกับผมว่าจะไม่มาไง แล้วทำไมผมถึงได้เจอเธอในงานแบบนี้ล่ะ
ตอนนี้ผมรู้สึกไม่เอ็นจอย รู้สึกไม่อยากแต่งงานแล้ว ใจผมไม่ได้อยู่ที่นี่ ผมอยากไปหามีน
"ฉันไม่เห็นแฟนนายเลยนะ" เบลล์ถามผมออกมาเมื่อเธอกวาดสายตามองไปรอบๆห้องจัดงานแล้วไม่พบมีน
"ป่านนี้ไปแอบร้องไห้ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้" ผมพูดออกไปเสียงแผ่วเบาแล้วพยายามมองหามีนอีกครั้ง
เวลาผ่านไป
"ขอบคุณมากนะครับที่มาร่วมงานของเราสองคน" ผมกับเบลล์เอ่ยขอบคุณแขกคนสุดท้ายออกไปแล้วถอนหายใจออกมาพร้อมกันอย่างเหนื่อยๆ
วันนี้ผมกับเธอต้องรับแขกทั้งวัน ตั้งแต่เช้า จนตอนนี้จะห้าทุ่มอยู่แล้ว
"จะแต่งงานทั้งที ทำไมต้องทำให้มันยุ่งยากแบบนี้ก็ไม่รู้ เดี๋ยวก็ต้องหย่ากันแล้ว" ผมพูดกับเบลล์ออกไปอย่างเหนื่อยๆ
"เมื่อกี้แกว่ายังไงนะ?"
"แม่..../คุณป้า…"
