บทที่ 2 พันธะจำยอม
โทรศัพท์สั่นขึ้นอีกครั้ง
ข้อความจากบัญชีของกวินปรากฏบนหน้าจอ
หัวใจของพริมาวูบไหว ความหวังอันริบหรี่ทำให้เธอรีบเปิดอ่านข้อความ ทั้งที่ส่วนหนึ่งรู้อยู่แล้วว่าไม่มีคำอธิบายใดสามารถลบล้างสิ่งที่เห็นได้
ข้อความจากเขามีเพียงสองบรรทัด
อย่าติดต่อวินอีก ช่วงนี้ครอบครัววินกำลังมีข่าวดี
วินไม่อยากให้ใครเข้าใจผิด
พริมาจ้องถ้อยคำเหล่านั้นอยู่นาน
ไม่มีคำขอโทษ ไม่มีคำอธิบาย และไม่มีแม้แต่คำถามว่าเธอเป็นอย่างไร
ผู้ชายที่เมื่อคืนยังเรียกเธอว่า “ว่าที่ภรรยา” วันนี้กลับทำเหมือนความสัมพันธ์ตลอดแปดเดือนไม่เคยเกิดขึ้น
คำว่า ครอบครัววิน ยืนยันชัดเจนว่าเธอไม่เคยมีที่ยืนในชีวิตของเขา
พริมาเลื่อนฝ่ามือลงแตะหน้าท้องซึ่งยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงให้เห็น
กวินอาจไม่ต้องการเธอ
แต่เด็กคนนี้ไม่ควรถูกปฏิเสธเพียงเพราะมีพ่อที่เห็นแก่ตัวความคิดนั้นทำให้พริมาพยายามตั้งสติ แม้ภายในอกยังเจ็บจนแทบหายใจไม่ออก เธอเปิดห้องสนทนา กดบันทึกภาพหน้าจอข้อความทั้งหมด แล้วส่งสำเนาเข้าอีเมลส่วนตัวและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ตั้งรหัสผ่านไว้
ข้อความ รูปถ่าย บันทึกการโทร และไฟล์เอกสารทุกชิ้นอาจกลายเป็นหลักฐานสำคัญ หากกวินคิดปฏิเสธความสัมพันธ์หรือโยนความผิดให้เธอภายหลัง
เธอเป็นผู้บริหารและทำงานกับข้อมูลมาตลอด จึงรู้ดีว่าความจริงที่ไม่มีหลักฐานอาจพ่ายแพ้ให้คำโกหกซึ่งถูกเตรียมการมาอย่างดี
แต่ถึงมือจะยังทำงานตามเหตุผล น้ำตากลับไม่ยอมหยุดไหล
ข้อความจากกลุ่มเพื่อนสนิทสมัยมหาวิทยาลัยรัวเข้ามาไม่ขาดสาย
พริม อย่าเพิ่งเข้าโซเชียลนะ พวกเพจข่าวกำลังโยงคำใบ้มาหาแก
ตอนนี้แกอยู่ที่ไหน ปลอดภัยหรือเปล่า รับสายพวกฉันหน่อย
ใครด่าแกให้ทีมงานแคปไว้หมดแล้ว ถ้าต้องฟ้อง เราจะฟ้องให้หมด
พริมามองข้อความเหล่านั้นผ่านน้ำตา เธอรับรู้ถึงความห่วงใยของเพื่อน แต่ยังไม่มีเรี่ยวแรงพอจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ใครฟัง
จะให้เธอบอกอย่างไรว่า ผู้หญิงซึ่งมักสอนคนอื่นให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจ กลับถูกผู้ชายคนหนึ่งหลอกจนหมดหัวใจ
และที่เจ็บยิ่งกว่าคำครหาของสังคม คือเธอกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขา
หญิงสาวพิมพ์ข้อความตอบกลับไปเพียงสั้นๆ
พริมปลอดภัย ขอเวลาอยู่คนเดียวก่อนนะ
หลังจากกดส่ง เธอปิดการแจ้งเตือนทุกแอปพลิเคชัน วางโทรศัพท์คว่ำลงบนเตียง แล้วกอดตัวเองแน่น
เมื่อวานเธอยังเป็นพริมา ผู้บริหารสาวผู้มีชีวิตสมบูรณ์แบบ มีครอบครัวมั่งคั่ง มีงานที่รัก และมีผู้ชายซึ่งสัญญาว่าจะสร้างอนาคตร่วมกัน
วันนี้ความรักกลายเป็นเรื่องโกหก งานที่ทุ่มเทอาจถูกขโมย ชื่อเสียงกำลังถูกทำลาย และเด็กคนหนึ่งกำลังถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางเรื่องอื้อฉาว
เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก
หนัก แน่น และคุ้นเคย
พริมารีบใช้หลังมือเช็ดน้ำตา ก่อนคว้าแท่งตรวจครรภ์หมายจะซ่อนไว้ใต้หมอน แต่ยังไม่ทันได้ขยับตัว เสียงลูกบิดประตูก็ดังขึ้น
บานประตูห้องนอนถูกผลักเปิดโดยไม่มีการเคาะ
เจ้าสัวธนินท์ยืนอยู่ตรงนั้นในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าเคร่งขรึมกว่าทุกวัน ในมือของเขามีซองเอกสารสีน้ำตาลใบใหญ่
สายตาหลังกรอบแว่นเลื่อนจากใบหน้าเปื้อนน้ำตาของลูกสาว ลงมาหยุดอยู่ที่แท่งตรวจครรภ์ซึ่งเธอซ่อนไม่ทัน
บรรยากาศภายในห้องเงียบลง
ไม่มีคำถามว่าเธอร้องไห้เพราะอะไร
ไม่มีคำปลอบโยน
ชายสูงวัยก้าวเข้ามา วางซองเอกสารลงบนเตียง ก่อนออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เอาของที่แกซ่อนไว้ออกมาให้ฉันดู พริมา”
พริมากำแท่งตรวจครรภ์แน่นขึ้น ราวกับการซ่อนมันไว้ในอุ้งมือจะช่วยปกป้องความลับได้ ทั้งที่สายตาของบิดาจับจ้องอยู่ตรงนั้นโดยไม่ยอมละไปไหน
“ป๊าคะ พริม…”
“ฉันบอกให้เอาออกมา”
น้ำเสียงไม่ได้ดัง แต่เด็ดขาดพอให้รู้ว่าไม่มีพื้นที่สำหรับการปฏิเสธ
หญิงสาวจึงค่อยๆ ยื่นมือออกไป แท่งพลาสติกสีขาวซึ่งปรากฏขีดแดงสองเส้นชัดเจน วางอยู่บนฝ่ามือที่ยังสั่น
เจ้าสัวธนินท์นิ่งไป
ความแข็งกร้าวบนใบหน้าคลายลงเพียงชั่วครู่ ก่อนถูกแทนที่ด้วยท่าทีของนักธุรกิจผู้คุ้นเคยกับการรับมือวิกฤต
“กี่เดือนแล้ว”
“พริมยังไม่แน่ใจค่ะ ประจำเดือนขาดเกือบสองเดือน แต่เพิ่งตรวจเมื่อเช้า”
“มันรู้หรือยัง”
พริมารู้ทันทีว่าคำว่า มัน หมายถึงใคร
“ยังค่ะ พริมโทรหาเขาแล้ว แต่เขาไม่รับสาย”
เธอไม่ได้เล่าเรื่องข้อความตัดสัมพันธ์ เพราะเพียงนึกถึงถ้อยคำเหล่านั้น ความเจ็บปวดก็แล่นกลับเข้ามาอีกครั้ง
เจ้าสัวธนินท์พยักหน้าเล็กน้อย
“ดี”
พริมาเงยหน้าขึ้น “ดีอย่างไรคะ”
“ดีที่มันยังไม่รู้เรื่องเด็ก เราจะได้มีเวลาจัดการปัญหาก่อนที่ฝั่งนั้นจะขยับตัว”
“ลูกของพริมไม่ใช่ปัญหานะคะ”
“ฉันไม่ได้หมายถึงเด็ก”
ชายสูงวัยหยิบซองเอกสารบนเตียงขึ้นมา เปิดปากซองแล้วเทสิ่งที่อยู่ข้างในลงบนผ้าปูสีขาว
ภาพถ่ายหลายสิบใบกระจายออกตรงหน้า
ภาพกวินโอบเอวชลดาเข้าออกโรงพยาบาล ภาพทั้งคู่ร่วมรับประทานอาหารกับกลุ่มผู้บริหารของบริษัทคู่แข่ง และภาพสำเนาเอกสารนำเสนอโครงการซึ่งทำให้พริมาหายใจไม่ทั่วท้อง
ชื่อโครงการบนปกแตกต่างจากของเธอ แต่แนวคิดภายในกลับเหมือนธาราวดี เวลเนส รีสอร์ตแทบทุกส่วน
ตั้งแต่รูปแบบห้องพัก โปรแกรมฟื้นฟูความสัมพันธ์ในครอบครัว กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ไปจนถึงพันธมิตรบางรายที่ยังอยู่ในขั้นตอนเจรจา
“นี่มัน…”
“บริษัทของกวินยื่นข้อเสนอซื้อที่ดินแปลงติดภูเขาตัดหน้าเราเมื่อวาน” เจ้าสัวธนินท์กล่าว “ราคาเสนอสูงกว่างบที่เราวางไว้ไม่ถึงห้าเปอร์เซ็นต์ เหมือนพวกมันรู้ว่าเราพร้อมจ่ายเท่าไร”
พริมากวาดตามองเอกสารเหล่านั้นด้วยความตกใจ
“พริมไม่เคยส่งตัวเลขงบประมาณให้เขานะคะ”
“แล้วแกส่งอะไรไปบ้าง”
“ไฟล์นำเสนอฉบับร่างค่ะ”
“แค่นั้น?”
คำถามสั้นๆ ทำให้เธอต้องหลบสายตา
“มีข้อมูลทำเล ผลสำรวจกลุ่มลูกค้า แล้วก็รายชื่อพันธมิตรบางส่วน แต่ไม่มีสัญญาหรือเอกสารทางการเงินค่ะ”
เจ้าสัวธนินท์แค่นหัวเราะ
“เท่านั้นก็มากพอให้มันประเมินโครงการของเราได้เกือบทั้งหมดแล้ว”
“เขาบอกว่าจะช่วยตรวจข้อมูลให้ พริมไม่คิดว่าเขาจะ…”
“แกไม่คิด เพราะมัวแต่เชื่อคำว่ารักของมัน”
คำตำหนินั้นทำให้พริมาพูดไม่ออก
กวินไม่ได้เพียงหลอกให้เธอรัก แต่ยังใช้ความไว้ใจเป็นประตูเข้าถึงข้อมูลของบริษัท สิ่งที่เธอเคยมองว่าเป็นความห่วงใย อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนซึ่งเขาวางไว้ตั้งแต่ต้น
“พริมขอโทษค่ะ”
