บทที่ 9 หน้าที่หลัก
ตอนที่ 9 หน้าที่หลัก
“มึงจะบ้าเหรอ กูไม่ไปกับมึง” ผมรีบตอบทันทีแล้วตรงไปกระชากผ้าเช็ดตัวของผมออกจากมือมันทันที
“ถ้าเธอไม่ไปอย่างนั้น ฉันจะมาหาเธอทุกวัน เธอคิดว่า...ถ้าเราเอากันแบบนี้ทุกวัน คนแถวนี้เขาจะรู้เรื่องเธอกับฉันมั้ย” มันหันไปหยิบเสื้อผ้าของตัวมันเองขึ้นมาใส่อย่างช้าๆ
“กูไม่ไป”
“แฟนเธอ ชอบมาหาโดยไม่บอกนี่ใช่มั้ย จะเป็นยังไงถ้าแฟนเธอมา ตอนที่เธอกับฉันกำลัง......ทำอย่างเมื่อกี้กันอยู่” มันหันมาบอกผม แววตามันบอกชัดเจนว่าเกมนี้มันชนะ
“รีบไปทำให้ฉันเบื่อ เธอจะได้เป็นอิสระ” ไอ้บ้านั่นหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วส่งให้ผม ก่อนที่มันก็เดินตรงไปยังประตูห้อง
“ฉันให้เวลาเธอสิบห้านาที ฉันจะรอเธออยู่ข้างล่าง”
ผมทรุดตัวนั่งลงกับเตียง หันไปมองรอบห้องด้วยความสับสน มันจะเป็นยังไง ถ้าผมไม่ไป ถ้าผมยังดื้อดึงที่จะปฏิเสธมันเหมือนเคย ซึ่งผมลองแล้วมันไม่ได้ผล สุดท้ายผมก็โดนมันกระทำเหมือนผมไม่ต่างอะไรจากสัตว์ แล้วถ้าผมยอมตามมันไป แล้วรีบทำให้มันเบื่อผมอย่างที่มันบอกว่าเบื่อพี่วิน ผมจะเป็นอิสระจากมันใช่หรือเปล่า
ผมก้มลงมองกระดาษในมือ หัวใจของผมบีบรัดจนเจ็บไปหมด มันเป็นรูปถ่ายของผมกับฝ้ายที่ถ่ายคู่กัน ในรูปนั้นเราแนบชิดใบหน้าจนแก้มชนแก้ม ผมจำได้ดีว่ามันเป็นวันที่เราสองคนฉลองครบรอบเป็นแฟนกันห้าปีและวันนั้นคือวันที่ผมสัญญากับฝ้ายว่าผมจะแต่งงานกับเธอ
“ฝ้าย อินทร์ขอโทษนะ อินทร์ขอโทษ”
ผมเดินกลับเข้ามาภายในคอนโด ห้องชุดสุดหรูหรานี้อีกครั้ง ในที่สุดผมก็ตัดสินใจทำในสิ่งซึ่งค้านกับหัวใจและความต้องการ ของตัวเอง ผมแค่อยากทำให้ทุกอย่างมันจบลงเร็วๆ ผมต้องการทำให้ ไอ้บ้าโรคจิตนี่เบื่อผม แล้วสลัดผมทิ้งเหมือนที่มันเคยเบื่อพี่วิน ผมจะได้เป็นอิสระจากการจองล้างจองผลาญของมันเสียที
“ไปอาบน้ำ” ไอ้บ้านั่นร้องสั่งเมื่อผมก้าวเข้ามาในห้องนอนซึ่งครั้งหนึ่ง ผมเคยนอนทอดร่าง ให้มันกดขี่ข่มเหงอยู่ในนี้ทั้งคืนจนแทบเอาชีวิตไม่รอด
ผมตวัดสายตาขุ่นเคืองไปมองมัน แล้วโยนกระเป๋าเป้สะพายหลัง ซึ่งผมเก็บเสื้อผ้าของผมใส่มาจนเต็มไปกองบนเตียงแล้วรื้อๆ ค้นๆ หยิบเอาเสื้อบอล กางเกงบอล ซึ่งผมใส่นอนประจำออกมา ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปทันที
ผมยืนหงุดหงิดพยายามคิดหาวิธี ที่จะทำยังไงให้มันปล่อยผมเป็นอิสระเสียที ผมถอดเสื้อผ้าโยนๆ เอาไปกองไว้ แล้วเดินเข้าไปยืนอยู่ภายใต้ฝักบัว แหงนหน้าหลับตาแล้วปล่อยให้สายน้ำเย็นชะล้างทุกอย่างออกไป ถ้าความคิด ความเครียด เรื่องกังวลต่างๆ มันสามารถล้างให้หลุดร่อนออกไปได้เหมือนเหงื่อไคลก็คงดี
ผมสะดุ้งสุดตัว เมื่อรู้สึกถึงแผงอกกว้างอุ่นๆ พร้อมกับท่อนแขนของใครบางคนกำลังโอบกอดผมมาจากด้านหลัง ผมหันหลังกลับมาและเห็นว่าไอ้โรคจิตเจ้าของห้องนั่นเองที่มันเข้ามากอดผมไว้
“มึงเข้ามาทำไม กูยังอาบไม่เสร็จ” ผมหลุดปากบอกออกไป เพราะในหัวตอนนี้นึกอะไรไม่ออก
ไอ้โรคจิตนั่นเดินหน้าประชิดเข้ามาจนผมต้องถอยหลังหนี ผมถอยหลังจนไปชิดกับผนังห้องน้ำเย็นเฉียบ แล้วเบนสายตาตัวเองออกไปด้านข้างเพราะไม่อยากสบตามัน
แต่เหมือนหนีเสือปะจระเข้ ผมไม่อยากสบตามัน แต่ผมกลับหันไปเจอกับกระจกเงาบานใหญ่ซึ่งสะท้อนภาพของผมและมันยืนเปลือยเปล่าทั้งคู่ ท่อนเนื้อแท่งใหญ่ของมันกำลังถูกเจ้าของกระตุ้นให้ตื่นขึ้นด้วยฝ่ามือหนาซึ่งกำลังรูดรั้งมันอยู่
ไอ้โรคจิตกำลังใช้มือสาวท่อนเอ็นของตัวเอง แล้วเดินเข้ามาใกล้ ผมจ้องภาพสะท้อนในกระจกเงาบานนั้นพร้อมกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ ผมละสายตาออกมาจากภาพนั้นแล้วหันกลับมาจ้องหน้าไอ้บ้านี่ตรงๆ อีกครั้ง
“มึงจะทำอะไร” ผมเงยหน้าขึ้นไปสบตากับไอ้โรคจิตเจ้าของห้องทันที ก็เมื่อกี้ที่อพาร์ทเม้นท์ ผมกับมันเพิ่งเอากันมา แล้วนี่มันยังมีแรงเหลือกลับมาเอาต่ออีกอย่างนั้นเหรอ
“ไม่อยากทำให้ฉันเบื่อแล้วอย่างนั้นเหรอ” เสียงมันบอกผม แล้วเบื้องหน้าภาพทุกอย่างก็เริ่มพร่ามัวลงเพราะอีกฝ่ายก้มลงมาประกบจูบกับผมอีกครั้ง
ผมต่อต้านมันอยู่เพียงชั่วครู่แล้วนึกขึ้นมาได้ ถึงความตั้งใจในการมาครั้งนี้ของผมนั้นเพื่อต้องการทำให้มันเบื่อ ทำให้มันหมดสนุกในตัวผมนี่นา พอคิดได้อย่างนั้นผมจึงเปลี่ยนท่าที จากต่อต้านเป็นโอนอ่อนตามน้ำมันไป
“อ้ะ อ๊า” ผมหอบหายใจถี่ๆ เมื่อมันสอดแท่งเนื้อนั้นเข้ามาหาผมอีกครั้ง
ผมยืนหันหลังซบหน้าลงกับท่อนแขนของตัวเอง ซึ่งยันผนังห้องน้ำเอาไว้ สะโพกนั้นโก่งแอ่นไปด้านหลังเพื่อรองรับแรงกระแทกจาก ไอ้คนโรคจิตซึ่งบดอัดกระแทกเอวลงมาใส่ผมเน้นๆ ไม่ทิ้งจังหวะให้ผมได้พักหายใจเลย
“มันดีจริงๆ” เสียงมันร้องครางอย่างพอใจ
ผมยืนแอ่นสะโพกให้มันอัดท่อนเนื้อใส่ผมอยู่อย่างนั้น แล้วก็ถูกมันจัดท่าเปลี่ยนไปอีกหลายท่า จนผมแทบจะยืนไม่ไหว กว่ามันจะเสร็จ แล้วก็เหมือนเดิมมันปลดปล่อยน้ำรักของมันจนล้นทะลักช่องประตูหลังของผม จนไหลลงมาตามหน้าขาเปรอะไปหมด ผมรีบล้างตัวโดยไม่ยอมหันหลังไปมองหน้ามันเลยสักนิด ในใจนั้นอึดอัด การที่มีมันมายืนใกล้ๆ เหมือนผมกำลังยืนอยู่ในที่แคบทำให้หายใจลำบาก ผมรีบหนีออกมาใส่เสื้อผ้า ซึ่งก็คือเสื้อบอล กางเกงบอลของผม แล้วพุ่งตัวไปนอนบนเตียงคลุมโปงหนีมันทันที
ผมนอนลืมตาโพลงอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา เงี่ยหูฟังว่าไอ้บ้านั่นมันกำลังทำอะไร แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร แสงไฟสลัวๆ จากนอกผ้าห่มดับมืดสนิทลง ผมเดาว่ามันคงปิดไฟเข้านอนแล้ว ผมนอนหันหลังคลุมโปงใส่มันอยู่อย่างนั้น จนเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้
