บทที่ 11 มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

เสียงหนึ่งดังขึ้นมาทำให้ผมหลุดออกจากความคิดของเรื่องยัยนั้นแล้วเบี่ยงสายตาไปมองต้นเสียงนั้น มันเป็นเสียงที่ยากยิ่งที่จะไพเราะมันเป็นเสียงของเพื่อนผมเอง ไอ้เทลเดินเข้ามาพร้อมกับตรงไปนั่งริมหน้าต่างก่อนยกบุหรี่ยี่ห้อหรูขึ้นมาอัดเข้าปอดผลัดกับการกระดกวอดก้าที่ผมนั่งดื่มอยู่เข้าปากเพื่อนผมแต่ละคนดีๆ ทั้งนั้น

“แถวๆ นี้ล่ะวะ”

“แน่วะคันโปรดของมึงซะด้วย คนทำคงไม่เหลือ”

“เออ”ผมตอบไอ้เทลไปแบบส่งๆ อย่างอารมณ์เสียคิดแล้วมันน่าโมโหมากขนาดไหนยิ่งตอนที่มาเห็นสภาพรถคันโปรดของผมในตอนแรกมันพังย่อยยับไม่เหลือชิ้นดีเลย มีแต่รอยของลูกกระสุนปืนรอบๆ ของตัวรถทั้งๆ ที่ผมพึ่งได้มันมาแท้ๆ เพียงไม่กี่วันก่อนหน้านี้อีกทั้งยังเป็นรถที่ออกมารุ่นใหม่ล่าสุดมีเพียงไม่กี่คันเท่านั้น น่าโมโหนัก “ลมอะไรหอบมึงมาถึงที่นี่วะ?”

“ได้ยินว่ามึงมีเรื่อง?”

“เออวะข่าวไวจริงก็แค่แก๊งกระจอกกูจัดการไปทัวร์นรกแล้ว”

ผมบอกไอ้เทลไปตามความจริง

“แล้วเรื่องที่ TEL MISCREANT CASINO มึงเป็นไงบ้างวะ ยังมีคนเข้ามายุ่งหรือป่าว”

ผมถามมันกลับบ้างเพราะที่นั่นก็เป็นที่โปรดของผมเหมือนกัน

          “ไม่สงสัยจะกลัวจนหัวหดไม่กล้าเข้ามาอีก”

“เก่งจริงแล้วไอ้พวกนั่นหายหัวไปไหนหมดวะ ไม่เห็นหน้าพวกมันเลยทั้งอาทิตย์”

ผมถามมันด้วยความสงสัยตั้งแต่อาทิตย์ก่อนที่พวกเราเจอกันแบบครบองค์ประชุมที่ตึก MISCREANT

มันเป็นสถานที่ใครไม่กล้าเข้าไปยุ่งเป็นสถานที่ส่วนตัวแบบรวมของพวกเราเองเพราะจัดการกับเรื่องใหญ่ ผมก็ยังไม่เห็นพวกมันอีกเลยแม้แต่เสียงในโทรศัพท์

“พวกมันไปช่วยไอ้แวนทดลองอาวุธใหม่ กูมาที่นี้เพื่อบอกมึงเรื่องนี้แหละอย่าลืมเข้าไปแจมด้วยวะ”

“เออ แน่นอน”

“กูกลับล่ะ มีธุระต่อ”

“เออ ว่างๆ กูจะไปเสี่ยงที่ TEL MISCREANT CASINO  มึง”

ไอ้เทลกลับไปแล้ว ผมก็นั่งกระดกเหล้าต่ออีกสักพักก่อนจะขับรถคันใหม่ออกจากคลับกลับคอนโดผมเอง

เมื่อย่างก้าวเข้ามาในห้องก็ตรงไปที่เตียงนอนทันทีเหลือบเห็นร่างบางนอนอยู่บนเตียงยังอยู่จึงเลี้ยวตัวกลับมานั่งโซฟาที่ระเบียง แล้วยกบุหรี่ขึ้นมาสูบพร้อมกับมองวิวตอนกลางคืนจากชั้นที่ 28 จากนั้นสมองก็พลางคิดเรื่อง

ยัยนั่น....

เธอยังไม่ตายหรอก...

เสียงปืนที่ดังขึ้นไม่ใช่เสียงปืนที่เธอยิงเธอลั่นไกรจริงแต่มันไม่มีลูกกระสุน กระสุนมันหมดตั้งแต่เธอรั่วยิงใส่ลูกน้องผมแล้วเสียงปืนนั่นเสียงปืนผมเอง ผมยิงปืนของยัยนั่นที่เธอถืออยู่จ่อขมับตัวเองปืนนั้นร่วงลงพื้นพร้อมๆ กับสติและตัวของเธอ

ยัยนั่นคงตกใจถึงขนาดเป็นลมหมดสติร่วงลงกับพื้นผมจึงอุ้มร่างที่เบาดั่งนุ่นขึ้นรถมาไว้ที่คอนโดตัวเองและก่อนจะออกไปผมก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์จากกระเป๋าสะพายใบเล็กของเธอ ผมจึงรับ

Rrrr……

“…”

[ยัยลีเมย์แกอยู่ไหนวะ? ไหนว่าแกถึงห้องพักแล้วจะรีบโทรมาหาฉันแกทำให้เป็นห่วงนะหรือว่า...ยังไม่ออกมาจาก QP MISCREANT CLUB แกก็รู้อยู่ว่ามันอันตรายขนาดไหน!]

“เพื่อนเธอสบายดีแต่อีกเดี๋ยวคงได้กระอักเลือดบนเตียง”

[แกเป็นใคร?]

ตู้ด ๆๆ

ผมตัดสายแล้วปาโทรศัพท์ไปที่ผนังห้องก่อนเดินออกไปดื่มที่คลับทันทีทั้งๆ ที่พึ่งมาผมเป็นคนดีใช่ไหมล่ะ ตอบได้เลยว่าไม่ใช่ผมไม่ใช่คนดีอะไรขนาดนั้นที่ยังไม่ฆ่ายัยนั่นก็เพื่อต้องการให้เธอชดใช้ในสิ่งที่ทำกับรถคันโปรดของผมก่อนชดใช้อย่างสาสมกับราคาของรถ ชดใช้ให้หมดในชาตินี้! พอกลับมาเหยียบในห้องนี้อีกครั้งเกือบเช้าวันใหม่

แค่กๆ

เสียงคนไอทำให้ผมตื่นจากความคิดเรื่อยเปื่อยแล้วก้าวเดินอย่างช้าๆ เดินเข้าห้องนอนที่เป็นต้นเสียงนั่นทันที เธอคงตื่นแล้วล่ะคราวนี้จะได้คิดบัญชีเสียที!

ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นทีละนิดๆ นี่ฉันยังไม่ตายหรอกหรอก่อนที่ฉันจะไม่รู้เรื่องนายนั่นยิงฉันไม่ใช่แล้วฉันก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย...

“โอ๊ย!”

ฉันเอามือไปจับแผลที่แขนของตัวเองตอนนี้มันดูอักเสบและบวมมากจึงส่งผลให้แขนของฉันข้างนี้แทบยกไม่ขึ้น เอ๊ะ! ว่าแต่นี่ที่ไหนฉันสำรวจรอบๆ ห้องด้วยสายตาพร้อมกับลุกขึ้นนั่งฉันอยู่บนเตียงหรูขนาดใหญ่ บนเพดานเป็นโคมไฟระเย้าขนาดใหญ่บวกกับโทนของห้องนี้เป็นสีดำและสีเทาทั้งหมดมันแสดงถึงความน่าค้นหาลึกลับมาก

การตกแต่งรวมถึงเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นบอกได้คำเดียวว่ามีระดับ ระดับสูงเสียด้วยคงเป็นของนอกนำเข้าทุกชิ้นรวมถึงเตียงที่นั่งในตอนนี้ คิดดูสิว่าผ้าห่มผ้าปูที่นอนยังเป็นสีดำกับน้ำตาลแทบทั้งหมดและทว่าสายตาของฉันเสือกดันไปสะดุดกับร่างสูงใหญ่ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนสีดำเขายืนพิงกับประตูอยู่ นะนะ นั้นมันนาย...

“ไงยังไม่ตายสินะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป