บทที่ 17 Chapter 3 แค่อยากคุยด้วย [3/6]

ปึง!

เสียงนั้นเรียกความสนใจจากพวกเขาได้ดีจนทั้งสองต้องหันมองยังต้นเสียง ดูเหมือนในนี้จะไม่ได้มีแค่พวกเขา ไวน์คลายอ้อมแขนออกปล่อยวีว่าให้เป็นอิสระแล้วเดินหาข้อมูลหนังสือที่คอมพิวเตอร์ซึ่งตั้งเรียงกันอยู่ เขาไม่เชื่อในเรื่องภูตผีอะไรทั้งสิ้น บางทีเสียงของพวกเขาอาจจะรบกวนคนอื่นที่ใช้บริการอยู่ก็ได้

“จะเอาหนังสืออะไรบ้าง เดี๋ยวพี่ช่วยหา” ไวน์เอ่ยขึ้น เขาวางแขนไว้บนศีรษะของวีว่าอย่างสบายใจ

“เอาแขนออกไป มันหนัก” วีว่าดุก่อนจะลงมือพิมพ์คำค้นหาในโปรแกรม ไวน์จึงเปลี่ยนมาวางแขนพาดที่ไหล่ของเธอแทน

“แบบนี้ก็หนัก” วีว่าพูดขึ้นหลังจากที่จดเลขเรียกหนังสือเล่มที่ต้องการ

“ก็มันสบายนี่” ไวน์ยักคิ้วกวน ๆ วีว่านึกอยากจะข่วนหน้าของเขาเสียจริง

“เอาที่สบายใจเถอะค่ะคุณไวน์” วีว่าย่นจมูกใช่เขาแต่ก็ถูกตอบแทนด้วยการบีบที่จมูกแรง ๆ “มันเจ็บนะ”

“หึๆ” เขาหัวเราในลำคออย่างชอบใจก่อนจะหันมาสนใจกระดาษในมือเล็กของน้องสาว “หนังสือมันอยู่ชั้นไหนบ้าง ดูสิ”

ทั้งสองเดินเข้าไปยังโซนที่เป็นชั้นหนังสือที่ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ทุกชั้นมีที่สำหรับนั่งอ่านหนังสือ และสามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้ฟรีอีกด้วย หนังสือที่วีว่าต้องใช้ส่วนใหญ่เป็นหนังสือเกี่ยวกับงานสถาปัตยกรรม perspective ภาพฉาย ที่เป็นพื้นฐานในการเรียนชั้นปีแรก เมื่อได้หนังสือครบแล้ววีว่าจึงหันไปพูดกับคนข้าง ๆ

“หิวแล้วค่ะ ไปกินข้าวกันเถอะ” เธอพูดด้วยรอยยิ้มที่ประจบเต็มขั้น

“หึ ๆ อยากกินอะไร?”

ไวน์วางมือบนศีรษะเล็กนึกเอ็นดูในความขี้อ้อนของน้องสาวที่เวลาปกติไม่ค่อยจะมี เธอจะแสดงออกมาเฉพาะเวลาที่อยากให้ไวน์ทำตามคำขอของเธอ

“อะไรก็ได้ ที่พี่ไวน์เลี้ยง” วีว่าซบศีรษะลงบนไหล่ของเขา หากตรงนี้มีคนอื่นอยู่เธอคงไม่กล้าทำแบบนี้หรอก เดี๋ยวมีคนเข้าใจผิด พี่ชายเธอได้ขายไม่ออกแน่

“หึ ๆ” ไวน์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี

เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็พบว่าด้านหน้ามีใครบางคนยืนขวางทางอยู่วีว่ากระชับกอดหนังสือแน่นกว่าเดิมอย่างไม่รู้ตัว เธอมองหน้าเขาด้วยแววตาไม่เป็นมิตร

“สวัสดีครับพี่ไวน์” โรมเอ่ยขึ้น

“หวัดดี ...โรม”

ไม่แปลกที่พวกเขาจะรู้จักกัน เพราะไวน์เคยเรียนวิศวกรรมที่นี่ ซึ่งโรมเป็นรุ่นน้องของเขาตอนโรมเข้า ปี 1 ไวน์ก็อยู่ปี 3 พอดี แต่ที่โรมไม่รู้ว่าวีว่ามีพี่ชายนั่นเพราะไวน์เรียนโรงเรียนประจำชายล้วน ไม่ได้เรียนที่เดียวกับวีว่าและโรม เขาจึงไม่เคยเห็นหน้าไวน์ หรืออาจเป็นเพราะเขาไม่ค่อยสนใจเรื่องของเธอสักเท่าไร จึงจำไม่ได้ว่าวีว่ามีพี่ชายชื่อ ไวน์

“พี่ไวน์จำผมได้ด้วยเหรอครับ”

“จำได้สิ จำได้ดีเลยแหล่ะ” ไวน์พูดด้วยน้ำเสียงปกติ ถ้าไม่คิดมากจนเกินไปคงคิดว่าไวน์มีความหมายแอบแฝงในประโยคนั้นเป็นแน่

“แฟนเหรอครับ?” โรมเบนสายตามองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างไวน์เธอขยับตัวเข้าหาไวน์เล็กน้อย

“ทำไมเหรอ?” ไวน์ไม่ได้ตอบ แต่กระตุกแขนที่วางพาดเป็นโอบไหล่เล็กแทนคำตอบ

“เปล่าครับ แค่ไม่คิดว่าพี่ไวน์จะชอบสไตล์นี้” เขาจ้องมองวีว่าด้วยแววตาไม่พอใจ

“แล้วจะทำไม?” ไวน์ขึ้นเสียงในอีกระดับหนึ่งวีว่าเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเอ่ยขึ้น

“พี่ไวน์ หนูหิวแล้วไปกินข้าวกันเถอะ”

“เมื่อเช้าก็กินไปตั้งเยอะแล้วยังไม่อิ่มอีกเหรอ?” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ต่างจากเมื่อครู่จงใจให้อีกคนเข้าใจผิดในความหมายของประโยคนั้น

“แบบนั้นมันจะอิ่มได้ไงเล่า”

เธอดื่มนมไปสองแก้วตอนรอพี่ชายสุดหล่อของเธอแต่งตัว ตอนนั้นมันก็พอประทังหิวได้บ้าง แต่นี่มันเลยมาหลายชั่วโมงแล้ว จะหิวก็เป็นเรื่องธรรมดา

“ฮ่า ๆ งั้นไปกันเถอะ ฉันไปก่อนนะโรม” ประโยคหลังไวน์หันไปพูดกับรุ่นน้อง

“ครับ” แม้มือหนาจะกำเข้าหากันแน่น แต่โรมก็ข่มความไม่พอใจตอบเขาด้วยน้ำเสียงปกติ “หวังว่าจะได้เจอกันอีกนะครับ”

“หึ ยินดีอยู่แล้ว”

ที่ผ่านมาในความรู้สึกของโรม ไวน์เป็นเพียงรุ่นพี่คนหนึ่งที่ไม่สนิทกันเสียเท่าไร แม้จะเคยรับน้อง และทำกิจกรรมด้วยกันบ่อย ๆ ก็ตาม เขามีรังสีบางอย่างที่แผ่ออกมาเวลามองโรม เขามั่นใจว่าไม่เคยรู้จักไวน์เป็นการส่วนตัว และไม่เคยทำอะไรให้ผู้ชายคนนี้ไม่พอใจ

ถ้าหากใครเคยได้ยินข่าว นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์รับน้องโหดจนน้องปี 1 ได้รับบาดเจ็บสาหัส ในข่าวนั้นอาจจะรวมเขาอยู่ด้วยก็ได้

คณะวิศวกรรมรับน้องโหดแค่ไหนคนที่ไม่เคยสัมผัสอาจจะนึกไม่ออก มันไม่ได้โหดอย่างที่หลาย ๆ คนกลัวกัน แต่ก็หนักเอาการอยู่เหมือนกันปกติก็ไม่ถึงขึ้นเลือดตกยางออก มันเป็นการฝึกความอดทน และความกล้าเสียมากกว่า แต่ถ้าโรมไม่คิดมากจนเกินไปเขาก็เข้าใจว่า รุ่นพี่ไวน์ตั้งใจซ่อมเขาแรงกว่าใครเพื่อนในรุ่น

ถึงอย่างนั้นโรมก็ไม่เคยโกรธแค้นรุ่นพี่เลย แต่สิ่งที่โรมเห็นตอนนี้มันกลับทำให้เขาเปลี่ยนใจ อ่า... นี่เขาแค้นรุ่นพี่ที่ซ่อมเขาแรงเกินไปหรือนี่ ผ่านมาสามปีแล้วด้วยซ้ำ ...ไม่ช้าไปหน่อยเหรอ?

บทก่อนหน้า
บทถัดไป