บทที่ 12 ฝึกงาน

@Line

ริสา : ฉันหอมแฟนแก้มฉันแล้ว ทีนี้คุณเชื่อหรือยังว่าฉันมีแฟนแล้ว

แม็กซ์ : แฟนชื่ออะไร

ริสา : มาวิน

มาวินเงยหน้าจากโทรศัพท์มองร่างริสาที่เดินไปกดโทรศัพท์ไป อย่างโมโห

- ยายบ้า บอกว่าแฟนชื่อมาวินแต่เสือกไปหอมแก้มไอ้ติน บ้าเอ้ย -

“มึงยิ้มอะไรนัก ไอ้ติน”

“กูโดนหอมแก้มว่ะ”

“ริสามันของกู”

มาวินพูดอย่างไม่ชอบใจ เมื่อเห็นเพื่อนยังคงนั่งเคลิ้ม เอามือถูแก้มตัวเองเบา ๆ ตรงที่ริสาหอมไม่หยุด

“กูว่ามึงแห้วรอบสองว่ะ ไอ้วิน สงสัยริสาจะชอบไอ้ตินว่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เตชินนึกขำ

ผิดกับมาวินที่ถอนหายใจฮึดฮัดอย่างโมโหมองร่างบางที่เพิ่งเดินไปถึงกลุ่มเพื่อน

“ริสา ตัวเองทำอะไรน่ะ” ปลายฟ้ากับนัชชาเอ่ยขึ้นแทบจะพร้อม ๆ กันเมื่อริสาเดินมาถึงพวกเธอ

“เรื่องมันยาวน่ะ เอาไว้ฉันจะเล่าให้ฟัง พวกเราเข้าไปเรียนกันดีกว่านะ” ริสายิ้ม

- ใครว่าเธอไม่อาย อายมาก แต่มันก็คุ้มไม่ใช่หรือเพื่อแลกกับนายแม็กซ์อะไรนั่น จะได้ไม่มายุ่งกับเธออีก -

ริสาถอนหายใจเฮือกใหญ่ คิดว่าตัวเองคงรอดพ้นจากหมอนั่น เพราะเขาไม่ส่งข้อความจากไลน์มารบกวนเธออีกเลย

หลังจากวันนั้น เหมือนริสาจะโชคดีที่นายแม็กซ์อะไรนั่นหายไปโดยไม่มารบกวนเธออีก

วันฝึกงาน

นัชชากับปลายฟ้าไปทำงานด้วยกันในบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง แต่ริสากลับถูกแยกมาทำที่บริษัทที่ทำเกี่ยวกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์

ตอนที่เห็นรายชื่อจากอาจารย์ เธอรู้สึกคุ้นชื่อบริษัท แต่เธอไม่คิดว่าจะเป็นบริษัทนี้ จนกระทั่งวันนี้ริสายืนอยู่หน้าบริษัท ถึงจำได้ว่าเป็นบริษัทของเพื่อนคุณพ่อ ที่พ่อกับแม่เธอเคยมายืมเงินเขาเพื่อไปลงทุน ตอนที่เธออยู่ปีหนึ่ง

- หรือที่บริษัทเพื่อนพ่อเรียกเธอมาฝึกงานที่นี่ เพื่อใช้หนี้ที่พ่อแม่เธอหนีหายหรือเปล่านะ -

ในวันนั้นเธอไม่รู้รายละเอียดที่ผู้ใหญ่คุยกันมากนัก ตอนนั้นไม่รู้เหตุผลที่ทำไมพ่อกับแม่ต้องพาเธอมาที่บริษัทนี้ด้วย นึกว่าแค่เพื่อมาคุยกับเพื่อนธรรมดา รู้แต่ว่าเพื่อนของพ่อ ชื่อ ลุงยศวิน และเป็นคนที่ใจดีมาก

เธอเพิ่งมารู้ตอนหลัง ตอนที่พ่อใกล้จะล้มละลายหนีหนี้ ก็ตอนที่ได้ยิน พ่อไปขอโทษลุงยศวิน เรื่องยืมเงิน

ริสาสูดลมหายใจเพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้ตัวเองอีกครั้ง ก่อนก้าวเข้ามาในบริษัท

“สวัสดีค่ะหนูริสาค่ะ” ริสายื่นเอกสารส่วนตัวให้กับฝ่ายบุคคล

คุณสุดาเงยหน้ายิ้มให้ เธออายุราวสามสิบต้น ๆ ดูเธอเป็นคนใจดีมาก ริสานึกแปลกใจว่าทำไมถึงมีเธอคนเดียวที่มาทำที่บริษัทนี้ ปกติอย่างน้อยบริษัทหนึ่งต้องได้ส่งนักศึกษาฝึกงานสองสามคนไม่ใช่หรือ

“หนูริสาเป็นเพื่อนคุณแม็กซ์หรือคะ น่ารักจริง ๆ เลย” คุณสุดารับเอกสารมาอ่านยิ้ม ๆ

“แม็กซ์?” ริสาทวนชื่ออย่างตกใจ

- อะไรเนี่ย นี่เป็นบริษัทของนายแม็กซ์อะไรนั่น ไม่ใช่ของเพื่อนพ่อเธอเหรอ จริงสิ นาเดียบอกว่านายแม็กซ์อายุยี่สิบห้าเป็นเจ้าของบริษัท แต่โอ้ย งง นี่มันอะไรกัน ก็เธอเคยมาหาเพื่อนพ่อที่นี่นี่กับคุณพ่อคุณแม่นี่นา ทำไมไม่ใช่บริษัทของเพื่อนพ่อล่ะ -

จะว่าไปเธอแทบไม่รู้รายละเอียดของเพื่อนพ่อเลยด้วยซ้ำ

เพราะตอนนั้นเพิ่งอยู่ปีหนึ่งไม่ได้คิดจะสนใจเรื่องธุรกิจ จึงไม่รู้รายละเอียดอะไรเลย

“เออ ที่นี่ไม่ใช่บริษัทของคุณยศวินหรือคะ” ริสาถามกลับอย่างประหลาดใจ

“ใช่จ้ะ คุณแม็กซ์เป็นลูกชายของคุณยศวิน อ้าวหนูไม่รู้จักคุณแม็กซ์เหรอคะ ไหนว่าระ...”

กริ้ง!

คุณสุดาพูดยังไม่ทันจบ ก็มีสายเรียกเข้าที่โต๊ะก่อนเธอรับสายก่อนพยักหน้าหงึก ๆ พูดไปพลางมองริสาไป เธอหันมายิ้มบางให้แต่ตอนนี้ใจริสาไม่เป็นสุขเอาเสียเลย

- ทำไมหนีคนชื่อแม็กซ์ไม่พ้นนะ -

“ปะน้องริสา พี่จะพาเราไปแนะนำตัว เรียกพี่สุดาละกันเนอะ เรียกน้าอะไรงี้ พี่จะดูแก่” คุณสุดายิ้มกว้าง

“เราเรียนบริหาร แต่ให้ฝึกงานผู้ช่วยเลขาไปก่อน คงไม่เป็นไรเนอะ”

“อ๊ะ เออ หนูทำได้หมดค่ะ” ริสายิ้ม แม้จะไม่ค่อยสบายใจนักเมื่อรู้ว่าเป็นบริษัทที่นายแม็กซ์นั่นทำงานอยู่

ตลอดทางเดินที่คุณสุดาฝ่ายบุคคลพาริสาไปแนะนำตัวยังแผนกต่าง ๆ มีแต่คนมอง เพราะริสาดูเป็นลูกคุณหนูที่สำคัญคือสวยมาก ไม่แปลกที่จะมีคนมองขนาดนี้

“นี่คุณดาว เลขาผู้จัดการธนภพ น้องริสาฝึกงานตรงนี้แล้วกันเนอะ”

“คุณดาว นี่น้องริสา เด็กฝึกงาน เพื่อนคุณแม็กซ์”

“อ่อ คุณแม็กซ์ โทรมาย้ำเมื่อกี้แล้วค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ น้องริสาสวยมากเลยถ้าไม่บอกพี่คงคิดว่าเป็นนางแบบแน่”

“สวัสดีค่ะ ขอบคุณนะคะ ริสายิ้มยกมือไหว้

“หนูนั่งโต๊ะข้างพี่ตรงนี้แล้วกันเนอะ เดี๋ยวพี่พาไปพบบอส”

“บอส?”

“อ่อ คุณธนภพน่ะ เป็นผู้จัดการของที่นี่”

“แล้วคุณแม็กซ์ล่ะคะ” ริสาอดไม่ได้ที่จะถามสิ่งที่เธอสงสัย

“คุณแม็กซ์หรือคะ ไม่ค่อยเข้ามาหรอกค่ะ นาน ๆ ที”

“แล้วคุณยศวินล่ะคะ”

“คุณยศวิน ท่านเป็นประธานบริษัทค่ะ ท่านเข้าบ้างไม่เข้าบ้าง ท่านระดับบริหารไม่ได้เข้าทุกวันหรอกค่ะ”

“อ่อค่ะ”

เพราะตอนที่เคยมากับคุณพ่อตอนนั้น เธอไม่ค่อยสนใจอะไร จึงไม่ค่อยรู้รายละเอียด คิดแค่ว่าบ้านรวยจบมาก็มาทำงานกับบริษัทของคุณพ่อ ใครจะคิดว่าชีวิตจะผกผันถึงเพียงนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป