บทที่ 14 หอมแก้มก่อนดิ
“แล้วทำไมต้องมาแอบจอดในซอยนี้ด้วย” นัชชารีบเปลี่ยนเรื่องแก้เขิน
“ก็จะรอดูว่ามึงขึ้น taxi คันไหนไป จะได้ขับตาม”
“ขับตามทำไม”
“มึงนึกว่าปลอดภัยมั่ง เรียกtaxi ในซอยเปลี่ยว ๆ ตอนดึก ๆ แบบนี้”
“ก็แล้วจอดให้ลงให้ทำไมล่ะ” นัชชายังไม่เลิกเถียง ทั้งที่ตัวเองเป็นคนขอลงเอง
“ให้ลงก็ด่า ไม่ให้ลงก็บ่น มึงจะเอายังไงห๊ะ” เตชินเอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง พลางจ้องหน้านัชชาที่ตอนนี้ก้มหน้านิ่ง
“งะ...งั้น… ไปส่งบ้านหน่อยสิ” นัชชาก้มหน้าพูดเสียงงึมงำเบาแผ่วออกมา
“มึงพูดอะไรอะ ไม่ได้ยิน” เตชินได้ยินไม่ค่อยชัดจึงถามกลับแบบไม่ค่อยเชื่อหู
“ปะ...ไปส่งบ้านหน่อย” นัชชาพูดเสียงดังขึ้นมาอีกนิด
“อะไรนะ”
“ไปส่งบ้านหน่อย! พูดไม่ได้ยินหรือไง! ห๊ะ อีตาบ้า บอกให้ไปส่งบ้านหน่อย! ไปส่งบ้านหน่อย! จะมัวลีลาอะไรนัก” นัชชาเงยหน้าตะโกนสุดเสียงแบบไม่พอใจที่รู้สึกเหมือนเตชินจะแกล้งยั่วเธอ
“ไม่อะ ไม่ส่ง” คราวนี้เตชินตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย จนนัชชา ขมวดคิ้วงง กับท่าทีของหมอนี่
“อ้าว ก็ทำไม ไหนว่าจอดรอเราขึ้น Taxi แล้วจะขับตามไง ก็แถวนี้ไม่มี Taxi นิ ดึกแล้วด้วย ก็ไปส่งหน่อยสิ”
“แล้วเมื่อกี้ขอลงทำไมก่อน”
“ก็ ก็ ก็นั่นแหละ เมื่อกี้ส่วนเมื่อกี้สิ ตอนนี้ขอให้ไปส่งแล้วไงล่ะ ก็ไปส่งสิ” นัชชาเริ่มเถียงข้าง ๆ คูๆ
“งั้นหอมแก้มกูก่อน ค่าจ้างให้กูไปส่งบ้าน”
“อ่า.. มันจะมากเกินไปแล้วนะ ถ้าเป็นแบบนี้ ฉันรอ Taxi ก็ได้”
“แน่ใจ?”
“…..”
“โอเค งั้นกูไปนะ” เตชินยักไหล่ ทำท่าเหมือนไม่แคร์ ก่อนจะหันหลังกลับเดินไปที่รถ
นัชชามองเตชินที่เดินไปจับประตูรถเตรียมเปิดเข้าไปนั่ง ได้แต่ลังเล เธอหันไปมองรอบ ๆ ซอยเปลี่ยวแบบนี้รถไม่ค่อยจะมีวิ่งเลยด้วยซ้ำ
“ดะ เดี๋ยว” นัชชารีบวิ่งไปหาเตชิน เพื่อจะเข้าไปหอมแก้มเขาอย่างที่เขาต้องการ เมื่อประชิดตัว นัชชาเขย่งเท้าขึ้นไปที่แก้มของเตชิน ประจวบกลับจังหวะเตชินหันกลับมา…..ริมฝีปากประกบกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ เตชินรีบกอดเอวบางไว้แน่น ฝ่ามือใหญ่อีกข้าง รั้งศีรษะเธอไว้ ก่อนบดจูบลงไป จากแผ่วเบากลายเป็นแนบแน่น จนกระทั่งดูดดื่ม เมื่อเรียวลิ้นเริ่มแทรกไปดูดด่ำกับความหวาน
สติของนัชชาว่างเปล่า… ความเชี่ยวชาญในการจูบของเตชินที่ขึ้นชื่อว่าเสือผู้หญิง ทำให้คนที่อ่อนหัดอย่างนัชชาแทบเผลอไผล ปล่อยให้เขาช่วงชิงความหวานจนทำให้เธอเคลิบเคลิ้ม กว่าจะเตชินจะยอมถอนจูบออก นัชชาก็แทบจะหายใจไม่ทัน
“ใครสอนให้กลั้นหายใจตอนโดนจูบ หืม” เขายิ้มพลางจ้องมองใบหน้าน่ารักของนัชชาที่เอาแต่หายใจถี่
“ก็ไม่เคยโดนจูบนี่ ก็มีแต่นาย…”
“เอาไว้กูจะสอนบ่อย ๆ จนมึงเก่ง”
“ห๊ะ…” นัชชาหน้าแดงพูดไม่ออก
“ไปขึ้นรถเร็ว เดี๋ยวคราวนี้เราสองคนอาจจะโดนโจรปล้นของจริง”
“อ๋า จริงด้วย มัวทำอะไรไม่รู้เนี่ยะ อีตาบ้า”
นัชชารีบวิ่งขึ้นไปที่รถอีกฝั่ง เตชินได้แต่มองตามยิ้มอย่างมีความสุข
ทำไมนะ เวลาที่จูบนัชชา เขารู้สึกดีกว่าผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่เคยจูบมา ทำไมจูบของเธอหวานแบบนี้ แล้วถ้าเป็นตรงอื่นล่ะ นัชชา..จะหอมหวานขนาดไหน
เพราะ..มัวแต่ตกใจในคำขู่เตชินที่ว่าอาจมีโจรอยู่แถวนี้ นัชชาจึงได้แต่รีบวิ่งขึ้นรถอีกฝั่งมานั่งนิ่งก่อนจะดึงเข็มขัดนิรภัยมาใส่เรียบร้อย
เสียงปิดประตูรถจากอีกฝั่งของเตชินปิดลง ทำให้นัชชาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาเพิ่งจูบเธอ ใบหน้าแดงร้อนผ่าว เพราะเมื่อกี้…ลืมแม้กระทั่งจะโวยวายกลับเหมือนทุกครั้ง นัชชายกมือขึ้นมาจับที่แก้มตัวเองช้าๆ ก่อนจะเลื่อนไปกุมตรงหัวใจที่เต้นราวกับจะเด้งออกมาอยู่ข้างนอก
ด้านเตชินที่เพิ่งยืนเปิดประตูคาไว้ รอจนนัชชาวิ่งมาขึ้นอีกฝั่งเสร็จเรียบร้อยดี เขาจึงขึ้นมานั่งฝั่งคนขับ ก่อนที่จะสตาร์ทรถ พลันสายตาก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบไปมองคนข้างๆ ที่เพิ่งหันมามองเขาอยู่เช่นกัน
เพียงครู่…ที่สบตากันในความเงียบสงัด สัมผัสได้ถึงความสั่นไหวของหัวใจ แม้จะไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่นัก แต่…มันก็เป็นความรู้สึกแปลกๆ
เตชินเองก็จัดว่าเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีมากๆ คนหนึ่ง ดวงตาคมของเขา เพียงแค่จ้องใครต่อใครก็ทำให้รู้สึกหวั่นไหวง่ายๆ เพราะสายตาคู่นี้ที่ทำให้เขาหลอกล่อผู้หญิงให้มาติดกับเขานักต่อนัก และ อ่อนข้อให้เขาทุกราย
นัชชาเองก็จัดว่าเป็นคนที่น่ารักมากคนหนึ่งเพียงแต่เธอออกจะห้าวนิดๆ แถมยังชอบใส่เสื้อนักศึกษาตัวโคร่งใหญ่ ไม่ชอบแต่งตัว หากเทียบกับนักศึกษาคนอื่นๆ เธออาจดูไม่ค่อยโดดเด่น แต่หากจ้องมองดีๆ อย่างที่เตชินได้มีโอกาสจ้องมองเธอ อย่างตอนนี้
~เธอน่ารักมาก~
“มะ มองอะไร ไม่สตาร์ทรถล่ะ เดี๋ยวโจรก็ได้มาปล้นจริง ๆ” นัชชารีบเปลี่ยนเรื่อง สีหน้าดูรุกลี้รุกลนทำตัวไม่ถูก แต่เตชินกลับอดไม่ได้ที่จะแอบขำเธอ เพราะเขารู้สึกว่าเธอกำลังเขินเขาอยู่ จนเขาต้องยิ้มออกมา
“ยะ ยิ้มอะไร ทำไมไม่ออกรถ” นัชชายังไม่เลิกบ่นเมื่อเห็นเขายังไม่ละสายตาจากเธอ
“เมื่อกี้ มึงไม่ปฎิเสธจูบกู” เตชินไม่พูดเปล่า เขาค่อย ๆ โน้มตัวพลางวางมือไว้ที่หลังเบาะของนัชชา จนเธอต้องรีบเอนตัวหนี
“ก็ ก็ ก็”
“อะไร หืม ไม่ต้องรีบพูด ใจเย็น ๆ”
“ก็..ก็ นึกว่าจูบกับหมา กับแมวแค่นั้นเอง ไม่เห็นต้องคิดมาก ฉันไม่ได้ใส่ใจขนาดนั้นหรอก” นัชชาทำตาใสพูดออกไปเหมือนไม่แคร์ แต่เสียงหัวใจเจ้ากรรมสิ ทำไมเต้นดังขนาดนี้
“ห๊ะ จูบกับหมา”
“อืมใช่ จูบกับหมา” นัชชาเงยหน้าท้าทาย
