บทที่ 1 หนุ่มฮอต
“แก แก น้องคนนั้นที่แกเล็งเอาไว้ ตอนมามอบตัวอะ เดินมาคนเดียวด้วยกรี๊ด”
“เออว่ะ น่ากินชะมัด โคตรหล่อเลย”
“แล้วจะรออะไรล่ะ”
“จัดเลยสิแก”
เสียงหัวเราะคิกคักของกลุ่มนักศึกษาหญิงปีสาม ที่มาร่วมเข้าค่ายจัดกิจกรรมรับน้องใหม่พากันเก็บอาการไม่อยู่ เมื่อเจอน้องใหม่เฟรชชี่หน้าตาดี ที่มาเข้าค่ายด้วยกันกำลังเดินสวนพวกเธอที่หน้าห้องน้ำ
ในขณะที่เพื่อนๆ และคนอื่นๆ ยังพากันร้องรำทำเพลงอยู่ริมทะเล เขากลับเดินมาคนเดียวและกำลังจะกลับไปที่เต็นท์ที่พักซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลในบริเวณสวนสนามหญ้าอีกฟากของถนนตรงข้ามกับชายหาด
เขาคือ กฤชติน นักศึกษาปีหนึ่งคณะบริหาร แม้จะอายุด้วยวัย 19 ปี แต่ด้วยส่วนสูงถึงเกือบ 190 เซนติเมตร ประกอบกับเขามีผิวที่ขาวออร่า ราวกับนายแบบหนุ่มลูกครึ่งเกาหลีหลุดออกมาจากแคทวอร์คก็ไม่ปาน และด้วยบุคลิกที่ดูนิ่งๆ หยิ่งๆ ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา แต่กลับกลายเป็นว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเสน่ห์ของเขา ที่กระชากใจสาวๆ ทั่วทั้งมหาวิทยาลัย
กฤชติน จัดว่าเป็นนักศึกษาใหม่ที่เรียกว่า ฮอตไม่ต่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาอีกสองคนที่จบมาจากโรงเรียนเดียวกัน และเลือกมาเรียนมหาวิทยาลัยนี้ด้วยกัน
เพื่อนของเขาคนแรกชื่อ ‘มาวิน’ เป็นลูกชายคนเดียวของเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังของเมืองไทย ทั้งสามคนมีส่วนสูงไล่ๆ กัน เพราะเป็นนักกีฬาบาสของโรงเรียน แต่เรื่องความหล่อแทบจะไม่มีใครแพ้ใคร ด้วยความที่แต่ละคนนอกจากจะมีฐานะที่ดีมากและยังชอบออกกำลังกาย ทำให้หุ่นเรียกว่าไม่ได้ต่างจากนายแบบ มาวินหนุ่มหล่อคมเข้มมาดคุณชายเอาแต่ใจ เพราะความเป็นลูกชายคนเดียวจึงถูกตามใจตั้งแต่เด็ก
ส่วนอีกคนเพื่อนของเขาอีกคนลุคเพลย์บอยตัวพ่อ ชื่อ ‘เตชิต’ เป็นลูกชายคนเล็กของบริษัทหลักทรัพย์ชื่อดัง ชอบขับรถสปอร์ตคันหรูเปลี่ยนมาที่มหาวิทยาลัยไม่ซ้ำคัน เรื่องผู้หญิงไม่ต้องพูดถึง ใครเข้ามาแล้วเขาพิจารณาว่าผ่าน เอาหมด
สามคนเป็นเพื่อนซี้กันตั้งแต่มัธยมต้น วางแผนจะไปเรียนต่อเมืองนอกด้วยกันในตอนแรก แต่ด้วยบ้านกฤชตินมีปัญหาพ่อกับแม่เขาเพิ่งแยกทางกัน กฤชตินเลยไม่อยากทิ้งแม่เขาไว้เพียงลำพัง เขาจึงปฏิเสธการไปเรียนต่อพร้อมเพื่อนๆ และแน่นอนหากต้องขาดคนใดคนหนึ่งไป พวกเขาอีกสองคนก็ไม่ยอม เพราะไม่อยากทิ้งเพื่อน ทำให้ทั้งหมดจึงเลือกมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้แทน เพราะอย่างน้อยเขาก็ยังได้อยู่ด้วยกันอีกสี่ปี เอาไว้เรียนจบ แล้วสถานการณ์อะไรๆ ที่บ้านกฤชตินดีขึ้น ในตอนนั้น พวกเขาค่อยวางแผนไปต่อป.โทด้วยกัน
และด้วยเหตุผลที่พ่อแม่ของกฤชติน เลิกกันในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อนี่เอง จึงทำให้กฤชตินดูเป็นคนนิ่งๆ และเย็นชาที่สุดในกลุ่ม ประกอบกับความเจ็บปวดที่เห็นพ่อทิ้งแม่ไปมีคนอื่น มันทำให้เขาไม่เชื่อในความรักอีกเลย
โดยเฉพาะผู้หญิงที่ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดใส่เขาอยู่ตอนนี้ มันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดใจเป็นอย่างมากเพราะผู้หญิงประเภทนี้ไม่ต่างกับภรรยาน้อยของพ่อเลยสักนิด!
น่ารำคาญ
กฤชตินถอนหายใจ ก่อนจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง แต่สาวๆ กลุ่มนั้นก็ยังไม่วายปรี่เข้ามาขวางหน้าและทักทายเขาเสียก่อน
“น้อง น้องอยู่ปีหนึ่งใช่ป่ะ ชื่อไรอะ”
“นั่นสิ หล่อจังเลย พวกพี่อยากรู้จักอะ”
เขาขมวดคิ้วมองใบหน้าของกลุ่มหญิงสาวรุ่นพี่ด้วยความไม่ชอบใจ แต่กลับไม่ได้ตอบคำถาม
เชี้ย อะไรวะ ผู้หญิงสมัยนี้ กูรู้ว่าแม่งสมัยนี้เท่าเทียมกัน แต่แบบเห้ย มันถึงต้องขนาดที่รุ่นพี่พวกนี้มายืนจีบกูเนี่ยนะ
กฤชตินบ่นดูแคลนพวกเธออยู่ในใจส่งสายตารำคาญมองพวกเธอ
เขาไม่ใช่ดารา ไม่ใช่เซเลบ ที่จะต้องยิ้มตอบคอยเอาใจสาวๆ ที่มารุมกรี๊ด หรือต้องทำตัวเหมือนเวลาแฟนคลับขอลายเซ็น และเขาไม่ได้เป็นไก่อ่อน ถึงขนาดต้องให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายเข้ามาจีบแบบนี้
แต่เสียงวี๊ดว๊าดที่เอาแต่ชมเขาอยู่รายรอบมันช่างน่ารำคาญและทำให้เขาอารมณ์เสีย กฤชตินแทบไม่ได้ฟังเลยด้วยซ้ำว่าพวกเธอพร่ำพูดถึงเขาว่าอะไร เห็นแต่ปากสีแดงๆ เคลือบทับด้วยลิปกรอสมัยวาวขยับไปมา ก็ทำให้เขาประสาทเสียแล้ว
นี่ถ้าเป็นเพื่อนเขาอีกสองคนก็ว่าไปอย่าง ยิ่งถ้ามีผู้หญิงมาเสนอตัวแบบนี้ เพื่อนเขาคงพายัยพวกนี้ไปต่อถึงไหนต่อไหนกันแล้ว
แต่สำหรับเขาไม่ใช่ ผู้หญิงที่ไหนก็เหมือนกันหมด โดยเฉพาะผู้หญิงประเภทนี้!
“พวกพี่พูดจบกันยัง ผมจะไปนอน ง่วง”
กฤชตินโพล่งออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย เล่นเอาสาวๆ ที่พูดจาเกี้ยวเขาอ้าปากค้างเก้อ เพราะไม่คิดว่าจะมีคนกล้าปฏิเสธสาวสวยอย่างพวกเธอ จากที่ตั้งใจจะเก็บแต้มหนุ่มๆ แข่งกัน ถึงกับเหวอเมื่อกฤชตินพูดจบแล้วเดินแทรกออกไปกลุ่มพวกเธอออกไปทันที
“โห หยิ่งสุด” ต้นหลิวถึงกับหันหลังมองตามกฤชติน ที่เพิ่งเดินออกไปด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“นั่นสิ แต่แบบ โอ๊ย กร้าวใจฉันมากอะแก ผู้ชายแบบนี้ หยิ่งๆ เท่ห์ๆ คูลๆ สเปค” ไอซี่ยังคงทำท่าฝันหวานถึงหนุ่มรุ่นน้องรูปหล่อ ที่ถึงแม้เธอจะได้รับการปฏิบัติตัวแย่ๆ จากเขาเมื่อครู่ แต่ด้วยความหล่อของเขา เรื่องแค่นี้เธอพอให้อภัยได้
