บทที่ 14 คาใจ
“แม่ขา ปลายอยากไปหาคอนโดอยู่ใกล้ๆมหาวิทยาลัย ได้ไหมค่ะ คุณแม่” เธอรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเท่าไหร่นักที่จะมาขอแม่แบบนี้ แต่เธอรู้สึกว่า ตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ จากที่ตั้งใจจะขอออกไปตอนปีสี่ แต่ตอนนี้เธอไม่แน่ใจว่าจะอยู่รอดปลอดภัยไหม
แม้เธอจะไม่ใช่ผู้หญิงใสสะอาดแล้วก็เถอะ แต่เธอก็ไม่ได้กร้านพอ ที่จะยอมรับเรื่องที่พี่ชายต่างบิดาจะมาทำรุ่มร่ามแบบนี้ได้ง่ายๆ
“ทำไมล่ะลูก หนูไม่อยากอยู่กับแม่เหรอ”
“ไม่ใช่ค่ะแม่ ปลายรักแม่มากนะคะ แต่คือปลายโตแล้ว ปลายอยากลองใช้ชีวิตอิสระดูบ้าง ไม่งั้นปลายก็เหมือนเด็กไม่รู้จักโตคอยแต่อ้อนคุณแม่ แบบนี้ น้า นะคะ นะคะ” เธอเข้าไปอ้อน กอดเอวแม่ เพราะที่นี่ไม่เคยทำให้รู้สึกเป็นเซฟโซนสำหรับเธอเลย
“อืม เอางั้นไว้แม่จะปรึกษาคุณพ่อก่อนแล้วกันนะลูก ว่าแต่หนูค่อยยังชั่วแล้วใช่ไหมลูก”
“ค่ะแม่ ปลายดีขึ้นแล้ว พรุ่งนี้ปลายก็ไปมหาวิยาลัยได้แล้วค่ะ” ปลายฟ้าเอาใบหน้าซุกลงที่อกแม่อีกครั้งอย่างมีความหวัง ว่าเธอจะได้ออกไปอยู่คอนโดแล้วหลุดรอดจากเงื้อมือของพี่ชาย
ในวันรุ่งขึ้น ปลายฟ้ากลับมาเรียนตามปกติที่มหาวิทยาลัย แม้สภาพร่างกายจากอาการป่วยของเธอดีขึ้นแล้ว แต่ทว่าสภาพจิตใจของปลายฟ้าเธอยังคงทำใจกับเรื่องราวที่เกิดในคืนนั้นไม่ได้เลยสักนิด
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นสำหรับเธอในคืนนั้น มันช่างดูผิดพลาดไปเสียหมด ต่อให้ลึกๆ แล้วเธอจะแอบชอบกฤชตินก็จริง แต่การที่ต้องเสียตัวครั้งแรกให้เขา แล้วเขากลับมาบอกให้เธอลืมๆ เรื่องคืนนั้นไปเสีย มันช่างดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับเขา แต่มันไม่ใช่สำหรับเธอ
ในช่วงเวลาที่เธอนอนซมอยู่หลายวัน ปลายฟ้าพยายามบอกตัวเองตลอดเวลาว่าเธอต้องลืมเรื่องที่เกิดขึ้นให้ได้ แต่ครั้นเวลาที่ต้องมามหาวิทยาลัยแล้วเจอหน้าเขาอย่างตอนนี้ ทำเอาเธอหัวใจเธอหล่นวูบลงอีกครั้ง
แค่เพียงทันทีที่เธอเห็นเขาเดินมากับกลุ่มเพื่อนมาแต่ไกล ปลายฟ้าที่เดินมากับกลุ่มเพื่อนของเธอถึงกับหันรีหันขวางหาเพื่อทางหลบหน้าเขา เธอรีบหาข้ออ้างบอกเพื่อนว่าจะขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แล้วเดินหนีไปแอบที่มุมตึกทันที
ใช่ว่าเธอไม่อยากเห็นเขา ใช่ว่าไม่อยากมองเขา เหมือนที่เธอเคยทำแบบที่เคยผ่านมา แต่ตอนนี้เธอไม่กล้าสู้หน้าเขาเลยจริงๆ
เธอไม่กล้าแม้แต่จะเอาเรื่องคืนนั้นไปปรึกษากับเพื่อนหรือกับใคร หลายวันที่ผ่านมา เธอยังคงนึกโทษเป็นความผิดของตัวเองเสมอ เธอไม่ได้โทษกฤชตินว่าเขาเป็นความผิดของเขาเลยสักนิด เพราะมันไม่ได้เกิดจากความตั้งใจของเขา แต่เป็นเธอเองที่ไว้ใจยัยรุ่นพี่ไอซี่นั่น
กฤชตินเอง ก็ใช่ว่าจะไม่สังเกตุเห็นถึงความผิดปกตินี้ เขาเห็นปลายฟ้าเดินมาแต่ไกลเช่นกัน แต่ทันทีที่เหมือนจะมีช่วงเวลาที่เผลอสบตากันแค่เพียงเสี้ยววินาที เขาเห็นเธอทำท่าลุกรี้ลุกรน ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปแอบทางซอกตึก
ทำไมเขาจะไม่เห็นถึงอากัปกิริยาแปลกๆ ของเธอ แต่ทว่า เขากลับเข้าใจไปเองว่าเธอคงรู้สึกผิดเรื่องที่วางยาเขากับริสา แม้ลึกๆ จะยังเคืองเธอไม่น้อย แต่ภาพที่เธอยืนร้องไห้ต่อหน้ามันก็เขาทำให้เขาใจอ่อนลงไปด้วยเช่นกัน
แต่ที่เขาแปลกใจมากกว่า คือริสาที่กำลังเดินสวนมากับนัชชา เธอดูไม่แคร์กับเรื่องที่เกิดขึ้นเลย ทั้งๆ ที่เรื่องราวในค่ำคืนนั้น..มันยังคงค้างคาในความรู้สึกเขาอย่างชัดเจน ความสัมพันธ์ในเวลาที่ร่างกายกอดกัน สัมผัสกัน มันเข้ากันได้ดีมากขนาดไหน ความนุ่มนวลจากทุกๆ สัมผัส เมื่อนึกถึงกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวเธอ รวมถึงเสียงครางหวานนั่น มันทำให้เขาลืมคืนเร่าร้อนแห่งความสุขครั้งแรกไม่ลง
แม้ว่าครั้งแรกๆ อาจจะด้วยเพราะฤิทธิ์ยา แต่ทว่าหลังๆ ความรู้สึกที่ยังหลงเหลืออยู่ต่างหากคือความจริง และที่สำคัญกว่านั้น คราบเลือดจางๆ บนที่นอนนั่น มันก็ตอกย้ำแล้วว่าเธอบริสุทธิ์ แต่ทำไม..เธอถึงบอกกับเขาว่าไม่ใส่ใจนะ ทำไมนะ
เขาได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เมื่อริสาไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรนอกจากใบหน้าสวยคมที่ดูเชิดหยิ่งตามสไตล์ของเธอ จนเมื่อเดินสวนผ่านกันไปแค่เพียงปลายแขนที่ห่างกันไม่ถึงสิบเซนติเมตร แต่กฤชตินกับรู้สึกได้แต่ความว่างเปล่าราวกับเขาและเธอไม่เคยเกี่ยวข้องกัน
เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไม ทั้งๆ ที่เขารู้สึกดีกับครั้งแรกในคืนนั้นมาก แต่ริสากลับทำราวกับเฉยชา เธอจะไม่ใส่ใจอย่างที่เธอบอกจริงๆ หรือ
