บทที่ 12 พูดคุย
พูดคุย
หลังจากที่ดื่มไปสักระยะ ญาณินขอตัวออกไปเข้าห้องน้ำ ก่อนจะกลับมาที่โต๊ะในเวลาต่อมา แต่ทว่าหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ได้ยังไม่ทันไร อยู่ ๆ ก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายเธอเป็นคนที่สามของค่ำคืนนี้
“สะดวกคุยไหมครับ ผมอยากทำความรู้จักกับคุณสักหน่อย”
ญาณินเงยหน้าขึ้นเพื่อมองอีกฝ่ายพร้อมกับปฏิเสธ หากแต่เมื่อสายตาเบนขึ้น ก็เผยให้เห็นใบหน้าของชายคนที่เธอรู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดี เพราะเขาคือ นอร์ท...
“คะ? หมายถึงฉันเหรอคะ?”
“ก็ใช่น่ะสิครับ ผมสนใจอยากรู้จักด้วย จะได้ไหมครับ?”
นอร์ทเอ่ยถามหญิงสาวเบื้องหน้าอย่างมีมารยาท ดูนอบน้อมไม่เหมือนชายหนุ่มรุ่นพี่ที่ปากจัดคนนั้นเลยแม้แต่น้อย
“ก็...คงได้มั้งคะ”
น้ำเสียงที่ใช้ตอบกลับไปตะกุกตะกักทั้งยังฉายแววประหม่าเอาไว้อย่างเห็นได้ชัด เธอเองก็กังวลกลัวว่าเมื่อใดพูดคุยกันแล้ว นอร์ทจะจับได้ว่าแท้จริงแล้วเธอคือใครกันแน่ หากเป็นเช่นนั้นคงได้ผับแตกแหง ๆ
“ผมนั่งด้วยได้ไหมครับ”
“ได้ค่ะ...เชิญนั่งเลย”
เมื่อคำตอบดังกล่าวเล็ดลอดออกมาจากปากของญาณิน เพื่อน ๆ ที่ทั้งอยู่ในโต๊ะเดียวกันก็ถึงกับวางแก้วเหล้าแล้วหันมาให้ความสนใจกับชายหนุ่มและหญิงสาวคู่ตรงหน้าทันที
โดยเฉพาะเก้า เมื่อกี้นี้เพื่อนสาวของเขายังบอกอยู่เลยว่า ไม่ค่อยสนใจใคร แต่พอเป็นคนนี้กลับไม่เหมือนอย่างที่คุยกันเอาไว้ เธอดูตอบรับไปหมดซะทุกอย่าง ช่างน่าแปลก...
“ชื่ออะไรเหรอครับ?”
“ชื่อ...เอ่อ...ญาญ่าค่ะ”
“ชื่อเพราะดีนะครับ เข้ากับคุณมากเลย”
นอร์ทยังคงเดินหน้าอย่างชัดเจนว่ากำลังทำความรู้จักกับญาณินเป็นการส่วนตัว ทั้งยังสนใจเธอเอามาก ๆ ตั้งแต่ที่เธอโชว์บนเวทีแล้วด้วยซ้ำ เมื่อมีโอกาสเขาก็รีบเข้ามาตีสนิทด้วยทันที
“ขอบคุณค่ะ”
เมื่อได้รับคำชมจากปากของชายที่รู้จักนิสัยใจคอกันเป็นอย่างดี ญาณินก็ถึงกับเขินอายจนทำตัวไม่ถูก เธอกำลังจะยกแก้วขึ้นดื่มเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกเป็นกังวลเอาไว้
แต่ทว่าเธอกลับเก็บอาการไม่อยู่จนทำถังน้ำแข็งหกเต็มโต๊ะไปหมด มิหนำซ้ำยังทำกางเกงของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เปื้อนอีกต่างหาก
“ขอโทษนะคะ ฉันไม่ตั้งใจ เดี๋ยวเช็ดให้ค่ะ”
วินาทีนั้นญาณินถึงขั้นเลิ่กลั่ก เรียงลำดับไม่ถูกเลยทีเดียวว่าควรจะทำอย่างไรกับสถานการณ์ตรงหน้าดี ก่อนจะตัดสินใจหยิบ
ทิชชูมาเช็ดกางเกงตรงบริเวณที่เปื้อนน้ำอย่างรวดเร็ว
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมเช็ดเอง คุณญาญ่าเป็นอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย ดูแปลก ๆ...”
นอร์ทเห็นว่าอาการของหญิงสาวที่มาขอทำความรู้จักดูไม่สู้ดีนัก จึงเลือกที่จะซักถามเธอออกไปด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่จะเป็นฝ่ายหยิบทิชชูในมือของเธอมาเช็ดกางเกงด้วยตัวเองตามที่บอกไว้ในทันที
“เปล่าค่ะ ฉันน่าจะเมาแล้วน่ะค่ะ ก็เลยทำตัวไม่ค่อยถูก
ขอโทษอีกครั้งหนึ่งนะคะ ไม่ตั้งใจจริง ๆ ค่ะ”
พูดจบได้เพียงเสี้ยววินาที ญาณินก็หลบสายตาของคู่สนทนาไปทั้งอย่างนั้น เธอเกรงว่าถ้ายังประจันหน้ากับฝ่ายตรงข้าม ยังไงก็ถูกจับได้แน่ ๆ
ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะไม่ทำเหมือนไม่สนใจ แล้วหันหลังใส่ชายหนุ่มอีกคน ทำเอานอร์ทแปลกใจไม่หายว่าเธอเป็นอะไรไป
“อ๋อ...ไม่เป็นไรจริง ๆ ครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมกลับโต๊ะแล้วดีกว่า ไม่รบกวนแล้วครับ”
“ค่ะ...”
สิ้นคำขานรับจากดีเจสาวสวย นอร์ทก็รีบเดินออกมาจากจุดเดิมทันที เขายังคงแปลกใจตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินเข้าไปสนทนากับเธอ
แต่เมื่อเดินมาถึงโต๊ะของตัวเอง ก็ถึงขั้นผงะ เมื่อเพื่อน ๆ เอ่ยปากแซวกันยกใหญ่
“ไวเชียวนะมึงอะ ก็เผลอแป๊บเดียว หายไปแอ๊วดีเจสาวสวยของที่นี่เฉยเลย” วี พูดแซวเพื่อนรักทันทีที่เขาเดินมาถึงโต๊ะ ก่อนจะยกแก้วเหล้าที่ชงรอเอาไว้ให้อย่่างว่องไว
เมื่อครู่เพื่อน ๆ มัวแต่สนใจสาวสวยที่อยู่ตรงข้าง ๆ จึงลืมสนใจนอร์ทไป เขาเลยใช้โอกาสนั้นในการเดินตรงดิ่งเข้าไปทำความรู้จักกับดีเจญาญ่า แต่ก็ไม่เป็นอย่างที่คาดคิดเอาไว้สักเท่าไรนัก
ถึงได้เดินคอตกกลับมาที่โต๊ะของตัวเองแบบนี้
“ก็ว่ากูช้ามากแล้วนะ พวกมึงไม่สนใจกันเองมากกว่า”
เขาตอบพร้อมทั้งกระดกแก้วเหล้าขึ้นดื่มไปด้วยในเวลาเดียวกัน นอร์ทเองก็ใช้ชีวิตโสดมานาน จึงมีบ้างที่อยากมีคนรู้ใจตามประสาวัยรุ่นธรรมดาทั่วไป
“เรื่องนั้นกูไม่ติด กูติดที่ว่า มึงกล้าเล่นของสูงขนาดนั้นเลยเหรอวะ ดีเจคนนั้นเขาฮอตมากเลยนะเว้ย ไหวอ๋อ?”
“ทำไมกูจะไม่ไหว กูว่ากูก็สูงพอตัวอยู่นะ ใคร ๆ ก็เข้าหากู แค่กูไม่ชอบคนที่เข้ามาก็เท่านั้นเอง”
“แหม พ่อคนหล่อ หล่อแต่ปากเสียมันไม่ได้หรอกนะ ผู้หญิงเขาหนีกันหมด”
วีกล่าวเสริม เพราะอดไม่ได้ที่จะพูดแซะเพื่อนสนิทของตนหลังจากที่เจ้าตัวมั่นอกมั่นใจในตัวเองจนน่าหมั่นไส้ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเขา
“แต่กูว่าผู้หญิงคนนี้ดูแปลก ๆ ตอนแรกที่กูเข้าไปทักกูก็แค่อยากทำความรู้จักเป็นการส่วนตัวเผื่อว่าจะฟลุกได้จีบขึ้นมา แต่พอกูลองคุยดู อยู่ ๆ เธอก็แปลก ๆ อะ”
“แปลกยังไงวะ กูเห็นเขาก็ปกติดีนี่”
“ก็ตอนที่กูเข้าไปคุยด้วย ตอนแรกก็ดูเหมือนว่าจะปกติดี แต่พอคุย ๆ ไปสักพัก เขาก็เริ่มไม่กล้าสบตากู พูดแบบตะกุกตะกัก เหมือนคนกลัวความผิดเลย พวกมึงว่ามันแปลก ๆ ป้ะวะ”
นอร์ทปรึกษาเพื่อน ๆ ในกลุ่ม เมื่อเห็นว่าพวกเขาก็ดูจะสนใจในตัวของดีเจญาญ่าไม่ต่างกัน
แต่เมื่อครู่ตอนที่เขาไปพูดคุยเพื่อตีสนิทด้วย นอร์ทกลับรู้สึกแปลกประหลาด สงสัยว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรกันแน่ ตอนที่เห็นเขาเดินเข้าไปทำไมถึงได้ดูตกใจแล้วก็เสียอาการถึงเพียงนั้น
“เอาจริง ๆ กูก็รู้สึกคุ้น ๆ หน้าดีเจคนนี้มาตั้งแต่แรกแล้วนะ แต่กูก็คิดว่าตัวเองคงคิดไปเอง เลยไม่ได้ถามความเห็นจากพวกมึงด้วย มึงว่าคุ้น ๆ เหมือนเรารู้จักป้ะ?” เพื่อนอีกคนในกลุ่มพูดสวนขึ้นมาท่ามกลางแสงสีเสียงของตัวผับ
“เออ ก็คุ้น ๆ นะ แต่บอกไม่ถูกว่าเป็นใครอะ เหมือนจะรู้จัก แต่ก็เหมือนว่าจะไม่ใช่ แปลกว่ะ”
วีเอ่ยขึ้นเพื่อสมทบความเห็นของเพื่อนคนนั้น ก่อนจะหันหลังกลับไปมองดีเจสาวคนสวยให้แน่ใจอีกครั้ง ว่าเธอใช่คนที่พวกเขารู้จักจริงอย่างที่กำลังตั้งข้อสงสัยกันอยู่หรือไม่
“ก็มันแปลก แต่กูเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันแปลกตรงไหน ช่างเหอะว่ะ เสียเวลา ยังไงก็น่าจะไม่ใช่คนที่เราสนิทกันมาก ๆ หรอก ไม่เห็นจะคุ้นหน้าเลย”
นอร์ทตัดสินใจที่จะเปลี่ยนเรื่อง เพราะเห็นว่าสงสัยไปก็เสียเวลาเปล่า ถึงจะคุ้นหน้าแต่สุดท้ายก็บอกไม่ได้อยู่ดีว่าเธอเป็นใครกันแน่
“เออเนอะ ช่างมันเถอะ แดกเหล้าเว้ย”
กลุ่มของนอร์ทยกแก้วขึ้นชนจนสามารถดึงดูดความสนใจจากโต๊ะข้าง ๆ ได้ในทันที โดยเฉพาะญาณินที่กำลังแอบสังเกตพวกเขาอยู่ห่าง ๆ จนส่งผลให้คนอื่น ๆ ที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกันสงสัยไม่หาย
“ญา แกเป็นอะไรเนี่ย อยู่ ๆ ก็เสียอาการ ล่อกแล่กไปหมด อย่าบอกนะว่าเจอคนที่ไม่อยากเจออะ”
“แกจำคนที่ฉันเคยเล่าให้ฟังได้ไหม รุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย ที่ชอบมาหาเรื่องฉันบ่อย ๆ”
“อืม จำได้นะ ทำไมเหรอ คนเมื่อกี้เหรอวะ?” วินาทีนั้นเก้าถึงกับเก็บอาการไม่อยู่ตามไปติด ๆ เขาวางแก้วเครื่องดื่มลงอย่างไว ก่อนจะหันหน้ามาหาเพื่อนสนิทได้อย่างรวดเร็วทันใจ
“อืม ก็ใช่น่ะสิ ฉันเชื่อแล้ว ที่แกบอกว่าฉันเปลี่ยนไปเป็นคนละคน พี่เขาไม่มีทางจำฉันไม่ได้หรอก แต่นี่อะไร ไม่ใช่แค่จำกันไม่ได้ แต่ยังจะมีหน้ามาจีบฉันอีก ถ้ารู้ความจริงเข้าได้หัวแตกเอาแน่ ๆ เลย”
ญาณินเอ่ยบอกเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เธอนึกว่าเธอจะรอดจากสายตาของคนกลุ่มนั้นเสียแล้ว แต่ก็คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นแบบนี้ไปเสียได้ หากเธออยู่นานกว่าความลับที่เก็บซ่อนเอาไว้คงได้ถูกเปิดเผยก็คราวนี้...
“เอาจริงดิ แล้วแกไม่บอกไปตรง ๆ เลยล่ะ ให้มันหน้าหงายไปเลย ที่มาว่าแกเฉิ่ม แซ่บขนาดนี้ จะไปสนใจทำไม”
“ไม่เอาด้วยหรอก ฉันยังต้องไปเรียนอยู่นะ เจอหน้ากันทุกวัน ถ้าขืนพวกนั้นรู้ฉันได้เอาหัวมุดดินแน่ ๆ”
“แล้วจะเอาไงต่ออะ กลับเลยเหรอ ยังไม่ทันจะได้สนุกกันเลยนะ”
“อืม คงต้องกลับก่อนแล้วแหละ อยู่ต่อเดี๋ยวจะได้โดนจับเป็นเป้าสายตาเอาได้ ฉันว่าฉันไม่เสี่ยงดีกว่า”
ญาณินเอ่ยบอกเก้าไปตามตรง เธอไม่อยากปรากฏตัวที่นี่นานไปมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นอาจจะถูกกลุ่มของนอร์ทจับได้ว่าเป็นยายเฉิ่มที่ปลอมตัวมาเป็นดีเจสาวสุดแซ่บ
“โห เสียดายอะ”
“เอาน่า ไว้วันหลังนะ ฉันกลับแล้ว ไว้เจอกันนะคะ เรากลับก่อน บาย” หญิงสาวกล่าวลาทุกคนที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกัน ก่อนจะปลีกตัวออกมาทันที
ญาณินกลับเข้าไปเก็บสัมภาระที่ห้องพักของดีเจประจำ เมื่อเก็บเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอก็รีบมุ่งหน้ากลับไปยังหอพักที่อยู่ไม่ไกลได้อย่างรวดเร็วทันใจ
ญาณิณทิ้งตัวลงบนโซฟาด้วยความเหนื่อยล้า อีกทั้งยังรู้สึกใจหายไม่เลิก เธอจดจำความรู้สึกในตอนที่นอร์ทเข้ามาขอทำความรู้จักเป็นการส่วนตัวได้เป็นอย่างดี
เธอไม่อยากตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นอีกแล้ว เพราะมันค่อนข้างที่จะเสี่ยงเกินไป อีกอย่างถ้าเกิดคนที่รู้ความลับนี้ดันเป็นนอร์ท มีหวังได้พลิกแผ่นดินหนีเป็นแน่
“ถึงขนาดเข้ามาขอจีบ โดยที่ไม่เอะใจว่าเป็นเราเลยเนี่ยนะ เฮ้อ...เล่นเอาหัวใจเกือบวายตาย”
ญาณินบ่นพึมพำสวนขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงบของ
ตัวห้องพัก ก่อนจะยกมือน้อย ๆ ขึ้นมาจับหน้าอกข้างซ้ายเอาไว้ด้วยความโล่งอก เธอไม่อยากตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นอีก แต่ก็ไม่รู้วิธีที่จะหลีกเลี่ยงพวกเขาได้อยู่ดี
เธอเป็นดีเจที่ทำงานประจำอยู่ในผับยามค่ำคืน ส่วนฝั่งนั้นก็เป็นลูกค้าที่ดูเหมือนจะเป็นขาประจำเช่นกัน หากจะหลีกเลี่ยงอย่างที่ใจคิด ก็คงต้องลาออกท่าเดียว
ซึ่งเธอทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะเธอรับปากกับเจ้าของผับไปแล้วว่าจะทำงานให้ครบปีก่อน ถ้าเกิดไม่ทำตามที่เคยพูดเอาไว้ ก็อาจจะถูกมองว่าเป็นคนไม่รักษาคำพูดเอาได้
