บทที่ 2 หายไปไหน

ตอนที่ 2 หายไปไหน

ชนะพงศ์ตอบกลับเสียงอ่อน มองดูหญิงสาวตรงหน้าอย่างมีความสงสัยใคร่รู้ ว่าทำไมกันนะพี่ชายของเขาจึงต้องพาตัวพี่สาวของเธอไป แล้วพี่สาวของเธอเป็นใครกัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาชนะภูมิไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้ามาเปิดตัวว่าคบหากันกับทางครอบครัวเลย และชนะภูมิซึ่งเป็นพี่ชายคนโตในบรรดาพี่น้องสามคน ในบรรดาพี่น้องสามคนชนะภูมิเป็นคนมีเหตุผล สุขุม เยือกเย็นที่สุด หากจะมีใครสักคนมาบอกว่าเขาลักพาตัวผู้หญิงไปสักคนคงเป็นเรื่องยากที่จะให้เขาเชื่อหากผู้หญิงคนนั้นไม่สำคัญจริงๆ

“ผมไม่รู้จริงๆ ว่าพี่ภูมิอยู่ที่ไหน” ชนะพงศ์ตอบน้ำเสียงอ่อนโยนลงมาก ต่อให้เป็นพี่น้องแต่ใช่ว่าพวกเขาจะเข้าไปก้าวก่ายในเรื่องส่วนตัวกันได้ อย่างไรเสียทุกคนล้วนโตเป็นผู้ใหญ่ ย่อมมีความคิด มีเหตุผลส่วนตัวทั้งนั้น ไม่ต้องพถึงขนาดพี่ชายหรอก แม้ตัวเขาเองบางครั้งไปไหนมาไหน ยังไม่เคยบอกให้คนอื่นรู้ แน่ละคนเรามันก็ต้องมีช่วงเวลาที่อยากเป็นส่วนตัวกันบ้าง

“คุณจะบอกว่าคุณไม่รู้ ได้ยังไงในเมื่อคุณเป็นพี่น้องกัน บอกมานะว่าเขาเอาพี่สาวฉันไปไว้ไหน บอกมา”

บงกชโผตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วราวกับจะพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่มตรงหน้า ติดอยู่ที่ชายหนุ่มร่างสูงอีกคนมาขวางเอาไว้เสียก่อน หญิงสาวจึงพุ่งเข้าปะทะกับร่างสูงของน้องชายคนเล็กของบ้านพิชิตชัยเข้าอย่างจัง ก่อนจะถูกอีกฝ่ายคว้าข้อมือเล็กๆ ของหล่อนไว้แล้วยึดมันไว้จนแน่น

“นี่คุณใจเย็นๆ ก่อนสิ พวกผมบอกว่าไม่รู้ก็คือไม่รู้ ถ้ารู้ผมก็บอกคุณไปแล้ว อีกอย่างป่านนี้บางทีพี่สาวของคุณอาจจะกลับไปรอที่บ้านแล้วก็ได้” ชนะภาคหรี่ตาลงมองดูหญิงสาวตัวเล็กตรงหน้า สบกับดวงตาเป็นประกายด้วยความโกรธเกลียดชิงชังของหญิงสาว แต่ยังไม่ยอมคลายข้อมือของหล่อนลง

“ถ้าพี่สาวฉันกลับไปบ้านตามปกติ ฉันจะมายืนตะโกนปาว ปาว อยู่หน้าบ้านคุณทำไมกัน พี่ชายของคุณพาพี่สาวฉันหายไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว พวกคุณเป็นพี่น้องกันก็เลยจะช่วยกันปกปิดความผิดใช่หรือเปล่า” บงกชพยายามสะบัดตัวออกจากการรวบรัดของชายหนุ่มแต่ไม่ประสบความสำเร็จ

“ผมไม่ทราบจริงๆ ว่าตอนนี้พี่ภูมิไปไหน เพราะพี่ภูมิก็ไม่ได้กลับบ้านมาหลายวันแล้ว เอาเป็นว่าถ้าพี่ภูมิกลับมาผมจะจัดการเรื่องนี้ให้” ชนะพงศ์เอ่ยขึ้น

“จำเอาไว้นะ ฉันจะกลับมาที่นี่อีก จนกว่าจะเจอพี่สาวของฉัน” บงกชพูดเสียงห้วนพร้อมกับสะบัดข้อมือตัวเองออกอย่างแรง เมื่อเป็นอิสระแล้วหล่อนก็ผลักอกของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างแรงจนคนตัวโตเซถอยไปข้างหลัง ก่อนจะเดินไปขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว

“ยัยเด็กนี่ร้ายกาจจริงๆ” ชนะภาคเอ่ยพร้อมทั้งส่ายหัวไปมา ปกติเคยชินแต่เห็นผู้หญิงอ่อนหวานน่ารัก มีแต่สาวๆ มักเข้ามาทำตัวฉอเลาะพูดจาคะขา อ่อนหวาน พยายามทำทุกอย่างให้เขาชอบ แต่นี่อะไรมาถึงตะโกนปาวๆ พูดอะไรก็ไม่ฟังเลย

“แต่พี่สงสัยนะภาค พี่สงสัยว่าพี่ภูมิจะพาตัวพี่สาวของเด็กคนนั้นไปทำไมกัน แล้วพี่ภูมิพาหล่อนไปที่ไหน” ชนะพงศ์หันมาคุยกับน้องชายคนเล็กด้วยความสงสัย

“นั่นสิครับผมเองก็อดสงสัยไม่ได้ แต่ผมก็ติดต่อพี่ภูมิไม่ได้มาตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะครับ” ชนะภาคเอ่ยขึ้น

“จริงๆ พี่ภูมิโทรมาหาพี่เมื่อวานตอนค่ำๆ ว่าจะไปธุระต่างจังหวัดสักพักหากคุณพ่อ คุณแม่ถามถึง ไม่คิดเลยว่าพี่ภูมิจะทำอะไรแบบนี้” ชนะพงศ์ส่ายหัวไปมาเบาๆ

“คำว่าสักพักของพี่ภูมินี่หมายถึงไม่มีกำหนดหรือเปล่าครับ” ชนะภาคถามย้ำกับพี่ชายคนรอง

“ก็คงจะอย่างนั้นนะ” ชนะพงศ์หันมาตอบน้องชาย ส่งสายตาสนเท่ห์มาสบกัน ไม่รู้ว่าพี่ชายคนโตนั้นแอบไปทำอะไรลับหลัง

“นี่พี่ภูมิเขากำลังทำอะไรอยู่นะ ถ้าคุณแม่รู้เรื่องนี้ล่ะก็มีหวังบ้านแตกแน่ๆ” ชนะภาคยักไหล่แล้วเดินเข้าบ้านไป ทิ้งให้พี่ชายคนรองยืนนิ่งครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่เพียงลำพัง

บ้านไม้หลังเก่าอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีปลูกอยู่อย่างเรียบง่าย บริเวณโดยรอบปลูกทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ยืนต้นทั้งที่มีผลและไม่มีผล ร่มรื่นน่าอยู่ บ้านไม้ชั้นเดียวหลังเล็กบานประตูนั้นถูกปิดสนิท หน้าต่างทุกบานปิดเงียบ ไม่มีแสงไฟส่องสว่างออกมาจากส่วนใดของบ้านเลย ราวกับไม่มีใครอาศัยอยู่ภายใน

รถยนต์คันเก่าแล่นเข้าไปจอดภายในรั้วบ้านอย่างช้าๆ พร้อมกับร่างบางๆ ของหญิงสาวซึ่งเปิดประตูรถลงมาอย่างคนสิ้นหวัง บงกชหันไปมองรอบๆ บ้านอันเงียบเชียบอย่างใจหาย วันนี้เป็นวันที่สองแล้วที่พี่สาวของเธอหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่สามารถติดต่อได้ บงกชพยายามติดต่อเพื่อนๆ ของพี่สาวทุกคนที่หล่อนรู้จักแต่ก็ไม่มีใครสามารถติดต่อปรางวลัยได้เลยสักคนเดียว

“พี่ปราง พี่ปราง อยู่ที่ไหนคะ บัวเป็นห่วงพี่ปรางจนจะเป็นบ้าอยู่แล้วนะคะ” หญิงสาวรำพึงออกมาเบาๆ พร้อมทั้งหยดน้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป