บทที่ 3 ไม่รามือง่ายๆ

ตอนที่ 3 ไม่รามือง่ายๆ

“คุณเข้าไม่ได้นะครับ เข้าไม่ได้”

เสียงเอะอะโวยวายของนายเผือกร้องลั่นจนชนะภาคซึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ภายในห้องนั่งเล่นของบ้านหลังใหญ่ต้องวางหนังสือในมือลงแล้วลุกมาดูตรงบริเวณหน้าบ้าน

“นี่คุณอีกแล้วหรือ”

ชนะภาคยืนกอดอก ก้มลงมองดูหญิงสาวร่างบางซึ่งวันนี้เขาสามารถสังเกตเห็นหน้าตาบึ้งตึงของหญิงสาวได้มากกว่าเมื่อคืนที่ผ่าน ถ้าหากหล่อนไม่ทำหน้าเหมือนกับเกลียดพวกเขานักหล่อนก็คงเป็นผู้หญิงที่สวย น่ารักมากๆ คนหนึ่งทีเดียว

“ฉันบอกแล้วไง ว่าฉันจะมาที่นี่อีกจนกว่าพี่ชายคุณจะคืนพี่สาวฉันมา” บงกชเชิดหน้าขึ้นส่งสายตาเกรี้ยวกราดมายังเจ้าของบ้านหนุ่ม

“พวกผมก็บอกแล้วไง ว่าผมไม่รู้ว่าตอนนี้พี่ภูมิอยู่ที่ไหน เสียใจด้วยนะผมคงช่วยอะไรคุณไม่ได้หรอก” ชนะภาคเอ่ยอย่างตัดความรำคาญ ถึงแม้ว่าใจหนึ่งนั้นเขาจะนึกสงสารหญิงสาวตรงหน้า แต่อีกฝ่ายนั้นก็คือพี่ชายแท้ๆ ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้จริงๆ ว่าตอนนี้นั้นชนะภูมิอยู่ที่ไหน

“พวกคุณมันเห็นแก่ตัว ใจร้าย ใจดำ คิดว่าตัวเองรวยแล้วจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นหรือไง คนจนๆ อย่างพวกฉันมันก็มีความรู้สึก มีหัวใจเหมือนกันนะ” บงกชตะโกนใส่หน้าชายหนุ่ม สีหน้าและแววตาบ่งบอกชัดเจนว่าโกรธจัด

“นี่คุณ มาที่นี่อีกแล้วหรือ” เสียงทุ้มห้าวของชนะพงศ์ซึ่งเพิ่งจะกลับจากทำงานและเห็นการโต้เถียงของสองหนุ่มสาวอยู่ตั้งแต่เลี้ยวรถเข้าบ้านมาเดินมาสมทบในวงสนทนา

“ใช่ ถ้าหากวันนี้ฉันยังไม่ได้คำตอบเรื่องพี่สาวฉัน ฉันจะไม่กลับออกไปอย่างแน่นอน” บงกชเชิดหน้าใส่ชายหนุ่มทั้งสองอย่างไม่หวาดกลัว

“คุณกลับไปก่อนเถอะ พวกผมไม่รู้จริงๆ ว่าตอนนี้พี่ภูมิกับพี่สาวของคุณเขาอยู่ที่ไหน ถ้าหากผมรู้ผมจะรีบบอกคุณเลยนะ คุณ....เอ่อ...แล้วนี่คุณชื่ออะไรล่ะ” ชนะพงศ์ เอ่ยถามชื่อหญิงสาวแต่บงกชได้แต่กัดริมฝีปากยืนนิ่งอยู่ไม่ยอมตอบสิ่งใด

“นี่พวกคุณไม่รู้สึกอะไรกันบ้างเลยเหรอ คุณไม่เดือดร้อน ไม่วุ่นวายใจกันบ้างเลยหรือนั่นพี่สาวฉันนะ” บงกชเอ่ยเสียงแผ่ว น้ำเสียงซึ่งเคยตวาดจนแสบแก้วหูนั้นเวลานี้มันกลายเป็นเสียงอันสั่นเครือ หยดน้ำตาใสๆ ไหลลงมาอาบแก้มขาวอมชมพูเป็นสาย

ชายหนุ่มทั้งสองหัวใจหล่นวูบลงไปอยู่แทบเท้าทันที เมื่อเห็นหยดน้ำตาของหญิงสาวตรงหน้าต่างหันมามองหน้ากันอย่างทำอะไรไม่ถูก นี่พวกเขาใจดำกับหล่อนมากถึงเพียงนี้เชียวหรือแต่เขาจะทำอย่างไรได้ในเมื่อพวกเขาเองก็จนปัญญาจะสืบเสาะว่าพี่ชายคนโตของบ้านนั้นไปอยู่เสียที่ไหนในเวลานี้

ขณะเดียวกันนั้นเองรถยนต์คันหรูคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดเทียบบริเวณเชิงบันไดหินอ่อนซึ่งทอดตัวเป็นชั้นลอยก่อนจะขึ้นไปยังตัวบ้านหลังใหญ่ หญิงสาววัยหกสิบปีท่าทางใจดีคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถพร้อมกับชายหนุ่มวัยสูงกว่ากันนิดหน่อยท่าทางสุขุมภูมิฐาน ชายหนุ่มทั้งสองคนหันไปและสีหน้าเปลี่ยนไปแทบจะทันที

“คุณแม่กลับมาแล้วหรือครับ” ชนะพงศ์ เอ่ยเรียกหญิงสูงวัยพร้อมทั้งยกมือไหว้ท่าทางอึดอัดใจเล็กน้อย

“มีเรื่องอะไรกันอย่างนั้นหรือจ้ะหนุ่มๆ” คุณหญิงพิมพ์เอ่ยทักทายบุตรชายทั้งสองคน พร้อมทั้งหันไปทางหญิงสาวเพียงคนเดียวซึ่งยืนสะอื้นไห้ราวกับหล่อนมีความทุกข์อันแสนสาหัส

“แล้วนี่ลูกสาวบ้านไหนกัน มายืนร้องห่มร้องไห้ที่บันไดหน้าบ้านของฉัน เอ๊ะหรือว่า...” คุณหญิงพิมพ์หันไปทางลูกชายทั้งสองคนด้วยสายตาฉงน

บงกช ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดจะทนพร้อมทั้งทรุดกายลงนั่ง ซุกหน้าลงกับเข่าทั้งสองพลางใช้แขนเรียวเล็กของตนโอบกอดมันไว้จนแน่นเหมือนกับพยายามจะสะกดกลั้นความคับแค้นในใจที่ไม่สามารถตามหาพี่สาวอันเป็นที่รักของหล่อนได้

“เอ่อ...คือว่า” ชนะภาค เอ่ยอย่างยากลำบาก ชายหนุ่มก้มลงมองดูแผ่นหลังบางๆ อันสั่นเทาด้วยแรงสะอื้นของหญิงสาวตรงหน้า สดับเสียงสะอื้นไห้นั้นอยู่ในใจ

คุณหญิงพิมพ์ย่อตัวลงนั่งเคียงข้างเด็กสาวซึ่งตนเองไม่รู้จัก วางมืออ่อนนุ่มสัมผัสแผ่วเบาลงบนศีรษะและลูบเรือนผมสีดำสนิทนุ่มสลวยนั้นอย่างแผ่วเบาไล่มาตั้งแต่เรือนผมนุ่มสลวยจนมาถึงแผ่นหลังอันสะท้อนสะท้านขึ้นลงไปมาด้วยแรงสะอื้น คุณหญิงผู้ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านโลกนี้มากว่าหกสิบปีรับรู้ได้ถึงความทุกข์ในใจของเด็กสาวว่ามันคงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย มิเช่นนั้นแล้วเด็กสาวคงไม่มานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้เป็นแน่ นายชนะพลผู้เป็นพ่อหันไปมองดูลูกชายทั้งสองอย่างต้องการหาคำตอบ หากแต่มีเพียงความเงียบงันจากบุตรชายทั้งสองที่ตอบกลับมา พร้อมกับท่าทีอันอึดอัดด้วยเพราะไม่รู้จะตอบคำถามทางสายตาของผู้เป็นบิดาอย่างไร

“หนูจ๋า อย่าร้องไห้เลยนะจ้ะ มีเรื่องทุกข์ใจอะไรไหนลองบอกฉันมาสิ ถ้าหากฉันช่วยได้ฉันสัญญาว่าจะช่วยอย่างเต็มที่ทีเดียวเชียว” คุณหญิงพิมพ์เอ่ยออกมาอย่างคนใจดี

บงกช เงยหน้าขึ้นมาจากหัวเข่าทั้งสอง ดวงตานั้นช้ำบวมมันแดงก่ำไปด้วยความทุกข์เศร้า หยาดน้ำตาไหลเป็นสายอาบไปทั่วใบหน้านวลทั้งสอง ริมฝีปากนั้นสั่นระริกด้วยเพราะพยายามฝืนมิให้ตนเองปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง บงกชสบตานิ่งกับคุณหญิงพิมพ์เพียงชั่วไม่กี่วินาทีเหมือนกับหญิงสาวทั้งสองกำลังถ่ายทอดความรู้สึกส่งผ่านแววตาคู่นั้นเข้าหากัน บงกชโผเข้าหาอ้อมกอดของหญิงสูงวัยตรงหน้าพร้อมกับสะอื้นไห้อีกครั้งอย่างคนหัวใจสลาย คุณหญิงพิมพ์กอดตอบและปลอบประโลมเด็กสาวอยู่พักใหญ่กว่าเด็กสาวจะคลายความทุกข์โศกในใจลงได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป