บทที่ 4 เด็กคนนี้ดื้อจังเลย
ตอนที่ 4 เด็กคนนี้ดื้อจังเลย
“ว่ายังไงทั้งสองคนเลย ตอบแม่มาเดี๋ยวนี้นะว่าพี่ชายเราเขาไปไหน”
คุณหญิงพิมพ์นั่งหน้าตึง สีหน้าไม่พอใจอย่างมากเมื่อทราบเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น บงกชนั่งอยู่เคียงข้างหญิงสาวยังคงสะอื้นอยู่เป็นระยะ นานๆ จะมีน้ำตาหยดลงมาบ้างแต่การได้ระบายทุกอย่างภายในใจนั้นออกไปให้กับหญิงสูงวัยท่านนี้ฟังทำให้บงกชโล่งใจขึ้นมาก หล่อนรู้สึกได้ว่าคุณหญิงผู้นี้อาจจะช่วยหล่อนได้ดีกว่าชายหนุ่มหน้าหล่อแต่ใจดำทั้งสองคนตรงหน้า
“ผมไม่ทราบจริงๆ นะครับคุณแม่ว่าพี่ภูมิพาคุณปรางไปที่ไหน ถ้าผมทราบผมคงไปตามพี่ภูมิแล้ว” ชนะภาคตอบคำถามมารดาพลางชำเลืองมองดูหญิงสาวซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ
“แล้วเราล่ะพงศ์ ไม่รู้จริงๆ ว่าตาภูมิไปไหนหรือว่าจงใจจะปิดบังแม่” คุณหญิงพิมพ์หันไปหาลูกชายคนกลาง
“เอ่อ...คือผม ไม่ทราบเหมือนกันครับ พี่ภูมิบอกแค่ว่าจะไปต่างจังหวัดสักพัก แต่ไม่ได้บอกว่าไปที่ไหนหรือว่ากลับเมื่อไหร่” ชนะพงศ์ตอบเสียงแผ่ว
“ต่อโทรศัพท์ถึงตาภูมิให้แม่เดี๋ยวนี้” คุณหญิงพิมพ์สั่งเสียงเฉียบขาด
“โทรไม่ติดครับ ผมลองโทรหาพี่ภูมิหลายครั้งแล้ว ติดต่อไม่ได้เลย” ชนะภาคตอบคำถามมารดาเสียงแผ่วเช่นเดียวกัน
“ชนะพงศ์ ชนะภาค ฟังแม่ให้ดีนะ ติดต่อชนะภูมิให้ได้แล้วบอกให้ชนะภูมิรีบกลับมาหาแม่ทันที ถ้าภายในวันพรุ่งนี้ไม่ติดต่อกลับมาหาแม่แล้วล่ะก็ อย่ามาเรียกแม่ว่าแม่อีกเข้าใจหรือเปล่า” คุณหญิงพิมพ์ออกคำสั่งเสียงเฉียบขาดจนชายหนุ่มทั้งสองสะดุ้ง ต่างหันหน้ามามองกันอย่างอึดอัด
“แต่คุณแม่ครับ...” ชนะภาค อ้าปากจะอธิบายบางสิ่งแต่ถูกมารดาท้วงขึ้นเสียก่อน
“แม่จะไม่ฟังเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น แม่โกรธมากนะที่ลูกชายของแม่ทำอย่างนี้ทั้งสามคนเลย ถ้าพรุ่งนี้ติดต่อชนะภูมิไม่ได้แม่จะเก็บเสื้อผ้าหนีออกจากบ้านแล้วไม่กลับเข้ามาอีก”
คุณหญิงพิมพ์ ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางวงสนทนาก่อนจะลุกขึ้นแล้วฉุดมือเด็กสาวข้างๆ ให้ลุกขึ้นเดินตามหล่อนไปยังอีกมุมหนึ่งของบ้าน
หญิงสาวผู้สูงวัยกว่านั่งลงบนชุดรับรองแขกหรูหรา สีหน้านั้นบ่งบอกถึงความกังวลใจ บงกชทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องด้านล่างก้มลงกราบบนตักของคุณหญิงผู้เมตตา เพียงไม่กี่นาทีคุณหญิงท่านนี้ทำให้บงกชรู้สึกมีความหวังว่าจะได้ตัวพี่สาวคืนมาในพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ คุณหญิงพิมพ์ใช้มือลูบลงบนศีรษะเด็กสาวอย่างอ่อนโยน
“ฉันขอโทษแทนลูกชายของฉันด้วยนะจ้ะ หวังว่าคำสั่งของแม่แก่ๆ อย่างฉันจะยังมีความศักดิ์สิทธิ์อยู่บ้าง” คุณหญิงพิมพ์ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
“ขอบพระคุณค่ะ แค่เพียงเท่านี้บัวก็ขอบคุณคุณหญิงมากแล้วค่ะ บัวแค่อยากได้พี่สาวคืนมาค่ะ บัวเป็นห่วงพี่ปราง” น้ำตาหยดใสๆ ร่วงลงมาหยดลงบนหลังมือของคุณหญิง
“เอาเถอะนะ ฉันหวังว่าลูกชายคนโตของฉันคงไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายอะไรไปมากกว่านี้”
คุณหญิงพิมพ์ยิ้มอย่างอ่อนโยนใช้มือลูบศีรษะเด็กสาวเบาๆ บงกชซบหน้าลงกับตักของคุณหญิงพิมพ์ พยายามหักห้ามความคิดฟุ้งซ่านทั้งหลาย เกี่ยวกับการหายตัวไปของพี่สาวในช่วงสามวันที่ผ่าน น้ำตาแห่งความห่วงหาอาทรนั้นไหลลงมาเป็นสายหยดลงบนกระโปรงราคาแพงของคุณหญิงเปียกเป็นดวงๆ
“นิ่งเสียนะคนดี อย่าร้องไห้อีกเลยนะ ดูสิร้องจนตาบวมหมดแล้ว” คุณหญิงพิมพ์ปลอบประโลมเด็กสาว
“บัว เป็นห่วงพี่ปรางค่ะ” เด็กสาวปล่อยน้ำตาหยดโตร่วงเปาะลงมาอย่างน่าสงสาร
“ฉันเข้าใจหนูดีนะจ้ะว่าเป็นห่วงพี่สาว แต่ฉันขอให้สัญญานะจ้ะว่าฉันจะช่วยตามตัวพี่สาวของหนูกลับมาให้เร็วที่สุด”
คุณหญิงพิมพ์โน้มเอาร่างบอบบางของเด็กสาวมาไว้ในอ้อมกอด ลูบหลังลูบไหล่ให้เด็กสาวคลายความกังวล บงกชซบหน้าลงกับอกอุ่นๆ ของหญิงสูงวัยเรียวแขนเรียวบางนั้นตระกองกอดอยู่รอบเอวของคุณหญิงพิมพ์ แนบใบหน้าอันชื้นไปด้วยหยาดน้ำตานั้นกับอกผู้สูงวัยหลับตาพริ้มลงคลี่รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก
“คุณแม่ครับ” ชนะภาคเดินเข้ามาภายในห้องรับรองแขกและเห็นว่าเด็กสาวนั้นหลับคาตักผู้เป็นมารดาสนิทราวกับเด็กน้อย
“ดูสิ ร้องไห้จนหลับไปแล้วเด็กเอ๋ยเด็กน้อย นี่เขาคงรักและห่วงพี่สาวของเขามากจริงๆ” คุณหญิงพิมพ์ลูบเรือนผมดำสนิทนั้นอย่างแผ่วเบา
“ภาค” เสียงมารดาเอ่ยเรียกชื่อของลูกชายคนเล็กออกมาเบาๆ
“ครับคุณแม่” ชนะภาครับคำมารดาเบาๆ
“อุ้มน้องไปนอนบนห้องไป พรุ่งนี้ตื่นมาค่อยไปส่งที่บ้าน” คุณหญิงพิมพ์เอ่ยกับลูกชายคนเล็ก
“อะไรนะครับ อุ้มเด็กนี่ขึ้นไปนอน” ชนะภาคถามย้ำเหมือนกับจะให้แน่ใจในคำสั่งของผู้เป็นมารดา
“ใช่ แล้วแม่สั่งห้ามเลยนะ ไม่ว่าใครก็ห้ามทำร้ายหรือพูดจาไม่ดีกับหนูบัวไม่อย่างงั้นล่ะก็เจอดีกับแม่แน่ๆ มาสิมาอุ้มน้องไป”
คุณหญิงพิมพ์เอ่ยเสียงเฉียบขาด ชนะพงศ์ซึ่งยืนอยู่ถัดจากน้องชายคนเล็กไปผายมือเป็นเชิงเชื้อเชิญให้กับน้องชายก่อนจะยักคิ้วให้กับน้องชายคนเล็กอย่างล้อเลียน
“เอาน่าภาค ตัวเล็กนิดเดียวเองไม่หนักหรอก” ชนะพงศ์ตบไหล่น้องชายเบาๆ
“ตัวปัญหา...น่ะสิ” ชนะภาคพึมพำออกมาเบาๆ ให้แค่พี่ชายคนรองได้ยิน
“มาเร็วๆ สิลูก มาอุ้มน้องไป ดูสิยุงกัดบ้างหรือเปล่านะเนี่ย” คุณหญิงพิมพืมองสำรวจไปทั่วเรียวแขนบอบบางของหญิงสาวซึ่งหลับสนิท
“ครับ” ชนะภาคตรงเข้าประคองร่างบางนั้นขึ้นอย่างอ่อนโยน
