บทที่ 5 เด็กน้อยน่าสงสาร

ตอนที่ 5 เด็กน้อยน่าสงสาร

ชนะภาค ค่อยๆ บรรจงวางร่างบอบบางของหญิงสาวลงกับเตียงนอนอันนุ่มอุ่นอย่างเบามือ ลมหายใจอุ่นๆ ของหล่อนระอยู่ที่แก้มของเขา บางครั้งเด็กสาวจะสะอื้นออกมาเบาๆ เหมือนคนกำลังฝันร้าย ชนะภาคถอยออกมายืนมองดูหญิงสาวก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นแล้วบรรจงห่มให้หล่อนอย่างเบามือ

“เอาล่ะ แยกย้ายไปนอนกันได้แล้วก็อย่าลืมเรื่องที่แม่สั่งด้วยล่ะ แม่เอาจริงนะทั้งสองคนเลย” คุณหญิงพิมพ์ออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด

“ครับ”

ชายหนุ่มทั้งสองรับคำมารดาอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก ทั้งสองหนุ่มหันไปมองดูหญิงสาวร่างเล็กตัวปัญหาซึ่งนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงภายในห้องนอนสำรองสำหรับรับแขกเวลามีแขกมาพักค้างที่บ้าน แล้วจึงดึงประตูให้ปิดลง

“พี่พงศ์ว่าคุณแม่จะทำอย่างที่พูดจริงๆ หรือครับ” ชนะภาคเอ่ยถามพี่ชายคนรอง

“ถ้าเป็นเรื่องอื่นพี่ไม่แน่ใจนะ แต่เรื่องนี้พี่ว่าดูคุณแม่จะโกรธมากจริงๆ อาจจะทำอย่างที่พูดก็ได้นะ อาจจะไม่ถึงกับตัดแม่ตัดลูก แต่ก็คงจะโกรธพี่ภูมิไปอีกนานเลยล่ะ แล้วจะพาลมาโกรธเราสองคนด้วยนี่สิเอาเป็นว่านายกับพี่ช่วยกันตามตัวพี่ภูมิกลับมาเร็วๆ เถอะ” ชนะพงศ์ตบฝ่ามือลงบนไหล่น้องชายหนักๆ ก่อนจะเดินผละกลับห้องของตนเองไป

บงกชลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันถัดมาและรู้สึกตกใจเมื่อนึกรู้สึกตัวว่าเมื่อคืนหล่อนเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ และสัมผัสนี้หล่อนคงไม่ได้นอนอยู่ที่บ้านไม้หลังเล็กของตนเองอย่างแน่นอน

“อุ้ย...ไอ้บัว ไอ้บ้า นี่ที่ไหนเนี่ย” บงกชอุทานออกมาเมื่อลำดับความทรงจำได้คร่าวๆ

หญิงสาวผลุดลุกขึ้นจากเตียงนอนในทันทีมองสำรวจรอบด้านก็รู้สึกถึงความไม่คุ้นตา หล่อนลำดับความคิดและรู้สึกสังหรณ์ในใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะทุกอย่างรอบตัวนั้นแปลกตาเหลือเกิน บงกชเปิดประตูออกมาช้าๆ และพบว่าตัวเองอยู่บนชั้นสองของบ้านหลังใหญ่ซึ่งหล่อนมาตามหาพี่สาวเมื่อคืนนี้ บงกชชะโงกหน้าลงไปเห็นว่าเบื้องล่างนั้นมีโต๊ะหินอ่อนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ โดยรอบมีสมาชิกภายในบ้านหลังนี้ซึ่งก็คือนายชนะพลประมุขใหญ่ของบ้านและคุณหญิงพิมพ์นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ พร้อมด้วยลูกชายคนรองและลูกชายคนเล็ก บงกชเดินลงบันไดมาอย่างช้าๆ ดวงตาทั้งสองนั้นยังคงทิ้งร่องรอยบวมช้ำจากการร้องไห้มาอย่างหนักให้เห็นอยู่

“หนูบัวจ้ะ มาทานข้าวต้มด้วยกันสิจ๊ะ กำลังร้อนๆ เลยนะ” คุณหญิงพิมพ์เอ่ยน้ำเสียงนุ่มละมุน

“ขอบคุณค่ะ แต่เดี๋ยวบัวกลับบ้านดีกว่าค่ะ เผื่อว่าพี่ปรางกลับบ้านมาแล้วจะไม่เจอบัว” บงกชยกมือไหว้แล้วกล่าวลาคนทั้งหมด

“เฮ้อ...น่าสงสารจังเลยนะคะคุณ คงรักพี่สาวมาก ห่วงพี่สาวมากจริงๆ ดิฉันไม่อยากจะคิดเลยนะคะว่าตาภูมิจะทำอะไรแบบนี้ลงไปได้ คิดแล้วก็น่าโมโหจริงเชียว” คุณหญิงพิมพ์เอ่ยกับนายชนะพลผู้เป็นสามี

“อย่ากังวลไปเลยคุณหญิง เดี๋ยวลูกๆ ก็คงจะหาทางตามตัวกันกลับมาจนได้นั่นแหล่ะ” นายชนะพลเอ่ย พร้อมทั้งหันไปทางลูกชายทั้งสองคนที่ต่างพยายามหลบสายตาผู้เป็นมารดาและบิดา

“ว่ายังไงพงศ์ ภาค ตามตัวพี่ชายเราเจอหรือยัง” นายชนะพลเอ่ยถามอีกครั้ง

“ยังครับคุณพ่อ แต่เดี๋ยวผมจะลองพยายามดูอีกทีนะครับ” ชนะพงศ์เอ่ย

“ไม่รู้ล่ะ ยังไงแม่ก็ยังไม่ลืมเรื่องเมื่อคืนนะ เดี๋ยวพอกินมื้อเช้าเสร็จแม่จะขึ้นไปเก็บกระเป๋ารอ เย็นนี้ก่อนค่ำถ้ายังไม่ได้คำตอบแม่จะหิ้วกระเป๋าแล้วออกจากบ้านนี้ทันที” คุณหญิงพิมพ์เอ่ยเสียงเฉียบ

“คุณแม่ครับ ผมว่าใจเย็นๆ ก่อนไม่ดีกว่าหรือครับ” ชนะภาคเอ่ยท้วงจากโต๊ะทานอาหารเยื้องกับมารดา

“ไม่เย็นแล้ว ครั้งนี้แม่โกรธจริงๆ นะ ถ้าคิดว่าแม่พูดเล่นหรือแค่ขู่ล่ะก็จะลองดูก็ได้” คุณหญิงพิมพ์ลุกขึ้นจากโต๊ะทานอาหารสะบัดหน้าให้หนุ่มๆ ทั้งสามคนแล้วเดินลับหายไปยังชั้นบนของบ้าน

“คุณพ่อครับ ทำไมคุณแม่ถึงโกรธมากขนาดนี้ล่ะครับ ปกติถึงคุณแม่จะโกรธยังไง ก็ไม่เห็นเคยขู่ว่าจะหนีออกจากบ้านเลยสักครั้งเดียว” ชนะภาคเอ่ยถามผู้เป็นบิดา

“เฮ้อ...ถ้าหากเป็นเรื่องนี้ คุณแม่คงโกรธอยู่แล้วมีอย่างที่ไหนไปฉุดพี่สาวเขาหนีหายไป จนน้องสาวเขาต้องวิ่งมาร้องห่มร้องไห้เสียขนาดนี้พ่อเองพ่อก็โกรธ แต่เห็นแม่เขาโกรธมากแล้วพ่อก็ไม่อยากจะซ้ำเติมอะไร เอาเป็นว่าแกสองคนช่วยกันตามตัวพี่ชายตัวดีกลับมาเร็วๆ ก็แล้วกันไม่อย่างนั้นล่ะก็หัวขาดกันหมดทุกคนแน่ๆ ” นายชนะพลเอ่ยย้ำกับลูกชายทั้งสอง

“เอายังไงดีล่ะพี่พงศ์ นี่พวกเราจะไปตามพี่ภูมิที่ไหน ผมลองโทรไปตามเพื่อนๆ ของพี่พงศ์ทั้งที่เมืองไทยแล้วก็ที่ต่างประเทศแล้ว แต่ก็ไม่มีใครได้ติดต่อกับพี่ภูมิเลย” ชนะภาคปรึกษากับพี่ชายคนรอง

“เดี๋ยววันนี้ตอนพี่ไปเข้าเวรจะลองให้เพื่อนๆ ช่วยกันตามรอยดูแล้วกันนะเผื่อจะพอช่วยได้” ชนะพงศ์เอ่ยขึ้นภายในใจขบคิด ว่าจะพอมีสถานที่ใดบ้างที่พี่ชายคนโตของเขาจะไปพักพิงได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป