บทที่ 6 บุกเดี่ยว
ตอนที่ 6 บุกเดี่ยว
บ้านไม้หลังเก่ารายล้อมไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ทั้งไม้ยืนต้นที่ให้ผลและไม้ดอก ไม้เถาเลื้อยซึ่งเลื้อยพันไปตามระแนงไม้ซึ่งเป็นซุ้มสำหรับม้านั่งหินอ่อน ให้ความรู้สึกร่มรื่นเย็นสบาย บงกชและปรางวลัยขอเช่าบ้านหลังนี้จากเจ้าของบ้านหลังเดิมซึ่งทิ้งร้างเอาในราคาไม่แพงมากนัก บงกชและปรางวลัยมิใช่พี่น้องร่วมสายโลหิตกันแท้ๆ แต่ทั้งสองคนต่างก็มีความรักและความผูกพันต่อกันมาก
เนื่องด้วยเพราะทั้งสองคนเป็นเด็กกำพร้าซึ่งถูกพ่อแม่นำไปทิ้งไว้ยังสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่ทั้งสองคนยังเล็กๆ ด้วยเพราะปูมหลังอันเดียวดายนี้เอง ทั้งสองสาวจึงต่างผูกพันกันราวกับพี่น้องแท้ๆ เมื่อทั้งสองเรียนจนจบมัธยมและสามารถทำงานหาเงินเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนต่อได้จึงออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแล้วมาเช่าบ้านหลังนี้อยู่กันตามลำพังสองคน
ปรางวลัยเปรียบเสมือนทั้งแม่ ทั้งพี่สาวและเพื่อนของเธอ บงกชมีเพียงหญิงสาวผู้นี้เท่านั้นที่เปรียบเสมือนแสงสว่างในชีวิตเธอและปรางวลัยเป็นเสมือนคนในครอบครัวเพียงคนเดียวที่เธอมี
ห้าวันแล้วที่ปรางวลัยหายตัวไปพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งบงกชทราบแต่เพียงว่าเขาเป็นลูกเศรษฐีใหญ่ซึ่งมาชอบพอกับพี่สาวของตน แต่ภายหลังบงกชสังเกตเห็นว่าปรางวลัยดูเหมือนจะคอยหลบหน้าหลบตาชายหนุ่มคนนั้น ส่วนสาเหตุนั้นบงกชไม่เคยถามพี่สาวจริงจังสักครั้ง
เสียงเปิดประตูบ้านอย่างแผ่วเบาดังขึ้น เสียงนั้นดึงสติให้บงกชออกจากภวังค์ในทันที เด็กสาวกระโดดลุกขึ้นจากโซฟารับแขกพุ่งตัวไปยังประตูหน้าบ้านอย่างรวดเร็ว ภาพตรงหน้านั้นคือพี่สาวซึ่งเธอเฝ้าคิดถึงและเป็นห่วงเดินเข้ามาภายในบริเวณบ้านอย่างช้าๆ ภายนอกรั้วไม้สีขาวถัดไปคือชายหนุ่มท่าทางภูมิฐานคนหนึ่งยืนมองแผ่นหลังของพี่สาวเธออย่างอาลัย
“พี่ปราง” บงกชโผเข้าสวมกอดพี่สาวพลางร้องไห้โฮ
“บัว” ปรางวลัยสวมกอดน้องสาวด้วยความรัก ปลอบโยนเธอด้วยอ้อมกอดอันอบอุ่น
บงกชประคองกอดพี่สาวนั่งลงกับชุดรับแขกอย่างถนอม หญิงสาวชะเง้อคอมองออกไปนอกหน้าต่าง ยังคงเห็นนายชนะภูมิบุตรชายคนโตแห่งตระกูลพิชิตชัยยืนอยู่ที่เดิมไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน
“พี่ปรางไปไหนมาคะ นายคนนั้นเขาทำร้ายอะไรพี่ปรางหรือเปล่า” บงกชถามทันทีสายตาขุ่นเคือง
“เขาไม่ได้ทำร้ายพี่หรอกบัว พี่ขอโทษนะที่ทำให้บัวต้องเป็นห่วง” ปรางวลัยทาบฝ่ามือเย็นเฉียบลงกับใบหน้าใสของน้องสาว สายตานั้นมองลึกลงไปในดวงตาคู่หวานตรงหน้า
“บัวเป็นห่วงพี่ปรางมากเลยค่ะ เที่ยวตามหาพี่ปรางไปทั่ว ใจร้อนเหมือนโดนไฟสุม” เด็กสาวสวมกอดที่เอวคอดของพี่สาวซบใบหน้านวลนั้นกับอกนุ่มนิ่มของพี่สาวอย่างรักใคร่
“พี่กลับมาแล้วนี่ไงจ๊ะ บัวไม่ต้องเป็นห่วงพี่แล้วนะ แล้วเรื่องงานเป็นยังไงบ้าง พี่ไม่อยู่หลายวันไม่รู้ว่าที่ทำงานเป็นยังไงบ้าง”
“ก็ดีค่ะ บัวเป็นห่วงพี่ปรางมากตอนแรกคิดอยู่ว่าไม่อยากไปทำงานเลย อยากตามหาพี่ปรางให้เจอแต่ก็ต้องไปเพราะกว่าจะได้งานที่นี่ไม่ใช่ง่ายๆ”
บงกชเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยและเข้าสมัครงานในบริษัทเอกชนขนาดกลางแห่งหนึ่ง ส่วนปรางวลัยนั้นทำงานอยู่คนละแห่งซึ่งที่นั่นเป็นบริษัทของนายชนะภูมิเป็นเจ้าของและปรางวลัยทำงานมาได้สามปีแล้ว
“แล้วพี่ปรางจะเอายังไงต่อคะ กับนายชนะภูมินั่น” บงกชกลั้นใจเอ่ยถามพี่สาวขึ้น
“พี่กับเขาเราไม่มีเรื่องติดค้างอะไรในใจกันอีกแล้วล่ะ เขากับพี่คงจบกันเท่านี้” ปรางวลัยพูดน้ำเสียงราบเรียบแต่บงกชสัมผัสได้ถึงความเศร้าในน้ำเสียงนั้น
“ดีค่ะ บัวไม่ชอบเขาเลย” บงกชทำหน้างอง้ำสายตาชะเง้อมองออกไปนอกตัวบ้าน ทันได้เห็นท้ายรถของชายหนุ่มซึ่งค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ
++2 เดือนต่อมา++
เสียงแตรรถบีบระรัวอยู่หน้าบ้านทำให้สมาชิกภายในบ้านเกิดความประหลาดใจอีกครั้ง ชายหนุ่มสามคนซึ่งกำลังนั่งรับประทานอาหารมื้อเย็นอยู่เหลียวหน้าไปทางประตูรั้วหน้าบ้านด้วยความสงสัย เหมือนภาพซ้ำย้อนกลับมาเกิดขึ้นใหม่หลังจากสองเดือนก่อนเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง
“คุณผู้หญิงคนนั้นที่ชื่อบัวเธอมาอีกแล้วครับ” นายเผือกคนรับใช้หนุ่มวัยกลางคนวิ่งกระหืดกระหอบมารายงานเจ้านายหนุ่มทั้งสามคน
“ยัยเด็กบ้านั่น จะมาทำไมอีก” ชนะภาคขมวดคิ้วทั้งสองเข้าหากันรำพึงเบาๆ
“พี่ภูมิคงไม่ได้ไปพาพี่สาวเขามาอีกใช่หรือเปล่าครับ” ชนะพงศ์หันไปถามพี่ชาย
“เปล่านี่ พี่ไม่ได้เจอปรางวลัยมาสักพักแล้ว” ชนะภูมิลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารเดินไปยังหน้าบ้านทันที
“มีมารยาทหน่อยสิคุณ บีบแตรเอะอะเสียงดัง ต้องการอะไรอีก” ชนะภาคเอ่ยถามเสียงดัง จ้องมองดูหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่พอใจ
“หลบไปเลย ฉันไม่คุยกับคุณ ฉันต้องการจะคุยกับพี่ชายคุณ”
บงกชผลักชายหนุ่มให้หลบออกไปให้ห่าง เดินตรงไปยืนอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่มร่างสูง ใบหน้าคมเข้ม บุตรชายคนโตของบ้านพิชิตชัยซึ่งมีสีหน้าเรียบนิ่ง
“บัว” เสียงทุ้มนุ่มละมุนเอ่ยเรียกชื่อหญิงสาวเบาๆ
“ไม่ต้องมาเรียกชื่อฉัน คุณเป็นผู้ชายที่แย่ที่สุดเท่าที่ฉันรู้จัก เท่าที่ฉันเคยพบ เท่าที่ฉันเคยเห็นมาเลยคุณรู้ตัวหรือเปล่าคุณชนะภูมิ” บงกชตวาดใส่ชายหนุ่มตรงหน้า
“นี่แม่คุณถ้าไม่ยอมคุยกันดีๆ ก็กลับไปเลย คุณไม่มีสิทธิ์มาขึ้นเสียงใส่คนในบ้านของผม” ชนะภาคใช้มือของเขาบีบลงบนต้นแขนเรียวเล็กของหญิงสาวแล้วดึงร่างบางนั้นให้ถอยห่างออกจากพี่ชายของตน
