บทที่ 10 ตอนที่ 9 คิดถึงฉันบ้างหรือเปล่า

ตอนที่ 9 คิดถึงฉันบ้างหรือเปล่า

คำว่าไปหาของชายวัยกลางคนมันรวมความรู้สึกหลาย ๆ อย่างเข้าด้วยกัน ทั้งดีใจทั้งสับสนจนแทบจับต้นชนปลายไม่ถูก รู้แค่ว่าตอนนี้ต้องให้มิเกลมาอยู่ในความดูแลของเขาเท่านั้น

หลังจากนี้จะเป็นยังไง ระหว่างเราจะพัฒนาหรือแย่ลงก็ค่อยดูกันอีกที ยังมีเวลาตัดสินใจอีกเยอะ ไหนจะเวลาที่ตั้งครรภ์ ไหนจะอีกสามเดือนที่เธอต้องอยู่ดูแลลูก เขาคิดว่ามันมากพอแล้ว..

ร่างสูงเร่งรีบเดินออกจากห้องทำงาน แล้วก็ต้องหงุดหงิดเมื่อไอ้สองคนมายืนขวางทางทำเขารู้สึกหัวเสียอยู่ไม่น้อยกับการรายงานอะไรที่ไม่เป็นเวล่ำเวลาของพวกมัน

“วันนี้คุณมิเกลเธอไปตักบาตรคุยกับพระครับ”

“เธอไปปล่อยนกปล่อยปลา แล้วนกก็..ใส่แขนเธอครับ”

“เธอแวะเข้าร้านยาด้วยนะครับ”

“เออ! กูรู้แล้ว” เกมตอบกลับเสียงดัง ก่อนจะสั่งให้พวกมันไปหาจ้างแม่บ้าน พยาบาลพิเศษมาอยู่ประจำบ้านมิเกล เพราะหลังจากนี้เธอคงไม่ได้กลับบ้านบ่อย ๆ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็ให้พยาบาลหรือแม่บ้านรายงานมิเกล แทนการให้เธอกลับไปอยู่บ้าน

สองคนที่ได้ยิน ยืนค้างกลางอากาศด้วยที่ไม่คิดว่าคำร้องขอของคุณมิเกลจะเป็นความจริง แล้วก็ไม่คิดว่าสีหน้าเคร่งเครียดของนายจะเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มได้..

“ซื้อผลไม้ ของบำรุง ของใช้ไปบ้านมิเกลด้วย เตรียมเงินสดไว้ด้วยก็ดี”

“ครับ/ครับ” สองคนก้มศีรษะรับคำสั่งจากผู้เป็นนาย พากันมองตามหลังนายที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปเหมือนว่าลืมอายุ..

เกมที่เข้ามาอยู่ในรถหัวเราะและยิ้มออกมาเหมือนคนบ้า..สิ่งที่รอสิ่งที่คอยมันเป็นเหมือนที่คิดไว้ไม่มีผิด จนต้องรีบไปรับมิเกลกลับมาอยู่ด้วยกัน และการกลับมาครั้งนี้เธอไม่ได้เป็นแค่ผู้หญิงของเขาอีกแล้ว เพราะเธอจะขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ของลูก..เกม ซึ่งมันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องหิ้วเธอขึ้นชั้นบนไปนอนห้องเดิม ในเมื่อสถานะเปลี่ยนแล้ว มิเกลก็ควรเป็นผู้หญิงที่เขาพาเข้าบ้านได้สักที อีกอย่าง..เขาไม่จำเป็นจะต้องปกปิดใครว่าผู้หญิงคนนี้คือแม่ของลูก

จริงอยู่ที่เธอเรียนจบน้อย ทว่านิสัยใจคอ ความคิดการตัดสินใจ หน้าตา ผิวพรรณ เธอก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าคนอื่น และเขาก็ไม่ได้อายที่ได้เธอมาเป็นแม่ของลูก

ความดีอกดีใจทวีคูณยิ่งขึ้นเมื่อขับรถเข้ามาในซอยบ้านมิเกล จนเมื่อรถจอดดับเครื่องหน้าบ้าน แม่ของลูกก็เดินออกมาในชุดกระโปรงที่เขาชอบ ตลอดสัปดาห์ที่ไม่ได้เจอความคิดถึงถวิลหามันเพิ่มพูนขึ้นอย่างไม่รู้ตัว รู้อีกทีก็ตอนที่เขากอดมิเกลไว้แน่น แน่นจนเธอขยับใช้กำปั้นเล็กทุบอก

“เกลหายใจไม่ออก”

“เหรอ ๆ โทษที..” เกมที่ดีใจจนเนื้อเต้น สติสตังแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเอ่ยขอโทษแล้วดึงแม่ของลูกมากอดซ้ำ กดปลายจมูกลงที่ศีรษะเธอครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความดีใจ

“พ..พอแล้วค่ะ ~” มิเกลดันว่าที่คุณพ่อให้ขยับเว้นระยะห่าง จนคนถูกดันออกขมวดคิ้วไม่ชอบใจ พร้อมกับคำถาม

“ทำไม?” คำถามนี้ทำให้มิเกลชี้ไปทางประตูบ้าน..จึงได้เห็นว่าแม่ยืนดูอยู่

ร่างสูงจึงพนมมือไหว้ เดินไปโอบเอวแม่นีเข้าบ้านไปนั่งที่โซฟา ก่อนจะย่อตัวนั่งคุกเข่าบนพื้นแล้วกราบแนบตักท่าน..

“ผมขอโทษที่ล่วงเกินน้องนะครับ ตอนนี้น้องกำลังท้องผมอยากจะขอ..”

“ขอเกลไปอยู่ด้วยเหรอ” แม่พูดขึ้น จนแฟนหนุ่มลูกสาวที่หายหน้าหายตาไปพยักหน้า

“หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา หายไปไหนเหรอ แม่เห็นเกลนอนขลุกอยู่แต่ในห้องคนเดียว”

“ผมงานยุ่งครับ เกลก็..”

“งอนอีกใช่ไหม”

“เอ่อ..” อึกอักพูดไม่ออกเพราะไม่รู้ว่าที่เกลเงียบหายไปคืองอนหรือรู้สึกอะไร แต่ตัวเขานั้นไม่ได้มีความสุขเลย เหมือนใจมันไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ข่มตานอนก็นอนไม่หลับ ภาวนาให้ถึงวันนี้เร็ว ๆ พร้อมกับความคาดหวัง..จนสมดั่งใจหวัง

“แม่คะ ~” มิเกลพูดพลางรั้งพ่อของลูกขึ้นมานั่งข้างกัน กอดแขนแม่อ้อน ๆ ส่ายหน้าไปมาให้แม่ไม่ต้องคาดคั้นคุณเขา

“ก็ได้ แล้วนี่จะรับผิดชอบกันยังไง บ้านแม่ก็ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรหรอก ขอแค่เกมรักและเอ็นดูลูกสาวแม่แค่นี้ทุกคนในบ้านก็นอนตายตาหลับกันหมดแล้ว หายห่วงสักที” อย่างน้อยมิเกลก็ไม่ต้องโดดเดี่ยวเวลาที่ทุกคนต้องตายจาก เพราะยังมีลูกมีเกมที่คอยอยู่เคียงข้าง แม้ว่าวันนั้นเธอและทุกคนอาจจะไม่ได้อยู่ด้วยแล้วก็ตาม

“แม่คิดค่าน้ำนมเท่าไหร่ครับ ผมให้ได้เลย ขอเป็นเลขกลม ๆ นะครับ”

“แม่ไม่หวังหรอก แค่เกมรักน้องก็พอ..”

ประโยคนี้ทั้งเธอและเขาต่างก็ยิ้มเจื่อน เพราะต่างคนต่างรู้อยู่แก่ใจเพียงแค่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยบอกให้ผู้ใหญ่ได้รับรู้

“ครับแม่ เดี๋ยวผมให้ลูกน้องจัดการให้แทนนะครับ”

“เอาที่เกมสะดวกเถอะ ยังไงแม่ก็ฝากน้องด้วยนะ อาจจะดื้อไปบ้างแต่ลูกแม่เก่งนะ แค่เกมบอกเกมสอนแม่เชื่อว่าน้องทำได้ทุกอย่าง แล้วแม่ก็เชื่อว่า..เกมกับเกลจะเป็นพ่อแม่ที่ดีของลูกได้”

“ขอบคุณครับแม่” ชายวัยกลางคนพนมมือไหว้ขอบคุณแม่ของคนข้างกายอีกครั้ง หลังจากนี้มีพูดคุยกันบ้างประปราย แต่ที่แปลกคือเขาไม่เคยเห็นพ่อหรือตาของเกลเลย ถามไอ้แม็กมันก็บอกว่าเคยรับส่งแค่ครั้งนั้นครั้งเดียว หลังจากนั้นก็แทบไม่เห็น จนเขา..

“สวัสดีครับ” ชายชุดดำสองคนเดินยิ้มแย้มเข้ามาในตัวบ้าน ก่อนจะหอบของพะรุงพะรังที่ถือมาไปวางบนโต๊ะ จนต้องวางทับกัน บางส่วนก็วางลงบนพื้น สุดท้ายเป็นทองคำแท่งและเงินสดจำนวนห้าแสนบาท..

“ค่าน้ำนมครับ” เกมพูดแล้วยื่นให้แม่มิเกล แม้ท่านจะดันกลับอยู่เรื่อยเขาก็ยืนกรานว่าจะให้ จนท่านยอมรับไป..

“ขอบคุณอีกครั้งนะครับ” เกมพนมมือไหว้แม่แล้วโอบเอวมิเกลที่ยืนน้ำตาคลอมองแม่ ออกจากบ้าน..

บนรถ..

“รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่?” ร่างสูงวางมือบนหน้าขาเรียวแล้วเคลื่อนไปลูบท้องแบนราบถามไถ่มิเกลที่กำลังล้วงหาของบางอย่างในกระเป๋า มิเกลเงยหน้ายิ้มหวานยื่นที่ตรวจครรภ์สองอันที่ตรวจไปเมื่อเช้าให้พ่อของลูกได้เห็นเต็มตา

“เมื่อเช้าค่ะ”

“ตอนรู้ตกใจไหม”

“ตกใจค่ะ แต่ไม่กล้ากรี๊ด กลัวทุกคนหัวใจวาย”

“งั้นเหรอ..” ขมวดคิ้วถามเธอเสียงแผ่วลง มิเกลจึงขยับนั่งตะแคงข้างเอื้อมมือไปลูบใบหน้าหล่อเหลาที่รู้สึกคิดถึงมาตลอดทั้งสัปดาห์

“^^” รอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าตอนนี้อธิบายไม่ได้เลยว่ากำลังรู้สึกอย่างไร ใจหนึ่งก็ดีใจที่ได้กลับมาอยู่ด้วยกันต่อในระยะเวลาที่มันยาวนานนับปี อีกใจก็รู้สึกเจ็บแปลบที่รู้ว่าสุดท้ายแล้วเขาต้องการแค่ลูก

..แค่ลูกที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเท่านั้น คนเป็นแม่อย่างเธอไม่เกี่ยว เผลอ ๆ อาจจะไม่มีสิทธิ์ในการเรียกร้องอะไรเกี่ยวกับลูกเลยก็เป็นได้ และถ้าคุณเขาเป็นแค่คนธรรมดาเธอก็คงไม่รู้สึกกลัวมากขนาดนี้ บังเอิญว่าไม่ใช่น่ะสิ คุณเกมมีเส้นสายมีอะไรหลายอย่างไม่ว่าจะชื่อเสียงเงินทอง แค่เงิน..ก็เสกทุกอย่างได้ดั่งใจหวังแล้ว ตัวเธอก็แค่..ผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่มีดีอะไร แต่ดันฟลุคถูกเขาเลือกให้เป็นแม่ของลูก

เมื่อคิดได้ดังนี้ใจก็ทวีคูณความเจ็บ ทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตทำเธอจุกในอกจนแทบหายใจไม่ออก

“ไปฝากท้องกันไหม” เกมถามขณะที่วางมือบนหลังมือมิเกลที่ลูบแก้มเขาอยู่ยิ้ม ๆ ต่างจากมิเกลที่คิดเพ้อฝันไปไกล นึกถึงวันที่ลูกเรียกเราว่าพ่อ..แม่

“เกล เหม่อเหรอ มิเกล” เขาถาม ผละมือที่จับมือมิเกลออกไปแนบแก้มของเธอ หญิงสาวที่เพิ่งได้สติ หลับตาลงสะบัดความคิดปลอม ๆ เหล่านั้นออกไป ก่อนจะได้เห็นว่าคุณเขากำลังมองการกระทำของเธออยู่

“ขอโทษทีค่ะ คิดอะไรเพลินไปหน่อย..”

“เป็นอะไร” ถามแล้วลูบศีรษะมิเกลอย่างเอ็นดู

“ฮึ” ร่างเล็กส่ายหน้าไปมาปฏิเสธในลำคอ ทว่าอีกคนก็ยังคงรู้สึกห่วงอยู่เลยคว้ามือเรียวเล็กมาจับ ๆ คลาย ๆ ไม่ยอมปล่อย

โรงพยาบาล..

มิเกลสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดนับครั้งไม่ถ้วนเพื่อทำใจเจาะเลือด จนคุณเขามาชวนคุยคล้ายทะเลาะเธอก็หันไปมองเขาแล้วเถียงกลับไปหลายคำ รู้อีกทีคุณพยาบาลก็ได้ตัวอย่างเลือดของเธอไปแล้ว

“ไม่เจ็บหรอก พยาบาลที่นี่มือเบา” เกมพูดโดยดันศีรษะแม่ของลูกมาซบหน้าท้อง ก่อนจะยื่นมือไปรับที่เก็บฉี่มายื่นให้มิเกล

“เหลือเก็บฉี่ของเธอ อีกเดี๋ยวจะได้ไปฟังผลกัน”

มิเกลพยักหน้าหงึกหงักไม่พูดจาแต่ก็ยอมทำแต่โดยดี จนเมื่อจัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อย คุณเขาก็เดินมาหาโอบเอวเธอไปนั่งที่ว่างด้านข้างกัน เขาทั้งกอดทั้งรัดจนสองเราแทบจะสิงกัน เธอเลยขมวดคิ้วถาม

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”

“ไม่นะ ก็แค่คิดถึง”

“…” คำว่าคิดถึงเขาพูดเหมือนมันเป็นเรื่องปกติ เลยเป็นเธอที่ประหม่าไปเสียเองกับคำว่าคิดถึงจากปากพ่อของลูก แล้วก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อเขาถามกลับ..

“คิดถึงฉันบ้างหรือเปล่า”

“ฮึ” มิเกลรีบส่ายหน้าปฏิเสธ ปากไม่ตรงกับใจ

“จะมีสักครั้งไหม ที่เธอบอกคิดถึงกัน”

“เกลพูดคำพวกนั้นได้ไม่เต็มปากหรอกค่ะ เกลรู้ดีว่าเรากลับมาเจอกันครั้งนี้เพราะอะไร” สาเหตุที่เธอเลือกพูดออกไปก็เพราะไม่อยากให้เขามาคอยให้ความหวัง หรือพูดจาหว่านล้อมจนต้องเผลอเคลิ้มตามอีก เพราะวันที่เขาเฉยชาใส่กันเธอยังจำได้ดี คงจะจำขึ้นใจไปอีกนาน

และเมื่อไหร่ที่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะหลง เธอก็จะพยายามดึงตัวเองออกมาให้ได้ จะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเจ็บปวด แม้ลึก ๆ จะรู้ว่าต้องเจ็บมากก็ตาม

“ฉันไม่เคยห้ามเธอนะ”

“แต่มันก็ไม่ควรพูด ถ้าไม่ได้รู้สึกแบบนั้น..จริง ๆ”

“เกล เธอคิดมากอีกแล้วนะ ฉันบอกแล้วไง..อยู่ด้วยกันอยู่ด้วยความรู้สึกดี ๆ ลูกจะได้ไม่รู้สึกขาดหาย จะได้ไม่ต้องรับอารมณ์ลบแบบนั้นมา”

“ถ้าแบบนั้นเกลคงต้องขอโทษคุณด้วยนะคะ ที่ไม่สามารถพูดคำว่าคิดถึงกับคุณได้” เขาพูดได้เพราะไม่ได้คิดอะไร แล้วคนฟังล่ะ คนได้ยินล่ะ ต้องรู้สึกยังไง แล้วที่เขาบอกว่าลูกจะได้ไม่รู้สึกขาดหาย..แม่ล่ะ? แม่ไม่ต้องรู้สึกดีไม่ต้องถนอมน้ำใจแม่เลยใช่ไหม

ก็รู้แหละว่าไม่รัก..แต่ไม่ต้องย้ำซ้ำ ๆ ได้ไหมมันเจ็บ!

“งอแง” เกมพูดแล้วดันศีรษะแม่ของลูกมาอิงซบไหล่ กดปลายจมูกหอมศีรษะเธอซ้ำ ๆ ระหว่างที่รอผลตรวจ

จนกระทั่ง..

“สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่ หมอขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ”

“ขอบคุณครับ”

“จากที่หมอตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะ คุณแม่มีฮอร์โมนตั้งครรภ์นะคะ แต่ตอนนี้หมอคาดว่าอายุครรภ์น่าจะยังไม่เหมาะสมสำหรับการซาวด์ หากอัลตราซาวด์ตอนนี้ก็อาจจะเจอแค่ถุงตั้งครรภ์ยังไม่เจอหัวใจหรือเด็กทารก หมอขอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่กลับมาโรงพยาบาลใหม่อีกครั้งในอีกสี่สัปดาห์นะคะ สะดวกไหม..”

“แบบนี้ผมจะรู้ได้ยังไงว่าท้องกี่สัปดาห์แล้ว?”

“จะเป็นการคาดเดาจากวันที่ประจำเดือนคลาดเคลื่อนค่ะ”

“ตั้งแต่เมื่อไหร่ เกล..”

“ประจำเดือนเกลขาดไปเก้าวันค่ะ จากที่ดูปฏิทินและรอบเดือนที่บันทึกไว้นะคะ”

“ก็แสดงว่าตอนนี้ทารกอาจจะยังเป็นก้อนเลือดอยู่ คุณพ่อไม่ต้องห่วงนะคะ ร่างกายคุณแม่แข็งแรงเหมาะสำหรับตั้งครรภ์ ยังไงแล้ว..ก็ต้องแข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูกค่ะ” แพทย์หญิงพูดพลางส่งยิ้มให้ว่าที่คุณพ่อเชื่อมั่นในตัวหมอและคุณแม่

“อีกสี่สัปดาห์ผมจะกลับมาใหม่ แล้ววันนี้จะมียาอะไรให้เธอหรือเปล่า”

“มีค่ะ คุณแม่ไม่แพ้ยานะคะ”

“ไม่แพ้ค่ะ” มิเกลตอบเสียงเบา หมอเลยระบายยิ้มพยักหน้า

หนึ่งชั่วโมงต่อมา..

ร้านอาหาร

“ตอนนี้ซาวด์ดูไม่ได้เลยเหรอ”

“คงยังค่ะ”

“ทำไม?”

“อาจจะยังไม่เห็นตัวเด็กมั้งคะ แต่อีกสักสี่สัปดาห์คงจะเริ่มเห็นเป็นตัวบ้าง”

“หลอกหรือเปล่า?” ไม่ใช่เธอกลับมาหลอกให้เขาดีใจเก้อนะ

“หมอคงไม่หลอกคุณอีกคนมั้งคะ” มิเกลพูดแล้วหยิบใบรับรองแพทย์ สมุดฝากครรภ์ออกมากางบนโต๊ะอาหารให้พ่อของลูกดู เขามีมาชะเง้อมองเล็กน้อยแล้วก็เบือนหน้าไปทางอื่น มันก็แน่อยู่แล้วล่ะ เขาเป็นคนรับสมุดฝากครรภ์กับใบรับรองแพทย์และยามาเองนี่ ยังมีหน้ามาถามว่าหลอกหรือเปล่า.. ‘คิดได้ยังไง’

มื้ออาหารจบลง..ตามด้วยยาบำรุงที่คุณเขาแทบจะประเคนใส่พานให้เธอ สาเหตุที่พูดแบบนี้ก็เพราะเขายื่นมาซ้ำ ๆ ทั้งที่บอกว่าเพิ่งกินข้าวอิ่ม ยังอิ่มอยู่ก็ไม่วายยื่นมาซ้ำจนต้องจำใจกินซะให้จบเรื่อง เราจะได้ไม่ต้องเถียงกันเรื่องนี้อีก..

“ไปไหนคะ กลับคลับเลยเหรอ”

“ไม่ ฉันจะพาเธอเข้าบ้าน”

“บ้าน?”

“อืม บ้าน แต่ฉันไม่มีพ่อแม่หรอกนะ”

“เสียใจด้วยนะคะ”

“ไม่ต้องอะ ไม่ได้รู้สึกอะไร ปกติก็ไม่ได้กลับอยู่แล้ว แต่หลังจากนี้คงจะกลับบ่อย ๆ เพราะจะให้เธออยู่บ้าน”

“ไม่ได้อยู่บ้าน แต่จะให้เกลไปอยู่..เหรอคะ”

“อืม”

“มีผีไหม..” ถามตาปริบ ๆ ให้อยู่คนเดียวกลัวนะ ใครจะไม่กลัวบ้าง

“ฉันไม่อยู่บ้านก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคนอื่นอยู่ในบ้านนะมิเกล บ้านฉันมีแม่บ้าน มีคนสวน”

“ค่อยหายใจออกหน่อยค่ะ”

“ไม่ใช่บ้านร้างแบบที่เธอคิดแน่นอน”

“ค่ะ ^^” พยักหน้ายิ้ม อย่างน้อยก็มีเพื่อนให้คุยอยู่บ้าง คงไม่เหงาเท่าไหร่มั้ง

“เวลาที่ฉันมาทำงานเธออยากจะมาด้วยไหม?”

“ถ้าแม่บ้านคุยสนุกก็ไม่อยากมาค่ะ”

“งั้นก็ไปด้วยกัน ฉันจะพาเธอไปทำงานด้วยทุกวัน”

“ถามเองตอบเอง คุณจะถามทำไม”

“ถามพอเป็นพิธี” พูดแล้วยักยิ้มมุมปากมองหน้าบึ้งของมิเกล แต่มันก็บึ้งแค่ครู่เดียวเท่านั้น ทันทีที่เขายื่นมือไปจับแก้มเธอ เธอก็ไล่จุ๊บไล่งับมือจนหลบแทบไม่ทัน

จนกระทั่งมาถึงบ้าน..

บ้านที่ไม่ใช่บ้านธรรมดาเพราะเป็นบ้านนนนนน! มันหลังใหญ่มาก ใหญ่เหมือนคฤหาสน์เลยด้วยซ้ำ ทันทีที่รถจอดดับเครื่องสนิท ทุกคนในบ้านก็ออกมายืนเรียงรายต้อนรับที่หน้าประตูทางเข้าบ้าน ทำคนธรรมดาอย่างเธอเกร็งตัวแข็ง..

“สวัสดีครับ ผมฝากทุกคนช่วยดูแลมิเกลด้วยนะ เธอท้องอยู่”

“ด้วยความยินดีค่ะ ยินดีต้อนรับคุณผู้ชายกลับบ้านนะคะ” ประโยคหลังนี้แม่บ้านสูงวัยพูดขึ้น ทำเจ้าของบ้านแค่นหัวเราะพยักหน้าเอ่ย

“ต่อไปก็เตรียมเปิดประตูดึกดื่นได้เลยครับ ผมจะกลับมานอนที่บ้านทุกวันพร้อมมิเกล”

“ฉันยินดีมากเลยค่ะ อยากทานอะไรไหมคะ ฉันจะได้ให้คนขับรถออกไปซื้อของมาเตรียมไว้ให้เลย” แม่บ้านสูงวัยถามคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงของบ้านด้วยรอยยิ้มกว้าง เกมจึงได้สะกิดถามมิเกลว่ามีอะไรที่เธออยากกินบ้างหรือเปล่า จะได้ซื้อติดบ้านไว้

“ขอเป็นผลไม้เปรี้ยว ๆ แล้วกันค่ะ ถ้าได้ของเปรี้ยว ๆ อาการเวียนหัวคงจะหายไป ^^”

“ได้ค่ะคุณผู้หญิง เดี๋ยวถ้าผลไม้มาฉันจะรีบให้เด็กขึ้นไปตามนะคะ”

“ขอบคุณค่ะ” มิเกลพนมมือไหว้ขอบคุณเสียงหวาน

“ผมอยากกินทุเรียน ขอเนื้อไก่ฉีกแบบฉีกแล้วไม่ติดมือนะครับ เอาหลาย ๆ กิโล ที่สำคัญต้องหมอนทองเท่านั้น”

“ได้ค่ะคุณผู้ชาย แต่เอ..สาเหตุที่อยากกินทุเรียนเป็นเพราะเลิกดื่มเหล้าแล้วหรือเปล่าคะ”

“ครับ มีส่วน ทุเรียนกับแอลกอฮอล์มันของแสลง กินผสมกันไปมากลัวตายเหมือนกัน”

“ฮ่า ๆ ได้เลยค่ะ ฉันจะจัดมาให้พูโต ๆ เลย”

“ฝากด้วยนะครับ” เกมพยักหน้าให้แม่บ้านสูงวัยและคนอื่น โดยกระชับแขนที่โอบเอวมิเกลแน่นพร้อมกับดันให้เธอเดินขึ้นบันไดบ้านไปพร้อมกัน..

แวบแรกที่เข้ามาในห้องมันเย็นสบายทั้งที่ไม่ได้เปิดเครื่องทำอุณหภูมิ และทุกอย่างในห้องก็ดูเรียบหรูดูแพงสมฐานะคุณเขามาก..ไม่แปลกใจเลยที่เขากล้าใช้เงินจำนวนนั้นมาจ้างเธอ

“บ้านคุณสวยมาก ~” พูดเสียงเว่อร์วังจนคุณเขาหันมามองแล้วเอ่ย

“เหรอ..อยากได้ไหม”

“ไม่น่าจะมีปัญญาค่ะ แค่ได้มาอยู่อาศัยก็บุญหัวมากแล้ว ^^”

“ก็ทำตัวดี ๆ อนาคตมันอาจจะเป็นของเธอ”

“…”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป