บทที่ 7 ตอนที่ 5 : เชลยบาป (18+)
ตอนที่ 5 : เชลยบาป (18+)
⚠️ Trigger Warnings
Non-Consensual Sexual Content: มีฉากร่วมรักที่เป็นการบังคับฝืนใจ
Profanity: มีการใช้คำหยาบคายและถ้อยคำรุนแรง
Fiction Notice: เนื้อหา ตัวละคร สถานที่ และอาชีพในนิยายเรื่องนี้ ถูกสร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครอาจไม่มีความเหมาะสมอย่างยิ่ง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและแยกแยะระหว่างเรื่องแต่งกับชีวิตจริง ห้ามลอกเลียนแบบโดยเด็ดขาด
"ในที่สุดฉันก็ได้เจอแกสักทีนะ"
น้ำเสียงเย็นยะเยือกราวกับยมทูตปลุกหญิงสาวที่กำลังนั่งกอดเข่าคู้ตัวอยู่ในความมืดให้สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความผวา แสงสว่างเพียงน้อยนิดที่ลอดผ่านบานประตูเหล็กเข้ามา กลับทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าความหวั่นวิตกระคนตื่นกลัวที่ถาโถมเข้าใส่เธอตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าเรือนจำ ยัังเทียบไม่ได้เลยกับสายตาของชายคนนี้ที่กำลังจ้องมองมา นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นราวกับจะฟาดฟันร่างของเธอให้ขาดสะบั้นลงเป็นสองท่อน
"คลานมานี่"
ไอรังสีแห่งความโกรธแค้นและชิงชังแผ่ซ่านมาจากผู้ที่เอ่ยคำสั่ง ทำเอาขนอ่อนลุกเกรียวไปทั้งร่างจนไม่กล้าขยับเขยื้อนตามบัญชา
"ก็บอกว่าให้แกคลานมานี่ไง!"
เขาตะคอกเสียงกร้าวอีกครั้งด้วยน้ำหนักที่ดังลั่นกว่าเก่า จนเจนิสสะดุ้งโหยงแล้วลนลานรีบคลานมาหยุดลงตรงหน้าเขา แสงสว่างอันริบหรี่จากช่องลูกกรงเหล็กของประตูที่ปิดสนิท ลอดเข้ามาพอให้เห็นสภาพของสตรีที่เพิ่งเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อมาเป็นนักโทษหญิงได้อย่างชัดเจน
หญิงสาวผู้เคยเป็นดาวเด่นไม่ว่าจะในสมัยเรียนหรือตอนทำงาน เส้นผมยาวสลวยหยักศกสีดำขลับบัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นแห้งหยาบกร้าน ไร้ซึ่งยางมัดผมเพื่อรวบเก็บให้เป็นระเบียบ ผมเผ้าที่เคยสวยสยายกระเซอะกระเซิงไม่ต่างจากเนื้อตัวและใบหน้าที่ตอนนี้แทบไม่เหลือเค้าความงดงามในอดีต แต่จะว่าไร้ความงามเลยก็คงไม่ใช่ เพราะด้วยเรือนร่างที่อวบอัดและเครื่องหน้าอันโฉบเฉี่ยวราวกับนางพญาของเธอก็ยังคงชวนมอง แม้ในยามนี้เครื่องนุ่งห่มจะเป็นเพียงชุดนักโทษสีแดงฉานที่กระดุมบนปิดรัดทรวงอกตึงแน่นเอาไว้ไม่มิดก็ตาม
"หน้าตาใช้ได้นี่ ก็ไม่น่าจะไร้ปัญญาถึงขนาดอยากแย่งผัวคนอื่นนะ"
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากหนาเป็นเชิงค่อนขอดประชดประชันมากกว่าจะเป็นคำชื่นชม มือแกร่งยื่นปลายนิ้วไปเชยคางเรียวราวกับรูปสลักชั้นดีขึ้นมาพิศมอง ก่อนจะสะบัดทิ้งอย่างแรงราวกับเธอเป็นสิ่งมีพิษร้ายแรงที่น่ารังเกียจ
แววตาของหญิงสาวในยามนี้ยังคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อสัมผัสจากเขา ร่างบางเริ่มสั่นเทิ้มเพราะไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของอีกฝ่าย ในใจคิดเพียงแค่ว่าเขาคงมาตรวจตราความเป็นอยู่ของเธอตามหน้าที่ผู้ควบคุม แม้จะมีความสงสัยรุมเร้าอยู่หลายเรื่องแต่จิตใต้สำนึกสั่งไม่ให้เธอถามหรือแม้แต่อ้าปากพูดกับผู้ชายคนนี้
"อย่ามามองหน้าฉัน ยัยแพศยา!"
น้ำเสียงเข้มตวาดลั่นเมื่อหญิงสาวพยายามเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่ดูจะไม่พอใจเธออย่างถึงที่สุด แม้จะเพียงเสี้ยวนาทีแต่เจนิสก็รับรู้ได้ว่าภายใต้ความบึ้งตึงดุดันนั้น ใบหน้าของเขาจัดได้ว่าหล่อเหลาเหนือคมคาย และเป็นผู้ชายที่มีเครื่องหน้าไร้ที่ติคนหนึ่ง
"ขะ คุณไม่มีสิทธิ์มาเรียกฉันแบบนั้นนะคะ"
"ทำไมจะไม่ได้! จริงๆ ผู้หญิงอย่างเธอแค่คำว่าแพศยามันยังน้อยไปด้วยซ้ำ"
ไอสังหารอันเข้มข้นที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม บีบบังคับให้หญิงสาวจำต้องปิดปากลงแม้ในใจจะเริ่มประท้วงด้วยความไม่พอใจก็ตาม
"แกฆ่าคนตายทำไม! ฆ่าเธอทำไม!"
"ชะ ฉันไม่ได้ทำ...ไม่ได้ทำจริงๆ"
คนที่เพิ่งตกอยู่ในสถานะนักโทษหญิงละล่ำละลักปฏิเสธออกไป พร้อมกับหยาดน้ำตาแห่งความกลัวและวิตกกังวลที่เริ่มเอ่อคลอเบ้า แต่นั่นกลับยิ่งจุดชนวนให้ศิลาเดือดดาลยิ่งกว่าเก่า
"อย่ามาบีบน้ำตาตีหน้าซื่อกับฉัน ถ้าแกไม่ทำจะบอกว่าผู้หญิงคนนั้นบังคับให้แกยิงหรือไง!"
"ฉันไม่รู้ ฉัน... โอ๊ย!"
สาวน้อยร้องลั่นออกมาด้วยความเจ็บปวด เมื่อชายหนุ่มที่ถูกเพลิงแค้นครอบงำจนคล้ายคุมสติไม่อยู่ ใช้อุ้งมือแข็งแกร่งของตนบีบกำเข้าที่ต้นแขนเล็กของเธออย่างแรง ราวกับเรือนร่างนี้ไร้ซึ่งความรู้สึก
"อย่ามาทำเป็นสำออย! มารยาของมันใช้ไม่ได้กับฉัน"
ศิลาตะคอกใส่หน้าพลางผลักไสเรือนร่างบางออกอย่างนึกรังเกียจ โดยไม่สนใจสักนิดว่าเธอจะเสียหลักกระแทกเข้ากับพื้นปูนอย่างรุนแรงเพียงใด
"วันนี้ฉันควรจะทำยังไงกับแกก่อนดีนะ...หืม ให้ตายสิ! ฉันคิดวิธีจัดการกับแกดีๆ ไม่ออกเลย จะปล่อยให้ตายในนี้มันก็ง่ายเกินไป เพราะงั้นเอาวิธีที่เธอชอบเป็นไง หุ่นแบบนี้...คงคืนความสุขให้พวกนักโทษได้ดีเลย"
น้ำเสียงที่แปรเปลี่ยนเป็นแหบพร่าราวกับคนหื่นกระหาย ประกอบกับแววตากักขฬะที่จ้องมองมาทำเอาเจนิสหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ ทว่าความรู้สึกถึงความอยุติธรรมในสิ่งที่ตนไม่สมควรได้รับ ขับเคลื่อนให้เธอเค้นเสียงประท้วงออกไปด้วยความไม่พอใจ
"คิด คิดจะทำอะไร!"
"ก็ทำแบบที่แกชอบไง ชอบเอ็นนักไม่ใช่เหรอ! อยากได้จนต้องฆ่าคนคนหนึ่งเพื่อแย่งเอา! ฉันจะสนองให้ก่อนจะตายในอีกไม่กี่เดือนนี่ไง พวกนักโทษชาย เอาสัก...วันละสิบคนดีมั้ย หรือว่ามันน้อยไป"
