บทที่ 3 แค่ความรัก อาจไม่พอ
ตอนที่ 3 แค่ความรัก อาจไม่พอ
กว่าทุกคนจะช่วยกันฉุดเจ้าบ่าวให้ลุกขึ้นแล้วพาตัวกลับไปให้ทันฤกษ์ยามส่งตัวเข้าหอได้ก็กินเวลานานเกือบสามสิบนาที ธันวายังคงไม่อาจขยับแขนขยับขา เดินออกจากจุดที่ยืนได้ กระทั่งน้องชายคนรักเก่าเข้ามาสะกิดบอก
“พี่ธัน กลับบ้านเถอะนะครับ” น้ำเสียงแห่งความสำนึกผิดเอ่ยออกมาด้วยความละอาย หลายปีที่ผ่านมาเปรมรับรู้ว่าพี่ชายของตนและธันวานั้นรักกันมากแค่ไหน ยิ่งมาเห็นกับตาอย่างนี้ ตนเองยิ่งรู้สึกผิดต่อคนทั้งสอง ที่มีส่วนในการบีบบังคับ กดดันให้พี่ชายยอมตกลงแต่งงานกับนที
ภายในห้องหออันถูกตกแต่งประดับประดาไว้อย่างหรูหราโรแมนติก กลีบดอกกุหลาบสีแดงกำมะหยี่มิใช่เพียงโปรยปรายโรยไว้รอต้อนรับคู่บ่าวสาวบนเตียงนอน หากแต่มันปูล้นจนราวกับเป็นพรมปูพื้น กลิ่นหอมฟุ้งลอยเต็มไปทั้งห้อง เทียนหอม จุดประดับเอาไว้หลายสิบดวง
หากแต่ฝ่าเท้าที่ก้าวเหยียบลงไปบนกลีบดอกไม้บอบบาง กลับไม่รู้สึกนุ่มตามผิวสัมผัส ปราณกลับรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนลวดหนามอันแหลมคม แขนขาหนักจนแทบไม่อาจขยับไปเบื้องหน้า
“ทรมานนักหรือไง ทำหน้าเหมือนคนกำลังจะขาดใจตาย ตั้งแต่ในงานแล้ว” เจ้าของเรียวขาขาวในชุดคลุมอาบน้ำตวัดมันมาไขว้กัน สายตาเยาะคล้ายต้องการหยันอย่างผู้ได้รับชัยชนะในศึกนี้เหยียดออกมาอย่างน่ารังเกียจ
“ไม่ใช่แค่ทรมาน แต่มันขยะแขยง”
“ขยะแขยงอย่างนั้นเหรอ น่าแปลกนะคุณขยะแขยงผม แต่กลับไม่ขยะแขยงเงินของผม”
“ผมไม่เคยต้องการเงินของคุณ เอามันคืนไปสิ...แล้วคืนอิสรภาพให้ผม เซ็นใบหย่ามา” ดวงตากร้าวสะบัดมองไปทางเจ้าสาวป้ายแดง
“อย่าฝันหวานไปหน่อยเลย ผมไม่มีทางปล่อยให้คุณสองคนมีความสุข อยู่บนความทุกข์ของผมหรอก”
“ต่อให้คุณพยายามแค่ไหน คุณก็ไม่มีวันได้ในสิ่งที่คุณต้องการ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ปราณ คุณมองไปรอบ ๆ สิผมได้ตัวคุณมาแล้ว ตอนนี้คุณคือสามีของผม ส่วนธันวาน่ะ ตอนนี้เขาเป็นแค่แฟนเก่าที่ถูกคุณทิ้ง แล้วมาเลือกแต่งงานกับผมเพราะเงิน....” มุมปากจุดประกายยิ้มของคนที่ได้รับชัยชนะ
นานหลายปีมาแล้วที่คนทั้งสองรู้จักกันผ่านการทำธุรกิจ นทีตกหลุมรักความหล่อสุขุมดูมีเสน่ห์ของปราณชนิดที่เคยออกปากสารภาพรัก หากแต่ถูกอีกคนปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เนื่องเพราะหัวใจดวงนี้เขามีเพียงธันวาคนเดียวเป็นเจ้าของ
หากแต่คนอย่างนที ไม่เคยรู้จักกับคำว่าไม่ได้ เมื่อรู้ว่าเวลานี้ครอบครัวปราณมีปัญหาจึงเสนอตัวเข้ามาฉุดให้พ้นวิกฤต แล้วอำนาจของเงินก็ชนะทุกสิ่ง แม้กระทั่งความรัก...
“ธันไม่ใช่แฟนเก่า และผมไม่เคยคิดรับใครเข้ามาเป็นแฟนใหม่ นทีคุณอาจได้ตัวผมมายืนอยู่ตรงหน้า แต่ขอให้รู้ไว้ว่า หัวใจของผมยังคงรักและซื่อสัตย์ต่อธันวาเพียงคนเดียว”
“หัวใจของคุณ มันยังอยู่ดีเหรอครับ ผมคิดว่ามันแตกสลายไปแล้ว...ซะอีก”
เจ้าสาวขยับลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ จากนั้นค่อย ๆ ปลดเปลื้องเชือกผูกเอวชุดคลุมอาบน้ำแล้วสลัดผ้าที่มีเพียงชิ้นเดียวลงไปกองบนกลีบกุหลาบหนา ปลายเท้าขยับก้าวล้ำมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเจ้าบ่าวที่เอาแต่ยืนเหมือนเสาหินไร้ความรู้สึก
“ผมต้องการแค่ตัวคุณ ส่วนหัวใจ...มันไม่จำเป็นสำหรับผมมานานแล้ว ถ้ามันเป็นสิ่งที่ผมต้องการ ผมคงไม่ทำลาย บดขยี้มันให้แตกสลายอย่างนี้หรอก” มือนุ่มลูบไปบนแผงอกซ้าย
“ไอ้สัตว์!” มือกำหมัดแข็งยกค้างเอาไว้กลางอากาศ
“เอาสิปราณ ถ้าผมเจ็บ...แม้แต่ปลายเล็บ คุณนึกภาพออกมั้ยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวคุณ กับ...ธันวา”
“ไอ้เหี้ย!”
“เจ็บใช่มั้ย นี่แค่เริ่มต้นเองนะปราณ เมื่อก่อนผมเจ็บยิ่งกว่านี้ เอาล่ะเรามาทำให้ การแต่งงานของเราสมบูรณ์ดีกว่า” มือนุ่มเลื่อนลงมาขยุ้มเป้ากางเกงสีขาวครีม
“อย่ามาแตะต้องกู!” มือสะบัดปัดทิ้งก่อนจะเดินถอยหลังห่างออกไปหลายก้าว
“คุณเป็นสามีผมนะ มาสิ...มาทำหน้าที่ของคุณ”
“อย่าคิดว่าแค่คุณมายืนแก้ผ้าอยู่ต่อหน้า แล้วจะทำให้ผมมีอารมณ์ได้ คนทุเรศอย่างคุณ ถ้าไม่มีเงินซะอย่าง สภาพตอนนี้ก็เหมือนกะหรี่ยืนเร่ขายตัวให้ผู้ชายเอาไปสนองความใคร่เท่านั้น อุบาทว์” ปากหยักยิ้มหยันพร้อมลมหายใจพ่นออกมาทางปลายจมูก สายตาเดียดฉันท์เปิดเผยยิ่งทำให้คนที่คิดว่าตัวเองคือผู้คุมเกมโกรธแค้น เมื่อเจ้าบ่าวสะบัดหันเดินหนีออกไปทางระเบียงห้องนอน
“กลับมาหาผมเดี๋ยวนี้นะ!”
“คัน ขนาดนั้นเลยเหรอ ขวดไวน์นั่นไง แหย่รูช่วยตัวเองไปก่อนแล้วกัน” มือดึงกระจกบานเลื่อนปิดลงแล้วลากเอาชุดโต๊ะ โซฟา ทุกอย่างที่ตั้งอยู่ด้านนอกมาขวางกั้นดันประตูเอาไว้ สายตาเหม่อมองไกลขึ้นไปบนท้องฟ้าขมุกขมัวไม่ต่างจากชีวิตตน พลันตรึกระลึกนึกถึงคนรัก หากเป็นทุกวัน เวลานี้เขาคงนอนอยู่บนเตียง ในบ้านสวนหลังเล็ก ๆ แต่อบอวลไปด้วยความสุข
“ธัน....”
“ขอบใจนะเปรม ที่มาส่งพี่”
“พี่ธันครับ ผมขอโทษ ผมเสียใจจริงๆ ที่ทำให้พี่สองคนต้องลงเอยแบบนี้” เด็กหนุ่มยืนตัวสั่นก้มหน้ามองพื้นพร้อมสะอื้นร้องไห้ด้วยความเสียใจ
“ไม่เป็นไร พี่เข้าใจ...พี่เข้าใจคุณแม่ เข้าใจเปรม....เข้าใจพี่ปราณ พี่.....เข้าใจว่าบางครั้งแค่คำว่ารักมันอาจไม่เพียงพอ”
