บทที่ 7 อาหารมื้อสำคัญ
ตอนที่ 7 อาหารมื้อสำคัญ
น้ำตาของคนรัก กัดหัวใจแข็งของธันวาจนกร่อน สุดท้ายจำต้องยอมให้ปราณพาเข้ามาหาหมอ คำยืนยันหนักแน่นจากแพทย์เฉพาะทางรับรองการตั้งครรภ์ของธันวา เหมือนสายฝนตกลงมาท่ามกลางทะเลทรายชีวิตอันแห้งแล้งของคนทั้งคู่
“เจ้าตัวเล็กของพ่อ พ่อดีใจที่สุดเลยลูก” รอยยิ้มนี้ธันวาไม่ได้เห็นมาพักใหญ่ น้ำเสียงสดใสกับดวงตาเป็นประกายฉายแววแห่งความสุขเต็มที่ของปราณ คือความสุขของเขาเช่นเดียวกัน ตั้งแต่ทั้งคู่วางแผนจะแต่งงานกันจริงจัง เกิดเป็นความตั้งใจว่าทั้งสองคนพร้อมแล้วที่จะสร้างครอบครัว ธันวาจึงไม่ได้เข้มงวดเรื่องการคุมกำเนิด แต่ไม่คิดว่าลูกจะมาเกิดเร็วขนาดนี้
“ปราณ” มือลูบลงไปบนเรือนผมหนาดกดำ ที่โน้มลงมาต่ำแนบแก้มติดไว้ตรงพุงแบน
“หือ”
“กลับไปทำงานได้แล้ว”
“ปราณจะไปส่งธันที่บ้านก่อน”
“ไม่เป็นไร ปราณกลับไปทำงานเถอะ ไหนบอกว่าตอนบ่ายมีประชุมไม่ใช่เหรอ”
“แต่ว่าปราณ เป็นห่วงธันกับลูกนี่”
“ธันดูแลตัวเองได้ ตอนนี้นอกจากธันกับลูก สิ่งที่ปราณต้องคิดถึงคือบริษัท แล้วก็....คุณนที”
“มึงว่ายังไงนะ!” ดวงตากร้าวตวัดมองไปยังบอดี้การ์ดในชุดดำ ที่ยืนรายงานความเคลื่อนไหว สิ่งที่ลูกน้องซึ่งถูกส่งให้ไปคอยดูลาดเลาบริเวณบ้านของอดีตคนรักเก่าของสามี
“คุณปราณไปพบคุณธันวาเมื่อเช้านี้ครับ จากนั้นทั้งสองคน พากันไปโรงพยาบาล...ฝากครรภ์”
“ฝากครรภ์! ธันวามึงนี่มันมารหัวใจกูจริง ๆ ไอ้มารหัวขน มึงคิดว่ามึงจะเกิดมา ท่ามกลางความสุขของพ่อแม่มึงงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ กว่ามึงจะเกิด กูจะทำให้พ่อแม่มึง กระอักมึงออกมากองเป็นก้อนเลือดให้ดู” กำปั้นหนักทุบลงไปบนโต๊ะใหญ่ จากนั้นคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดโทรออกไปหาใครบางคน
เมื่อไม่สามารถหาเหตุผลมาหักล้างธันวาได้ ปราณจำใจเดินออกมายืนรอเพื่อส่งคนรักขึ้นรถ จากนั้นตนจึงขับรถกลับไปยังออฟฟิศเพื่อเตรียมตัวเข้าประชุม ในการหาแนวทางเพิ่มยอดขาย ผลกำไร หาทางออกให้กับภาวะหนี้สินรุงรังของบริษัท มือหยิบถุงกระดาษใส่แซนด์วิชชิ้นใหญ่ฝีมือธันวามาจูบซ้ำ ๆ แล้วแกะมันกัดกินคำใหญ่ โดยมีน้ำผลไม้สดหวานชื่นใจดื่มดับกระหาย ดวงตาเป็นประกายเมื่อนึกไปถึงคำยืนยันของคุณหมอว่าเขากำลังจะได้เป็นพ่อคน
“เป็นถึงเจ้าของบริษัท แต่กลับมาทำงานเอาเกือบเที่ยง บริษัทคุณเจ๊งอย่างนี้ ผมไม่แปลกใจสักนิด” เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในห้องทำงาน ภรรยาตามกฎหมายส่งเสียงทักทายในทันที
“คุณมีธุระอะไร ถึงได้เข้ามาในห้องทำงานผม”
“ตอนนี้ผมเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด อีกอย่างผมเป็นภรรยาคุณ ไม่จำเป็นต้องมีธุระผมก็มีสิทธิ์...จริงมั้ย”
“ประชุมแนะนำผู้ถือหุ้นมีตอนบ่ายสอง นี่เพิ่งสิบเอ็ดโมง”
“ผมมารับสามี ออกไปทานข้าวกลางวันด้วยกัน”
“ผมไม่หิว” ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน ปลายลิ้นยังรับรู้ จดจำรสชาติแซนด์วิชและน้ำผลไม้คั้นสด ฝีมือของธันวาได้ดี
“เมื่อวานเย็นคุณไม่ได้ลงไปทานข้าว เมื่อเช้าก็ออกจากบ้านไปตั้งแต่ยังไม่หกโมง คุณไปไหนมาเหรอ....”
ดวงตาเป็นประกายฉายความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจของนที ทำให้กระดูกสันหลังตลอดแนวนั้นเย็นวาบ ภาพใบหน้าของธันวากับหน้าท้องแบนราบ ซึ่งเวลานี้ภายในกำลังมีลูกเล็กของเขาขดตัวนอนอยู่ วิ่งกลับเข้ามาในความคิด
“ธุระ” น้ำเสียงปรับให้นุ่มขึ้นทันที
นทีเป็นคนเลวที่ร้ายกาจ คนอย่างเขาทำเรื่องทุเรศได้อย่างไม่รู้สึกผิด เขาจะให้นทีรู้เรื่องธันวาตั้งท้องไม่ได้เด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของลูกเมีย
“แต่ผมหิว” คนที่เพิ่งแต่งงานกันได้ 3 วันลุกขึ้นจากเก้าอี้ผู้บริหาร จากนั้นเดินนวยนาดเข้ามายืนยิ้มให้
“ผม...”
“ไปทานมื้อเที่ยงด้วยกันสิ จะได้คุยเรื่องบริษัทของคุณ ก่อนเข้าประชุมบ่ายนี้” มือสอดคล้องท่อนแขนแข็งจากนั้นออกแรงฉุดให้คนไม่เต็มใจเดินตาม
ภายในร้านอาหารดัง ตั้งอยู่ห่างจากอาคารสำนักงานไม่มากนัก ห้องอาหารสำหรับแขกวีไอพี ถูกจัดพื้นที่เอาไว้ให้อย่างเป็นสัดส่วน เงียบสงบเป็นส่วนตัว กลิ่นหอมอ่อน ๆ ตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้อง
“แค่มื้อเที่ยงจำเป็นต้อง...ขนาดนี้เลยเหรอ” คนที่ไม่เต็มใจกวาดตามองความหรูหราอันไม่จำเป็น
“ใครบอกว่านี่เป็นแค่มื้อเที่ยงธรรมดา นี่เป็นการกินข้าว ร่วมโต๊ะกันครั้งแรก หลังจากเราแต่งงานเป็นผัวเมียกันเชียวนะ”
“ถ้าหิวมากก็รีบกินซะ ผมมีเอกสารต้องเข้าไปจัดการก่อนเริ่มประชุม ไม่มีเวลาว่างมานั่งดื่มด่ำกับอาหารมื้อแรก หรือว่ามื้อสุดท้ายในชีวิตใครหรอกนะ”
อาหารเที่ยงคอร์สพิเศษถูกลำเลียงนำมาเสิร์ฟทีละจาน หากแต่คนเย็นชายังไม่ยอมแตะต้องมันแม้แต่ปลายลิ้น นทีตักชิมลิ้มรสความอร่อยของอาหารทุกอย่าง ตามด้วยไวน์รสชาตินุ่มซึ่งถูกเลือกมาเป็นอย่างดี
“อาหารน่ะ ต่อให้คุณไม่ทานเขาก็เก็บเงินเต็มราคานะ”
“...........” กรามกดกัดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ
“ไม่ต้องห่วงครับ มื้อนี้ผมจ่ายเอง ดื่มด้วยกันหน่อยมั้ย”
“ไม่” เสียงแข็งตอบห้วน สายตาเริ่มมองสำรวจห้องอาหารที่อากาศเหมือนจะอบอ้าวเกินกว่าจะถูกจัดให้เป็นห้องวีไอพี
โต๊ะฝั่งตรงข้าม ภรรยาตามกฎหมายนั่งใช้มีดและส้อม หั่นสเต๊กเป็นชิ้นพอดีคำ ส่งเข้าปากแล้วเคี้ยวมันอย่างช้า ๆ ท่าทางเหมือนกำลังดื่มด่ำมีความสุขมาก ข้อมือขยับหมุนหน้าปัดนาฬิกาขึ้นมาดู เห็นว่าเป็นเวลาเที่ยงพอดี จึงแอบหยิบโทรศัพท์มือถือส่งความห่วงใย ถามไถ่ไปถึงคุณแม่ท้องอ่อน พร้อมบอกให้พักผ่อน
