บทที่ 1 บทนำ

"โย! รีบลงมาทานข้าวได้แล้วลูก เดี๋ยวไปโรงเรียนสายนะ!"

เสียงของคุณราตรีดังแว่วมาจากบ้านหลังใหญ่สีขาวที่ตั้งอยู่ติดกัน เป็นเสียงที่เธอมักจะได้ยินจนชินหูในทุก ๆ เช้า

เมธกาในวัยสิบขวบชะโงกหน้ามองผ่านรั้วไม้เตี้ย ๆ อย่างที่ชอบทำเป็นประจำ ร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มวัยสิบแปดในชุดนักศึกษาเพิ่งวิ่งตึกตักลงบันไดมา มือหนึ่งถือกระเป๋า อีกมือกำลังกลัดกระดุมเสื้ออย่างรีบร้อนจนผู้เป็นแม่ต้องเดินตามมาจัดปกเสื้อให้เข้าที่เข้าทาง

"โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วยังต้องให้แม่แต่งตัวให้อีก"

ชายหนุ่มหัวเราะร่วน "ก็แม่แต่งให้หล่อกว่าผมแต่งเองนี่ครับ"

"ปากหวานนักนะ" คุณหญิงราตรีส่ายหน้าขำ ๆ ก่อนจะยื่นแก้วนมส่งให้ "ดื่มให้หมดด้วยล่ะ"

"ครับผม"

เด็กหญิงยืนอมยิ้มอยู่หลังพุ่มไม้ แค่เห็นเขาหัวเราะ... โลกทั้งใบของเธอก็เหมือนจะหัวเราะตามไปด้วยแล้ว

"มุก!" เสียงแม่ดังมาจากในบ้าน "ไปยืนแอบดูอะไรตรงนั้นลูก"

เมธกาสะดุ้งสุดตัว รีบหันกลับมาส่งยิ้มแหย "เปล่าค่ะแม่"

"เปล่าอะไรกัน" แม่เดินออกมาสมทบ มองตามสายตาของเธอไปยังบ้านข้าง ๆ แล้วหลุดหัวเราะอย่างรู้ทัน "แอบดูพี่โยอีกแล้วใช่ไหมเรา"

"แม่! หนูไม่ได้ดูสักหน่อย!" ใบหน้ากลมของเธอเปลี่ยนเป็นสีมะเขือเทศสุกทันที

"งั้นก็รีบไปกินข้าว เดี๋ยวไปโรงเรียนสาย"

"ค่า..." เธอรับคำเสียงอ่อย ก่อนจะวิ่งตัวปลิวเข้าบ้านพร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวระทึก

เมธกาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม... เวลาโดนล้อเรื่องพี่โยทีไรต้องเขินจนทำตัวไม่ถูกทุกที ทั้งที่ในตอนนั้น เธอยังเด็กเกินกว่าจะรู้ว่าความรู้สึกอุ่นวาบในอกนี้เรียกว่าอะไร

เวลาสิบโมงเช้า ณ โรงเรียนประถมเอกชน

"มุก!"

เสียงใสแจ๋วมาพร้อมกับแรงกอดรัดจากด้านหลังจนตัวเธอเซ

"เพิ่งแยกกันเมื่อวานเองนะริษา"

"ก็คนมันคิดถึงนี่นา" เด็กหญิงตัวกลมแก้มป่องยิ้มตาหยิบ เธอคนนี้คือริษา หรือ ชาริษา วัฒนกุล’ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอ และเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของพี่โย

เพราะบ้านอยู่ติดกันและผู้ใหญ่สองบ้านก็สนิทสนมกันมาก เมธกากับริษาจึงตัวติดกันมาตั้งแต่อนุบาล เธอเข้าออกบ้านวัฒนกุลได้สบายใจเหมือนเป็นบ้านหลังที่สอง จนบางครั้ง... เด็กน้อยอย่างเธอก็แอบหวังลึก ๆ ในใจ ว่าเติบโตขึ้นมาจะได้อยู่ใต้ชายคาบ้านหลังนั้นตลอดไป

"เย็นนี้ไปบ้านเรานะ" คีรีเอ่ยชวนระหว่างนั่งทานมื้อเที่ยงด้วยกัน

"มีอะไรเหรอ"

"คุณแม่ทำเค้กเนยสด"

"จริงป่ะ! ไป ๆ!"

ชาริษาหัวเราะคิกคัก "เห็นแก่กินชะมัด"

"ไม่ได้เห็นแก่กินซักหน่อย"

"งั้นเห็นแก่อะไรล่ะ"

เมธกาเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะอ้อมแอ้มตอบเสียงเบา...ก็คิดถึงคุณน้าราตรี"

"แน่ใจเหรออออ" ชาริษาลากเสียงยาวอย่างล้อเลียน "หรือว่าคิดถึงพี่โยกันแน่"

"..."

"ฮั่นแน่ หน้าแดงแล้ว! แดงแจ๋เลยมุก!"

"ไม่ได้แดง! อากาศมันร้อนต่างหาก!"

เด็กหญิงสองคนเถียงกันไปมาจนคุณครูเวรต้องหันมาเอ็ดด้วยสายตา

ช่วงเย็น ณ บ้านวัฒนกุล

กลิ่นเค้กอบใหม่หอมฟุ้งอบอวลไปทั่วทั้งบ้านเมธกากำลังตั้งอกตั้งใจช่วยคุณราตรีบีบครีมแต่งหน้าคัพเค้กอย่างสุดฝีมือ

"หนูมุกมือนิ่งจังลูก เก่งกว่าริษาเยอะเลย"

"คุณแม่สอนมาค่ะ"

"งั้นวันหลังมาช่วยป้าบ่อย ๆ นะลูก ถ้าป้ามีลูกสาวเรียบร้อยแบบหนูมุกบ้างก็คงดี"

คำชมนั้นทำให้หัวใจดวงน้อยของเธอพองโตจนคับอก เธอบอกออกไปตามใจคิด "งั้นหนูมาเป็นลูกสาวคุณป้าก็ได้ค่ะ"

"ได้สิ ป้ายินดีต้อนรับอยู่แล้ว" คุณราตรีหัวเราะเอ็นดู "แต่คงต้องลองไปถามลูกชายป้าดูก่อนนะ"

"ถามอะไรกันครับ"

เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลัง เมธการีบหันขวับไปมองทันที

พี่โยเพิ่งกลับมาจากโรงเรียน ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยจากลมภายนอก ใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้านมีหยาดเหงื่อเกาะพราว ชายหนุ่มวัยสิบห้าปีในวันนี้ช่างดูสูงใหญ่... สูงเสียจนเด็กสิบขวบอย่างเธอต้องแหงนหน้ามองจนคอตั้งบ่า

"ป้ากำลังจะรับหนูมุกมาเป็นลูกสาวจ้ะ" คุณหญิงราตรีเอ่ยเย้า

ชายหนุ่มหัวเราะเสียงนุ่ม ก่อนจะเอื้อมมือหนามาขยี้ผมเธอด้วยความเอ็นดู "ดีครับ... ผมจะได้มีน้องสาวเพิ่มอีกคน"

คำว่า ‘น้องสาว’ ทำให้ก้อนเนื้อในอกซ้ายของเธอสะดุดกึกไปหนึ่งจังหวะ ทั้งที่ไม่รู้เหตุผล แต่ลึก ๆ ในใจกลับประท้วงอย่างรุนแรงว่า... เธอไม่อยากเป็นน้องสาวของเขาเลยสักนิด

"หนูมุก"

"คะ...คะ?"

"พรุ่งนี้วันเสาร์ โรงเรียนหยุดใช่ไหม"

"ค่ะ"

"งั้นตอนสาย ๆ พี่พาไปกินไอศกรีมเอาไหม"

ดวงตากลมโตของเธอเป็นประกายวาววับทันที "จริงเหรอคะ!"

"จริงสิครับ"

"เย้!" ด้วยความดีใจจนลืมตัว เมธกากระโดดกอดเอวหนาของเขาเต็มแรง แต่พอรู้ตัวว่าทำอะไรลงไปก็รีบผละออก แสร้งก้มหน้าหลบสายตาเพื่อซ่อนใบหน้าที่ร้อนผ่าว "ขะ...ขอโทษค่ะพี่โย"

พี่โยหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ทอดสายตามองเด็กหญิงตรงหน้าอย่างนึกเอ็นดู "ตัวเล็กเอ๊ย... พรุ่งนี้สิบโมงเจอกันนะ"

"ค่ะ!"

บทถัดไป