บทที่ 8 ปัจจุบัน

ตอนที่ 8. ปัจจุบัน

อคิณลืมตาขึ้นจากภวังค์ สายตาทอดมองกล่องพลาสเตอร์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงกล่องเดียวกัน...ที่วันนี้เขาหยิบขึ้นมาแต่สุดท้ายก็ไม่กล้ายื่นให้เธอ ชายหนุ่มหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ

"สุดท้าย...ฉันก็ยังเป็นคนขี้ขลาดเหมือนเดิม"

เสียงนั้นแผ่วเบาแต่กลับหนักอึ้งกว่าครั้งไหน ๆ เพราะเด็กผู้หญิงที่เคยยิ้มให้เขาทุกวันวันนี้เชื่อไปแล้วจริง ๆ ว่า...เขาเกลียดเธอ

คืนนั้น...

ทั้งบ้านตกอยู่ในความเงียบ เสียงจักจั่นดังแว่วมาจากสวนด้านนอก คลอไปกับแสงจันทร์ที่สาดผ่านกระจกบานใหญ่ของบ้านปลายฟ้าค่อย ๆ เปิดประตูห้องนอนออกมาเธอเพิ่งสะดุ้งตื่นเพราะกระหายน้ำ

หญิงสาวยกมือขยี้ตาเบา ๆ ก่อนเดินลงบันไดช้า ๆ ด้วยชุดนอนสีครีมตัวหลวมส้นเท้าที่ยังถลอกทำให้เธอเดินได้ไม่ถนัดนัก

เมื่อมาถึงห้องครัว เธอเปิดตู้เย็น หยิบขวดน้ำเย็นออกมา แล้วรินใส่แก้ว

"อึก..." เธอยกแก้วขึ้นดื่ม ก่อนถอนหายใจอย่างสบายตัว

"โล่งค่อยยังชั่ว..."

ในจังหวะนั้นเอง...เสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง

ตึก...ตึก...

ปลายฟ้าชะงักเธอหันกลับไปโดยสัญชาตญาณ

"พี่คิณ!" ร่างสูงของอคิณยืนอยู่หน้าประตูห้องครัวพอดีเขาเพิ่งลงมาดื่มน้ำเช่นกัน เพราะไม่คิดว่าจะมีใครตื่นอยู่เวลานี้

ปลายฟ้าตกใจจนเผลอถอยหลัง แต่ลืมไปว่าส้นเท้ายังเจ็บอยู่

"ว้าย!" ข้อเท้าพลิกเล็กน้อยร่างบางเสียหลักไปด้านหลัง แก้วน้ำในมือเกือบหลุดร่วงอคิณก้าวเข้ามาแทบจะทันทีมือใหญ่คว้าข้อมือเธอไว้ ก่อนอีกมือจะโอบเอวบางเพื่อประคองไม่ให้ล้มแรงดึงทำให้ปลายฟ้าเซเข้าหาเขาเต็ม ๆ

แก้วน้ำยังอยู่ในมือแต่ร่างของเธอ...กลับแนบชิดอยู่ในอ้อมแขนของเขาทั้งคู่ชะงักพร้อมกันปลายฟ้าเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจใบหน้าของอคิณอยู่ใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ดวงตาคมที่เคยเย็นชากำลังมองเธอนิ่ง ๆ

ส่วนปลายฟ้า...หัวใจเต้นแรงเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเวลาราวกับหยุดเดิน ไม่มีใครพูดอะไรมีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาบนผนังที่ดังแผ่วเบา อคิณก้มมองส้นเท้าของเธอ ก่อนขมวดคิ้วน้อย ๆ

"แผลยังเจ็บ?"

ปลายฟ้าพยักหน้าช้า ๆ "นิดหน่อยค่ะ"

อคิณถอนหายใจ "เดินไม่ดู" น้ำเสียงยังคงเรียบเหมือนเดิมแต่แรงที่ประคองเธอไว้กลับอ่อนโยนอย่างประหลาดปลายฟ้ายิ้มบาง ๆ

"หนูตกใจ...นึกว่าขโมย"

มุมปากของอคิณเหมือนจะขยับขึ้นนิดหนึ่ง

"บ้านนี้ขโมยคงเข้ายาก" ปลายฟ้าหลุดหัวเราะเบา ๆ

"ก็จริงค่ะ" เมื่อรู้ตัวว่ายังอยู่ในอ้อมแขนของเขาหญิงสาวรีบก้มหน้าลงแก้มค่อย ๆ แดงระเรื่อ

"พี่คิณ..."

"อะไร ?"

"หนู...ยืนได้แล้วค่ะ" อคิณเหมือนเพิ่งรู้ตัวเขาค่อย ๆ คลายมือออกจากเอวของเธอแต่ยังจับข้อมือไว้จนแน่ใจว่าเธอยืนได้

"คราวหลัง" เขาพูดเบา ๆ "ถ้าจะลงมาคนเดียวตอนกลางคืนเดินช้าๆ"

ปลายฟ้ามองเขาอย่างแปลกใจก่อนยิ้มอ่อน

"ค่ะ"

ทั้งคู่ยืนสบตากันอยู่ครู่หนึ่งก่อนอคิณจะเป็นฝ่ายละสายตาเดินไปหยิบขวดน้ำอีกขวดจากตู้เย็น ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ส่วนปลายฟ้า...เธอก้มมองข้อมือของตัวเองบริเวณที่เขาเพิ่งจับไว้

เช้าวันรุ่งขึ้น

แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอนอคิณแต่งตัวเตรียมไปทำงานเรียบร้อยแล้วเขาเดินออกจากห้อง ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นประตูห้องของปลายฟ้าที่อยู่ถัดไป

เงียบ...ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเคาะประตูเบา ๆ สองครั้ง

ก๊อก... ก๊อก...ไม่มีเสียงตอบกลับเขาลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหมุนลูกบิดเข้าไปเพียงเล็กน้อย ปลายฟ้ายังคงหลับอยู่บนเตียงเมื่อคืนเธอคงเหนื่อยมาก ผ้าห่มหลุดลงมากองอยู่ที่ปลายเตียง ส่วนส้นเท้าที่ถูกรองเท้ากัดยังมีรอยแดงให้เห็นชัดอคิณถอนหายใจแผ่วเบา

"เด็กดื้อ..." เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนก้มลงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้เธออย่างเบามือที่สุด กล่องพลาสเตอร์ในกระเป๋าเสื้อถูกหยิบออกมาอีกครั้งเขามองมันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะวางไว้บนโต๊ะหัวเตียงพร้อมกับหลอดยาทาแผลที่เตรียมมาจากห้องของตัวเองแต่ทันทีที่กำลังจะเดินออกจากห้อง สายตากลับเหลือบไปเห็นกรอบรูปเล็ก ๆ บนโต๊ะ

เป็นรูปที่ถ่ายเมื่อหลายปีก่อน เด็กชายคนหนึ่งกำลังย่อตัวผูกเชือกรองเท้าให้เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ยิ้มกว้างจนตาหยีอคิณยืนนิ่งความทรงจำในวันเก่าหลั่งไหลเข้ามาอีกครั้งสุดท้าย...เขาหยิบกล่องพลาสเตอร์กลับใส่กระเป๋าเสื้อเหมือนเดิมเหลือไว้เพียงหลอดยาทาแผลบนโต๊ะ

"ถ้ารู้ว่าเป็นฉัน...เธอคงไม่ยอมใช้" เขาพูดเบา ๆ ก่อนเดินออกจากห้องและปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา ไม่นานปลายฟ้าค่อย ๆ ลืมตาตื่นเธอบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนสะดุ้งเมื่อส้นเท้าแล่นแปลบ

"โอ๊ย..." หญิงสาวก้มลงมองแผลแล้วก็สังเกตเห็นหลอดยาทาแผลวางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง

"เอ๊ะ..." เธอหยิบขึ้นมาดูด้วยความสงสัย "แม่บ้านเอามาวางหรือเปล่านะ"ปลายฟ้ายิ้มบาง ๆ โดยไม่ได้คิดอะไรก่อนทายาลงบนแผลเบา ๆ

ขณะที่หน้าห้องอคิณยังไม่ได้ลงบันไดเขายืนอยู่หลังมุมกำแพง เงียบ ๆ เมื่อเห็นปลายฟ้าหยิบยาขึ้นมาใช้ ริมฝีปากของเขาก็คลายออกเป็นรอยยิ้มจาง ๆ เพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมาเรียบนิ่งเหมือนเดิมแล้วเดินลงไปชั้นล่างราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป