บทที่ 9 ตาบอดเหมือนหมา

วิชญะรู้สึกตะหงิดใจเล็กน้อย แต่เมื่อสบเข้ากับรอยยิ้มอันสดใสของเธอ เขาก็พูดไม่ออกว่าความผิดปกตินั้นคืออะไรกันแน่

ช่างมันเถอะ แค่เธอไม่โกรธแล้วก็พอ

"นี่คุณจะไปไหนหรือ?" เขาเอ่ยถามขึ้นลอย ๆ

"ฉันนัดกับหยาดทิพย์ และญาณินเอาไว้ว่าจะไปเดินซื้อของด้วยกันค่ะ ถ้างั้น... ฉันขอตัวก่อนนะคะ"

"ไปเถอะ ถ้าคุณอยากได้อะไรก็ซื้อเลย ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายหรอกนะ"

เขากำชับด้วยความใจกว้าง

เจนจิราแสยะยิ้มเย็นชาอยู่ในใจ แน่นอนว่าเธอไม่กังวลเรื่องนั้นหรอก ปีหนึ่งเธอหาเงินเข้ากระเป๋าเขาได้ตั้งเกือบร้อยล้านบาท แล้วเรื่องอะไรเธอจะต้องกังวลเรื่องเงินเพื่อเอาไว้ให้ผู้หญิงคนอื่นใช้ด้วย?

เธอขับรถออกจากบ้านเพื่อไปสมทบกับเพื่อนสนิททั้งสอง

แม้เธอจะบอกเขาว่าไปจะมาเดินซื้อของ แต่ความจริงแล้ววันนี้มีเรื่องที่สำคัญกว่านั้นอยู่อีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือการไปสัมภาษณ์งานใหม่

เมื่อไปถึงคาเฟ่ที่นัดหมาย ก็เห็นหยาดทิพย์ และญาณินมารออยู่ก่อนแล้ว

ทั้งสองสั่งเครื่องดื่มเรียบร้อย นั่งหันหน้าเข้าหากันที่โต๊ะกลม สายตาจับจ้องอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือพลางสนทนากันอย่างออกรส

เจนจิราเดินเข้าไปนั่งลงตรงที่ว่างระหว่างเพื่อนทั้งสอง

หยาดทิพย์เลื่อนแก้วกาแฟแก้วหนึ่งมาตรงหน้าเธอ "ลาเต้ไม่หวาน"

"รู้ใจที่สุด"

เจนจิราเปิดฝาแก้วแล้วจิบกาแฟรสละมุน

เมื่อเห็นเพื่อนทั้งสองยังคงจดจ่ออยู่กับหน้าจอ เธอจึงถามขึ้นว่า "พวกเธอดูอะไรกันอยู่เหรอ? หรือว่าวันนี้มีประเด็นร้อนอะไร?"

ญาณินยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้าเธอ "คณาธิป ลูกเขยบริษัทเปรี่ยมสุข ถูกคลับอยุธยาฟ้องแล้วแก"

เจนจิราชะงักไปชั่วครู่

คณาธิปถูกฟ้อง?

หรือจะเป็นเพราะเรื่องเมื่อคืน?

เธอรีบรับโทรศัพท์จากมือญาณินมาดู พาดหัวข่าวเขียนตัวโตว่า: 【คณาธิป ลูกเขยบริษัทเปรี่ยมสุข พยายามข่มขืน ถูกคลับอยุธยายื่นฟ้องดำเนินคดี】

เนื้อหาข่าวมีไม่มากนัก ไม่ได้ระบุรายละเอียดของเหตุการณ์ และไม่ได้เปิดเผยชื่อของเจนจิรา มีเพียงการคาดเดาต่าง ๆ นานาของผู้เขียนข่าว

ทั้งญาณิน และหยาดทิพย์ต่างก็ไม่รู้ว่าตัวละครหลักในข่าวนี้คือเจนจิรา จึงวิจารณ์กันอย่างเผ็ดร้อน

"ไอ้สารเลวเอ๊ย ได้ข่าวว่ามันใช้กฎหมู่ข่มเหงลูกค้าผู้หญิงมาหลายคนแล้ว ในที่สุดก็มีคนมาจัดการมันสักที" ญาณินสบถออกมา

หยาดทิพย์พยักหน้าเห็นด้วย "คนเลวมันก็น่ารังเกียจจริง ๆ นั่นแหละ แต่ว่ากันตามเนื้อผ้า เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในคลับ แถมไอ้เลวนั่นก็ทำไม่สำเร็จอีก ปกติแล้วทางคลับน่าจะปิดข่าวเพื่อรักษาชื่อเสียงตัวเองไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงทำสวนทางแถมยังฟ้องลูกค้ากลับอีก?"

ญาณินแย้งขึ้น "ที่แกพูดถึงมันคลับทั่วไป แต่คลับอยุธยาเป็นคลับระดับท็อปในเครือบริษัทแก้วโรจน์นะแก บริษัทแก้วโรจน์คือตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมยังยึดถือหลักมนุษยธรรมเป็นที่ตั้ง พวกเขาคงไม่ยอมลดตัวลงไปทำเรื่องสกปรกเพื่อปิดบังความผิดแบบคลับทั่วไปหรอก"

หยาดทิพย์ตั้งข้อสังเกต "ถ้าอย่างนั้น บริษัทแก้วโรจน์ก็น่าจะเปิดเผยความจริงทั้งหมดสิ ทำไมถึงกั๊กไว้ ไม่พูดให้ชัดเจนไปเลยล่ะ? แถมยังปล่อยให้คนอื่นเอาไปนินทาเสีย ๆ หาย ๆ อีก?"

ญาณินส่ายหน้า "เรื่องนั้นใครจะไปรู้ล่ะ"

เจนจิรานั่งฟังเพื่อนคุยกัน พลางนึกขึ้นได้ว่า คลับอยุธยาเป็นกิจการในเครือบริษัทแก้วโรจน์

แม้เธอจะจำหน้าผู้ชายคนนั้นไม่ค่อยได้ แต่เธอจำได้ดีว่าตอนที่เขาเดินเข้ามาหาเธอ ร่างกายของเขาแผ่รังสีแห่งอำนาจและความสูงส่งออกมาอย่างชัดเจน

หรือว่า... เขาจะเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทแก้วโรจน์?

แต่ในขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากถาม ญาณินหันมามองเธอพอดี

เมื่อเห็นชุดที่เธอใส่มา ญาณินก็เอื้อมมือมาจับเนื้อผ้าแล้วบ่นอย่างระอา "ฉันบอกแกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้ใส่ชุดกระโปรงสวย ๆ สไตล์ลำลองมา นี่แกใส่อะไรมาเนี่ย?"

เจนจิราแย้ง "นี่ก็ชุดลำลองที่สุดสำหรับฉันแล้วนะ อีกอย่างฉันจะไปสัมภาษณ์งาน แต่งตัวแบบนี้ก็เรียบร้อยดีไม่ใช่เหรอ?"

ญาณินกลอกตาบน "ที่รักคะ ผู้ชายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ตัดสินกันด้วยสายตานะ แล้วพวกเราก็จะไปที่สนามกอล์ฟ ไม่ใช่ตึกสำนักงานบริษัทแก้วโรจน์ด้วย"

ตำแหน่งงานที่บริษัทแก้วโรจน์เปิดรับสมัครช่วงนี้ไม่มีตำแหน่งไหนเหมาะกับเจนจิราเลย สำหรับความสามารถระดับเธอ แบบนี้มันเหมือนกับขี่ช้างจับตั๊กแตนยังไงยังงั้น

แต่ญาณินได้ข่าวมาจาก 'คุณกร' เพื่อนสนิทของเธอว่า ภาคินกำลังต้องการเลขานุการส่วนตัวคนใหม่ และยังหาคนที่ถูกใจไม่ได้สักที

ประจวบเหมาะกับวันนี้ที่คุณกรนัดตีกอล์ฟกับภาคินพอดี

ญาณินจึงขอให้คุณกรช่วยเป็นพ่อสื่อแม่ชัก พาเจนจิราบุกไปที่สนามกอล์ฟในวันนี้

เธอหันมาถลึงตาใส่เจนจิราอย่างดุ ๆ "ฉันอุตส่าห์ใช้มารยาหญิงร้อยเล่มเกวียนแลกโอกาสนี้มาให้แกนะ อย่าพังเชียวล่ะ เข้าใจไหม?"

เจนจิรายิ้มรับอย่างใจเย็น "รับทราบค่ะคุณหนูญาณิน ฉันจะไม่ทำให้ 'มารยา' ของคุณต้องเสียเปล่าแน่นอน"

โชคดีที่พวกเธออยู่ในห้างสรรพสินค้า การหาซื้อชุดใหม่จึงไม่ใช่เรื่องยาก

จากนั้น เจนจิราก็ปล่อยให้เพื่อนสาวจัดการแปลงโฉมให้

สุดท้าย ญาณินก็เลือกชุดกอล์ฟสุดโฉบเฉี่ยวให้เธอ

เสื้อยืดแขนกุดสีขาว เนื้อผ้าแนบสนิทไปกับเรือนร่าง เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของเอวที่คอดกิ่วและสมบูรณ์แบบ

ท่อนล่างเป็นกระโปรงสั้นจีบรอบตัวสีเทาเข้ม อวดเรียวขาขาวผ่องที่ยาวสวยได้รูป

ผมยาวสลวยถูกรวบเป็นหางม้าอย่างลวก ๆ และส่วนที่รวบก็ถูกปล่อยลอดผ่านช่องด้านหลังของหมวกแก๊ปออกมา

ภาพรวมดูสดใส บริสุทธิ์ และสวยสะกดสายตาจนแทบหยุดหายใจ

ญาณินกระซิบกับหยาดทิพย์ว่า "ดูยัยเจนของพวกเราสิ นี่แหละราชินีพันหน้าตัวจริง จะลุคสาวติสต์ สาวทำงาน สาวมั่น หรือสาวน้อยบริสุทธิ์ นางก็เอาอยู่หมดทุกแนว

ฉันล่ะไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าวิชญะมันตาบอดหรือไง ไม่ว่าจะมองมุมไหนยัยนาตาลีนั่นก็เทียบกับยัยเจนของเราไม่ติดเลยสักนิด "

หยาดทิพย์ส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายเบาเสียงลง

แต่เจนจิราก็ยังคงได้ยินเต็มสองหูอยู่ดี

ทว่าเธอทำเป็นไม่ได้ยิน

หลังจากชำระเงิน ทั้งสามคนก็เดินออกจากร้านเสื้อผ้า

หยาดทิพย์แยกตัวกลับไปทำงานที่สำนักงานกฎหมาย ส่วนญาณินและเจนจิราขับรถมุ่งหน้าไปยัง 'เดอะ รอยัล กรีน กอล์ฟ คลับ'

เจนจิราก้มมองชุดตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า "แกแน่ใจนะว่าฉันแต่งตัวแบบนี้แล้วจะไม่มีปัญหา?"

ยิ่งมองเธอก็ยิ่งรู้สึกไม่มั่นใจ

ญาณินขับรถไปพลาง ชำเลืองมองเรียวขาขาวเนียนน่าสัมผัสของเพื่อนพลาง "แค่ขาคู่นี้ของแก ฉันเห็นแล้วยังอิจฉาจะตายชัก ผู้ชายเห็นก็คงแทบอยากจะสยบแทบเท้า แกมั่นใจหน่อยสิยะ"

เจนจิราหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก "ฉันจะไปสัมภาษณ์งานนะ ไม่ได้จะไปยั่วยวนใครซักหน่อย"

ญาณินสวนกลับทันควัน "ภาคิน... คุณชายสามแห่งตระกูลดัง ผู้กุมบังเหียนบริษัทแก้วโรจน์ ดูยังไงเขาก็คือเทพบุตรเดินดินชัด ๆ ถ้าเกิดว่าแกยั่วยวนเขาสำเร็จนะ แกก็ได้มีความรักที่สุดแสนจะหวานชื่นโรแมนติกไง มันไม่ดีตรงไหน?"

"หยุดเลย!" เจนจิราตอบแทบไม่ต้องคิด "ตอนนี้ฉันสนแต่เรื่องงาน ส่วนเรื่องผู้ชายเนี่ย... ฉันขอพักเอาไว้ก่อน"

อีกอย่าง... มีความรักครั้งไหนบ้างที่ถ้าเริ่มต้นใหม่แล้วจะไม่หวานชื่น?

หลังจากผ่านเรื่องราวกับวิชญะมา เจนจิรารู้สึกเหมือนตัวเองบรรลุธรรมเรื่องความรักไปแล้ว

คุยกันเพลิน ๆ รถก็แล่นเข้ามาจอดที่ลานจอดรถของคลับเฮาส์

ญาณินจอดรถเรียบร้อยแล้วเดินควงแขนเจนจิราเข้าไปด้านใน

สองสาวงาม คนหนึ่งสวยสง่าเย็นชา อีกคนสวยเฉี่ยวสดใส ดึงดูดสายตาของผู้ชายในบริเวณนั้นได้ทันที

พวกเธอเดินตรงไปยังจุดนัดพบ

และเมื่อเดินไปถึงกลางสนามกอล์ฟ สายตาของเธอก็พบเข้ากับเข้ากับร่างสูงโปร่งร่างหนึ่ง ที่ยืนตระหง่านท้าแสงแดดอันเจิดจ้า...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป