บทที่ 3 1/2

“แต่แกน่ะซ่อนให้ดีแล้วกันจนกว่าพ่อแม่ฉันจะกลับ นี่เขามากินข้าวเที่ยงด้วยไม่รู้จะอยู่ถึงกี่โมง อย่าทำอะไรให้พ่อแม่ฉันสงสัยแล้วแล่นเข้ามาในห้องนอนฉันเชียวนะ”

ดวินยักไหล่

อลิยาเป็นเพื่อนร่วมงาน หลายปีก่อนนับรวมแล้วก็เกือบห้าปีได้ ตอนนั้นเราไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ จนกระทั่งเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว... เรื่องบนเตียงที่เกิดขึ้นได้ยังไงไม่รู้ ในงานเลี้ยงวันปีใหม่ คืนที่ทุกคนเมาเละไม่มีชิ้นดี เช้าวันรุ่งขึ้นเราสองคนก็นอนอยู่บนเตียงในสภาพเปลือยด้วยกันทั้งคู่ มันเริ่มขึ้นแบบนั้น และไป-ไป มา-มาเราก็กลายเป็นเพื่อนสนิทข้ามแผนก ที่สำคัญ... เป็นเพื่อนบนเตียงที่เข้าขากันได้ดีเรื่องเซ็กซ์ด้วย อลิยาไม่เคยมีใคร และเขาเป็นคนแรกของเธอ สอนทุกอย่างเกี่ยวกับเซ็กซ์ให้กับเธอก็คือเขา

“ดวิน!”

ตาคู่หวานพยายามมองให้ดูดุ ชายหนุ่มพยักหน้ารับเพราะอีกฝ่ายจิ้มนิ้วชี้ลงกับอกผึ่งผายของเขาไม่ยั้ง

“รู้ไหมที่พูดไปน่ะฮะ เข้าใจไหมยะว่ามันสำคัญมาก!”

“รู้แล้วน่า”

“อื้อ รู้ก็ดี” หญิงสาวมัดผมยาวรวบ ๆ ไว้พอให้ดูไม่ยุ่งมาก เธอก้าวฉับ ๆ ตรงไปยังประตูห้องนอนที่ปิดล็อกเพื่อเปิดออก ทว่าเสียงของ

ดวินกลับทำให้ร่างแบบบางแต่สัดส่วนอวบอิ่มอย่างที่ควรจะเป็นหยุดกึก

“หากางเกงในไม่เจอ”

อลิยาหันกลับมามองเขาตาโต

“จริง ๆ บ็อกเซอร์ก็อยู่นี่ แต่ทำไมกางเกงในหายก็ไม่รู้!” ชาย-หนุ่มผ่อนลมหายใจ พูดเรียบเรื่อยเหมือนเป็นเรื่องปกติ “แต่จำได้ว่าเมื่อคืนที่เราไปนัวกันต่อข้างนอกนั่น เกงในฉันอาจจะอยู่นั่นก็ได้ ลียาออกไปก็ฝากหาให้ด้วยแล้วกันนะ” เขายิ้มหวานแบบจงใจเรียกว่าอ่อย แต่อลิยาแข็งค้างหน้าซีดไปแล้ว

ไอ้เพื่อนเวร!

จากสรรเสริญพ่อหนุ่มฮอตของบริษัทในใจ อลิยาก็หน้าตั้งสอดส่ายสายตามองหา ‘หลักฐาน’ ชี้มูลความผิด แต่ไม่ว่าอย่างไรก็หาไม่เจอ หญิงสาวเดินวน ๆ อยู่รอบโซฟาสองสามรอบ และคอยเหลียวมองมารดากับบิดาที่ช่วยกันแกะกับข้าวกะหนุงกะหนิงว่ารู้ตัวหรือไม่ ว่าตอนนี้ลูกสาวออกมาจากห้องนอนแล้ว

คนเป็นลูกคิ้วขมวดเดินวนโซฟาอีกรอบ ตัดใจจะก้มลงมองก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมา ขนสันหลังลุกวาบและเธอก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองตอบ คนมองคือพ่อ และหญิงสาวก็ยิ้มแหยกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก

ศาสะโคลงศีรษะ อาศัยทีเผลอของภรรยาหันมาชี้นิ้วบอกลูกสาวตัวดีว่ามีอะไรซ่อนตรงไหน

คนเป็นพ่อลูกก็เหมือนมีญาณวิเศษ ไม่ต้องพูดแค่อาศัยท่าทาง

อลิยาก็รู้ ร่างแบบบางรีบผลุบลงนั่งกับพื้น ควานมือเข้าไปใต้โซฟาและแทบจะร้องเยสเมื่อคว้าหมับจับหลักฐานได้คามือ ก่อนจะดึงมันออกมาและรีบยกมือไหว้บิดา ศาสะกลอกตาและโบกมือไล่ให้ลูกสาวรีบเอาหลักฐานไปซ่อนก่อนความจะแตก

อลิยาเปิดประตูห้องนอนโดยไว และไม่พูดอะไรแต่โยนกางเกงในตัวนั้นเข้าไปและรีบปิดประตู

ดวินที่นั่งกับพื้นเอนพิงปลายเตียงถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็น ก่อนประตูปิดลงยังเห็นสายตาขุ่นเขียวของสาวเจ้ามองเข้ามาเป็นเชิงสำทับว่าให้เขาสำนึกในความผิดซะ

นอนด้วยกันมาเป็นปี ก็น่าจะรู้ไส้รู้พุงกันดี แต่อลิยาทำให้เขาหัวเราะได้เสมอ ในตัวตนของเธอมักมีซอกมุมเล็ก ๆ ที่น่าสนใจซ่อนอยู่ โดยเฉพาะความขัดแย้งในตัวของเธอ ‘ความเป็นเธอ’ กับ ‘ความที่ถูกเลี้ยงดูมา’ ไม่ใช่ไม่ได้ใกล้เคียงกันเลยแม้แต่นิด ซึ่งมันบ่งบอกว่าอลิยาเป็นพวกหัวขบถใช่ย่อย

ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนก่อนตัดสินใจก้าวเดินไปที่ประตูห้องนอน แง้มมันออกและมองผ่านออกไป

เขาไม่เคยเจอพ่อแม่ของอลิยา เพราะความสัมพันธ์ของเราตั้งอยู่บนฐานแค่เรื่องเซ็กซ์

ไม่ใช่คนรัก ไม่ใช่คนที่คิดถึงเรื่องอนาคต เราสองคนเป็นแค่พวกหื่นแต่ไม่หื่นมากพอที่จะนอนกับใครก็ได้ไปเรื่อย พอมาเจอกันมันก็เลยเหมือนลงล็อกหน่อย ๆ

เขาเลิกกับแฟน ส่วนเธอไม่มีใคร ‘เรา’ ก็เลยตกลงกันได้

เสียงพูดคุยแว่ว ๆ ดังมาให้ได้ยิน โชคดีที่โต๊ะซึ่งใช้รับประทานอาหารอยู่กึ่ง ๆ เกือบมุมห้อง หากไม่ตั้งใจมองมาทางนี้อย่างจริงจังก็คงไม่เห็นว่ามีใครแอบมองอยู่

พ่อแม่ของเธอดูใจดี และอลิยาก็ดูมีความสุขมากเมื่ออยู่กับพ่อแม่ของเธอ

ดวินเผลอยิ้มกับภาพที่เห็น ตัวเขาพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่ยังเล็ก ถึงมีแม่เลี้ยงพ่อเลี้ยงแต่เขาก็ไม่ได้ขาดความอบอุ่น ครอบครัวของทั้งพ่อทั้งแม่ใส่ใจลูกทุกคนเท่ากัน เพียงแต่ว่าบรรยากาศง่าย ๆ สบาย ๆ แบบนี้มีไม่ค่อยบ่อย พวกท่านต่างคร่ำเคร่งกับหน้าที่การงาน การเป็นเจ้าของบริษัทมันไม่ง่าย และอนาคตเขาก็ต้องเลือกว่าจะช่วยธุรกิจของพ่อหรือแม่ เพราะน้องชาย น้องสาวต่างมารดาของเขาล้วนแล้วแต่ทำอะไรแทบไม่เป็น

‘สามสิบห้า ตอนลูกอายุครบสามสิบห้าปี พ่อกับแม่จะขอคำตอบลูกอีกครั้งนะ’

หมายถึงอีกไม่กี่เดือนเขาต้องจากที่นี่ไปเพื่อนั่งตำแหน่งรองประธานของทั้งสองบริษัท และภายในห้าปีหลังจากนั้นเขาต้องเลือกว่าจะนั่งตำแหน่งประธานบริษัทไหน เขาทำทั้งสองที่ไม่ได้ เพราะบริษัทของพ่อกับแม่ต่างเป็นคู่แข่งกัน

“ไปกินข้าวกันวันเสาร์หน้านะลูก”

เสียงพูดคุยแว่ว ๆ ของสามพ่อแม่ลูกดังมาให้ได้ยิน ฉุดให้ดวิน

ดึงตัวเองออกจากภวังค์

ยลรดาเอ่ยพร้อมรอยยิ้มขณะที่ตักหอยลายผัดน้ำพริกเผาที่แกะเปลือกเรียบร้อยแล้วลงในจานลูกสาว

“แม่นัดกับเพื่อน ๆ ไว้น่ะว่าจะเลี้ยงรุ่นกัน แต่งานมันตอนกลางวัน พ่อก็ไม่ค่อยว่าง แม่ก็ไม่อยากขับรถเองกลัวไปชนคนอื่นเข้า ลียาก็ขับรถให้แม่หน่อยนะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป