บทที่ 4 1/4
“โหย งานเลี้ยงรุ่นคนไม่เยอะเหรอจ๊ะ ลียาไปด้วยจะดีเหรอ”
“ดีสิลูก ไม่ได้เลี้ยงทั้งรุ่นหรอกก็แค่กลุ่มของแม่น่ะจ้ะ สี่ห้าคน”
คนเป็นลูกยิ้มหวานแต่พ่อคิ้วขมวดนิด ๆ “ทำไมพ่อไม่เห็นรู้เรื่องนี้เลยจ๊ะ” เอ่ยถามไปก็ตักต้มแซ่บขาหมูให้เมียตัวเอง พอสบตากับภรรยาก็ชะงักไปหน่อย ๆ ร้องอ๋อ “เมื่อวานใช่ไหม เออ พ่อนี่ขี้ลืม สงสัยจะเป็นอัลไซเมอร์” พูดไปแต่เท้าก็เขี่ยเท้าลูกสาว อลิยาชะงัก ช้อนข้าวที่กำลังจะตักเข้าปากหยุดนิ่ง ก่อนกลบเกลื่อนด้วยการหยิบน้ำขึ้นดื่ม
งานนี้น่าจะใช่... ดูตัว!
เซ้นส์มันบอกเพราะตั้งแต่อลิยาอายุยี่สิบห้าปีได้ ยลรดาก็เพียรนำเสนอ ‘ลูกชายเพื่อน’ ให้เธอได้รู้จัก และพอลูกชายเพื่อนไม่เวิร์ก ก็เริ่มลามไปลูกชายคนรู้จัก หลานชายเพื่อนสนิท เพื่อนของเพื่อนลูกชายข้างบ้าน...
อลิยารู้ แม่กลัวเธอขึ้นคาน แต่ก่อนหน้านี้ตอนที่ยังเรียนตั้งแต่ประถม ม.ต้น ม.ปลาย มหาวิทยาลัยแม่จะเฝ้าพูดพร่ำบอกแต่ว่า
‘แฟนหาเมื่อไหร่ก็ได้นะลูก แม่ไม่ห้ามแต่แม่อยากให้ลียาสนใจการเรียนให้มาก ๆ มีแฟนก็ดี แต่ไม่มีดีกว่านะลูก จะไปไหน ๆ กับเพื่อนก็ได้ วันไหนไม่อยากไปก็ได้ แต่ถ้ามีแฟนลียาก็ต้องเสียเวลาส่วนตัวพวกนี้ไปนะลูก วันดีคืนดีก็หาเรื่องทะเลาะลียาจะปวดหัวเปล่า ๆ เพราะอย่างนั้นเรียนจบค่อยมีแฟนก็ได้นะลียา’
พอเรียนจบ แต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะสนใจหนุ่มคนไหน นอกจากดาราหน้าหล่อทั้งฝั่งเกา ฝรั่งนำเข้า หรือดาราไทยหนุ่มหล่อ แม่ของเธอก็เริ่มเปรย ๆ
‘ลียาเห็นหลานป้าแช่มบ้านปากซอยไหมลูก น่ารักน่าชังเชียว’
หะแรกก็นึกว่าชวนคุยไปเรื่อยเปื่อย แต่สุดท้าย...
‘ใช่ไหม ลียาเห็นใช่ไหมลูก นั่นลูกสาวเขาอายุยี่สิบหกไงที่แต่งงานปีที่แล้ว ดูสิปีนี้มีหลานให้แม่ชื่นใจละ... เนอะ’
นั่นเป็นสัญญาณบอกกลาย ๆ ว่า อลิยาควรมีแฟนและคิดเรื่องแต่งงานได้แล้ว!
ฮะ ฮะ จากวันนั้นจนวันนี้ก็หกปีได้แล้วที่แม่ยังไม่ล้มเลิกที่จะหา ‘คู่’ ให้เธอ!!
และถึงจะรู้แต่อลิยาก็ไม่อยากทำให้แม่เสียใจ เธอไม่ได้ลำบากอะไรก็แค่ไปดูตัว ดูแล้วไง ดูแล้วก็จบ!!!
“เพื่อนแม่มีใครบ้างจ๊ะเนี่ย” เอ่ยแล้วก็ไล่ชื่อเพื่อนสนิทมารดา แต่ยลรดาปฏิเสธ
“ไม่ใช่จ้ะคนละกลุ่ม กลุ่มนี้สนิทมาก-ก-ก-ก ลียายังไม่เคยเจอ”
อลิยายิ้มแป้นสู้ และเหล่มองบิดาที่หันมาสบตากัน
“งั้นแปลว่าวันนั้นพ่อเฝ้าบ้านสิจ๊ะ”
“ไม่หรอกวันนั้นพ่อไปสโมสร จะไปซ้อมยิงปืน” ยลรดาเหลียวมองสามี ยิ้มหวานเจี๊ยบ “ใช่ไหมจ๊ะพี่”
ทั้งพ่อทั้งลูกลอบถอนหายใจ ก่อนที่ศาสะจะรับคำว่าจ้ะ
และข้อสรุปที่ได้ก็คือศุกร์หน้าอลิยาต้องกลับไปค้างบ้านพ่อแม่ และในวันเสาร์ก็ไปดูตัวเสียให้เรียบร้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่สองพ่อลูกก็ยังหาเวลามาปรึกษากันจนได้เกี่ยวกับ ‘หนุ่มคนใหม่’ ที่คนเป็นแม่หามาให้
ความสงสัยของสองพ่อลูกถึงหนุ่มคนใหม่นั้นทำให้อลิยาหลงลืมไปว่ามี ‘หนุ่มอีกคน’ อยู่ในห้อง และกำลังเสียมารยาทด้วยการแอบฟังอยู่เงียบ ๆ
“พ่อว่าใครจ๊ะ คนรู้จักของแม่ลียาก็ว่ารู้จักหมดแล้วที่มีลูกชายหลานชายน่ะ”
“ไม่รู้สิ” ศาสะยกมือขึ้นลูบคาง “คนนี้แม่ไม่เคยเปรยถึงเลยด้วย”
“แล้วแม่ก็ดูเหมือนจะปลื้มเอามาก ๆ ด้วยนะจ๊ะ”
สิ้นคำบุตรสาว พ่อ-ลูกมองสบตากันและพร้อมทอดถอนใจ
“เอาน่ะ” พ่อทำตัวแมนๆ ด้วยการบีบบ่าลูกสาวคนสวยเบา ๆ
“ลียาก็ตามใจแม่หน่อยแล้วกันนะลูกนะ ไปดู ๆ ไว้ก็ไม่เสียหลาย ยังไง
ลียาก็ไม่มีใคร เผื่อคนนี้จะตรงสเปกลียาบ้าง”
สายตาบอก ท่าทางบอก อลิยาจะทำอะไรได้นอกจาก ‘ต้องทำ’
“หรือถ้าลียาไม่อยากไปนะลูก” สายตานายตำรวจเบนไปที่ประตูห้องนอน “ก็ให้ไอ้เจ้าของกางเกงในนั่นแสดงตัวซะก็หมดเรื่องไหม” ประโยคท้ายนี้จงใจเอ่ยให้คนข้างในหลังประตูที่แง้มได้ยิน อลิยายิ้มเรี่ยเพราะยังไม่รู้ว่าถูกดักฟัง “คนเก่าหรือคนใหม่” คนเป็นพ่อที่ไม่วายก็ยังหวงลูกสาวเอ่ยถามเสียงเบา และพอได้คำตอบว่า
“คนเก่าจ้ะ”
ศาสะก็ถอนหายใจ ก็ยังดี บ้านนี้ออกจะแปลกหน่อยที่ลูกสาวคุยเรื่องใต้สะดือกับพ่อได้ จะสัปดี้สัปดนขนาดไหนอลิยาก็สะดวกใจจะพูดกับบิดามากกว่ามารดา ยลรดาหัวโบราณ ขืนพูดให้ฟังมีหวังลมจับเอาตั้งแต่อ้าปาก
“ไม่คิดจะจริงจังกันบ้างเหรอ เป็นปีแล้วใช่ไหม แม่เขาก็จะได้สบายใจ”
ถึงไม่เคยเจอกันตรง ๆ จะเห็นก็แค่รูปถ่ายในโทรศัพท์มือถือ
ศาสะก็ยังถือว่าอีกฝ่ายยังไม่เข้ามาทำความรู้จัก ความสัมพันธ์ยังเป็นแบบไม่จริงจัง
“ลียาไม่คิดจะพามาให้พ่อแม่รู้จักบ้างหรือคะลูก”
อลิยาแทบไม่เสียเวลาคิด เธอส่ายหน้า “อย่าเลยจ้ะพ่อ ลียากับเขาก็แค่เอ่อ...”
“เพื่อนนอน” ศาสะต่อให้ และมันเหมือนเอามีดปักลงหัวใจลูกสาว “เราเป็นผู้หญิงนะลียา ที่พ่อไม่ว่าก็เพราะว่าเพิ่งมีคนนี้คนแรกและยังเป็นคนเดียวหรอกนะ แต่ถ้าเมื่อไหร่ลียาเปลี่ยนไปเรื่อย พ่อว่าเราคงต้องคุยกันหน่อย รู้ใช่ไหม พ่อไม่อยากให้ลียาเป็นผู้หญิงแบบนั้น ที่เปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อย”
“ลียารู้จ้ะ แต่กับดวินเราตกลงกันแล้ว”
“แล้วมันไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอลูก”
