บทที่ 4 2/1

สลิลฉัตรยิ้มแห้ง ๆ กับคำพูดของลูกพี่ลูกน้อง “เอ่อ จริง ๆ ที่พิพูดน่ะ--”

“อย่าบอกนะว่าใช่เหมือนที่พิพูด แต่ไม่เอา พิต้องเห็นเองกับตา เพราะฉะนั้นหยุดค่ะซิส โปรดรู้ไว้พิไม่ได้สมองดีขนาดนึกภาพหน้าคนที่ไม่เคยเห็นออก” คนพูดละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์มาจ้องสลิลฉัตรแทน ลักยิ้มมุมปากกดลึก ดูร้ายไม่เบา “ถายุกร วรรณสิริเลิศ” พิรุณก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์เช่นเดิมเมื่อแตะนิ้วชี้ลงไป “อุ้ย อุ้ย อุ้ย ทนายหนุ่มตระกูลดัง เก่ง-ง-ง-ง-ง สมชื่อ พิเจอตัวละ!” พูดแล้วก็เงยหน้าขึ้นมองคุณหมอสาวอีกครั้ง ทว่าคราวนี้ไม่ยิ้มพิรุณดูเหวอไปเลย

“ฉัตร”

สลิลฉัตรพยักหน้ารับ คิ้วเรียวขมวดยามจ้องคู่สนทนาที่เอาแต่มองไปข้างหลังของเธอ “อื้อ ว่า...”

“คนเรานี่มีคนที่ถ่ายรูปไม่ขึ้นด้วยเนอะ”

“เดี๋ยว” สลิลฉัตรเริ่มมึน “ฉัตรว่าเราไม่ได้คุยกันเรื่องนี้นะเมื่อกี้น่ะ”

“ไม่! เรื่องนี้เลย” พิรุณจากที่เหวอเริ่มเปลี่ยนเป็นยิ้มเคลิ้มและลุกขึ้นยืน ชี้มือไปด้านหลังของเธอ “คนอะไรอะ ในรูปว่าขาวแล้ว ตัวจริงนี่เหมือนกินกลูต้าเป็นอาหารหลัก แถมยังหล้อหล่อ หุ่นก็ดี ยิ้มก็สวย เกรดเอบวก ไม่ได้ก๊อปเซินเจิ้นด้วย... โอ๊ปป้า!”

เพ้อขนาดนี้สลิลฉัตรเลยต้องหันไปมองตาม เธอมองตาค้างเพราะเกรดเอบวกที่ไม่ได้ก๊อปเซินเจิ้นของพิรุณสวมเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสีดำ กำลังเดินตรงมายังโต๊ะของพวกเธอ

หญิงสาวหันขวับกลับทันทีทันใด บอกตัวเองให้ใจเย็น ๆ ถายุกรก็แค่ผ่านมา แขกในร้านก็มีตั้งมาก บางทีอาจมีสักคนที่เป็นลูกความของเขา ใช่... สลิลฉัตรสูดลมหายใจเข้าลึก ถอนหายใจออกอย่างช้า ๆ

สติ... สติ

“ฉัตรจะไปเข้าห้องน้ำนะพิ!” พูดจบคุณหมอสาวก็ลุกพรวดและรีบเดินจ้ำอ้าวไปยังห้องน้ำที่อยู่เข้าไปด้านในหลังร้าน ทิ้งให้ลูกพี่ลูกน้องมองตามตาปริบ ๆ

“ขอโทษนะครับ”

พิรุณหันขวับกลับมามองเจ้าของเสียงทุ้มนุ่ม ๆ ละมุนและดีต่อใจขั้นสุด

“คุณสลิลฉัตร... เธอไปไหนหรือครับ ดูเหมือนรีบ ๆ”

“ฉัตรไปทำใจค่ะ”

“ครับ?”

“เอ๊ย! เอ่อ คือ อะแฮ่มฉัตรไปเข้าห้องน้ำค่ะ แล้วคุณ...”

“ผมถายุกรครับ เป็นทนายความส่วนตัวของคุณสรัช รัชชานนท์ จะว่าอะไรไหมครับถ้าผมจะขอนั่งร่วมโต๊ะด้วย” ทนายความหนุ่มยิ้มบาง ยามถอนสายตามองตรงไปที่ทางไปห้องน้ำ “ผมมีธุระด่วนอยากจะปรึกษาคุณสลิลฉัตร ไม่ทราบว่าคุณ...”

“ยินดีค่ะ พิรุณนะคะเรียกพิเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ อันที่จริงพิว่า พิไปตามฉัตรให้ดีกว่าค่ะ ไม่งั้นคุณคงไม่ได้คุยแน่”

แม้อาหารตาจะน่ามองและยังมองไม่อิ่ม ทว่าท่าทีพรวดพราดเมื่อครู่นั่นของสลิลฉัตรก็ทำให้พิรุณเดาได้ ว่าผลมันจะออกมาเป็นอย่างไรในรูปการณ์นี้!

“เพราะตอนนี้” ลูกพี่ลูกน้องของคุณหมอมองออกไปนอกร้านด้วยสายตาเบื่อหน่าย จนถายุกรต้องมองตาม “ฉัตรกำลังจะหนี โน่นค่ะเดินฉับ ๆ ไปที่หน้าร้านแล้วค่ะคุณ!”

บ่ายสามโมงห้าสิบนาที สลิลฉัตรถูกจับไต๋ได้และถูกคุกคามโดยลูกพี่ลูกน้องกับทนายความหนุ่มที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้า หญิงสาวก้มหน้ามองพื้น ไม่ก็มองเมินไปทุกทิศที่จะไม่ได้เห็นหน้าเขา

“ขอโทษที่จู่ ๆ มารบกวนนะครับ ดูไร้มารยาทไปนิดหวังว่าคุณฉัตรคงไม่ถือสา”

คำพูดคำจาเป็นทางการสุด ๆ และคุณหมอสาวก็พยักหน้ารับอย่างขอไปที

“ถ้าไม่ว่าอะไร ผมอยากรบกวนเวลาคุณฉัตรสิบนาที” ถายุกรมองไปยังพิรุณ เขายิ้มนิด ๆ พร้อมค้อมศีรษะเล็กน้อย “ตามลำพัง คุณพิจะว่ายังไงครับ”

“พิ...” สลิลฉัตรดึงชายเสื้อลูกพี่ลูกน้องไว้มั่น แต่พิรุณดึงออกอย่างไร้เยื่อใย “ยินดีค่ะ” เธอหันกลับมาบอกกับคุณหมอสาว “พิไปรอในร้านแล้วกันนะฉัตร” พูดจบก็เดินตัวปลิวออกมาปล่อยให้สลิลฉัตรเงยหน้ามองเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก

“ตรงนี้คงไม่เหมาะ” คำเปรยนั่นทำเอาคนฟังขนลุก “เชิญทางนี้ดีกว่าครับ”

ผู้ชายร่างสูง ใบหน้ายิ้มแย้ม ผายมือเชื้อเชิญให้เธอเดินกลับไปยังทางเดิมที่เผ่นมา สวนไม้แขวนด้านข้างร้านพื้นที่น้อยแต่ดูเหมาะแก่การคุยเรื่องที่ไม่อยากให้ใครรู้อย่างที่เขาว่า สลิลฉัตรเม้มริมฝีปากตอบรับอย่างแผ่วเบา ก่อนออกเดินไปหยุดข้างกระถางกล้วยไม้สีเหลือง ดอกห้อยระย้าแต่ไม่มีกลิ่น

“คิดว่าคุณฉัตรคงสงสัยว่าผมมากะทันหันโดยไม่ได้นัดก่อน”

หญิงสาวถอนหายใจ “ฉันคิดว่าพอจะเดาได้ค่ะ แต่มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ คุณไม่ต้องใส่ใจหรอกค่ะ” เขาเงียบไม่ตอบ สลิลฉัตรที่ไม่พร้อมจะมองหน้าคู่กรณีบนเตียงนักจึงจำต้องดึงสายตากลับมาไว้ที่เขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทว่า ท่วงทีเขานั้นดูงุนงงคาดไม่ถึง คิ้วเข้มค่อนข้างเฉียงขมวดบ่งถึงความสงสัยในคำพูดของเธอ

“ผมไม่คิดว่าคุณฉัตรจะทราบ”

“ทำไมฉันจะไม่ทราบล่ะคะ”

ถายุกรยิ้มนิด ๆ “เพราะถ้าทราบแสดงว่าเรื่องนี้คุณฉัตรก็คงสงสัย”

“เอ๊ะ” หญิงสาวขมวดคิ้วบ้าง มีโมโหนิด ๆ เขาคงคิดว่าเธอเมามากจนจำไม่ได้ว่าถูกใครลากไปปู้ยี้ปู้ยำมากกว่า “ทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะคะในเมื่อเมื่อคืนฉันกับคุณ เรา!” พูดไม่ออกและก็ก้มหน้างุด “คุณก็รู้ดีอยู่แล้ว”

“อ๋อ” เสียงของเขาเหมือนจะเจือหัวเราะ ทำเอาสลิลฉัตรเริ่มไม่พอใจขึ้นมากรุ่น ๆ “ผมหมายถึงเรื่องการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ใหม่ประจำปีนี้ที่จะมาแทนเครื่องมือเก่าที่สภาพชำรุดน่ะครับ” หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ แก้มแดงเห่อ ทั้งอายทั้งโกรธหน่อย ๆ กับน้ำเสียงกลั้วหัวเราะที่ได้ยิน “ตัวเลขมันค่อนข้างสูง ผมเกรงว่าจะเกิดเรื่องผิดพลาดจึงขออนุญาตคุณท่านตรวจสอบเรื่องนี้ก่อนการอนุมัติครับ”

“แต่เรื่องนี้ผ่านที่ประชุมไปแล้วนี่คะ แล้วไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของฉันด้วย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป