บทที่ 7 3/2
เมื่อเธออายุเพียงxxxxxxถูกจับตัวไป แล้วก็เกือบจะถูกล่วงละเมิดทางเพศ อยู่ในโรงเรียนแท้ ๆ แต่เธอกลับถูกพี่เลี้ยงที่น่าจะไว้ใจได้รองจากพ่อแม่ทำร้ายเอา เธอถูกจับไปเกือบสามวัน ไม่ได้ถูกทำร้ายร่างกายแต่ความกลัวสิมีมากกว่า ตลอดสามวันสามคืนนั้นเหมือนนรก วันสุดท้ายจำได้ว่าเธอดิ้นรนสุดตัวเมื่อผู้ชายตัวโต ๆ ลากเธอไปห้องครัวหลังบ้านตอนที่พี่เลี้ยงงูพิษออกไปซื้อของ เธอกรีดร้อง ร่ำไห้และหมดสติไป กว่าจะรู้ตัวอีกทีคือค่ำของอีกวัน เธออยู่ที่โรงพยาบาล พ่อแม่คอยเฝ้าอยู่ข้างเตียง และนายตำรวจอีกสองสามคน พยาบาล หมอ ส่วนเธอร้องไม่ออกได้แต่เบิกตาโพลง นอนเกร็งตัวแข็งทื่อ
เป็นปีทีเดียวกว่าเธอจะกล้าออกไปไหนมาไหนกับแม่และมองสบตาคนอื่นได้โดยไม่สะดุ้งตกใจ
เธอรู้แค่เธอปลอดภัย ไม่เป็นอะไร มีคนแจ้งความบอกตำรวจ เขาคนนั้นเข้าไปช่วยเธอไว้ พาเธอหนีไปซ่อนตัวเขาหัวแตกได้แผลจนน่ากลัว
ใครคนนั้นคือสรัช หลายวันทีเดียวกว่าเธอจะเห็นหน้าเขา เพราะตัวเขาก็เจ็บหนักพอกัน
“ผมไม่ได้เมา แล้วคุณฉัตรก็ไม่ได้เมา ผมว่าเรื่องนั้นคงไม่ต้องห่วงหรอกครับ”
คำพูดของเขาทำให้คนเผลอคิดถึงอดีตเลิ่กลั่ก และแม้จะไม่เต็มใจสุดท้ายเธอก็สูดลมหายใจเข้าลึก
“เชิญค่ะ”
ร่างบางเบี่ยงหลบและถายุกรก็เปิดประตูออกไป หญิงสาวเดินนำเขาไปเข้าประตูด้านที่ใกล้ที่สุด รปภ.ยกมือทำความเคารพตอนเธอแตะคีย์การ์ดผ่านเข้าไป ลิฟต์อยู่ห่างจากประตูไม่กี่ก้าว เราไม่ได้พูดอะไรกันจนกระทั่งลิฟต์เคลื่อนไปหยุดที่ชั้นยี่สิบห้า เมื่อมันเปิดออกแสงไฟจากวิวเมืองด้านนอกก็เห็นผ่านกระจกรำไร
สลิลฉัตรพาเขาเดินตรงไปหยุดที่ห้องที่สองขวามือ จากการมองผ่าน ๆ คอนโดชั้นนี้มีเพียงแค่หกห้อง พื้นที่ใช้สอยเยอะและราคาคงไม่เบาเลยทีเดียว
ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักเข้าไปโดยมือเรียว สลิลฉัตรเบี่ยงตัวหลบรอให้ทนายความหนุ่มเดินตามเข้าไป ทางเดินเล็กแคบ ๆ ยาวแค่สามก้าว ก่อนจะพบกับห้องโถงกว้าง พื้นไม้โอ๊คไล่ระดับชั้นแบ่งแยกการใช้งาน ซ้ายมือเป็นครัวเปิดถัดไปเป็นผนังทึบ หญิงสาวมองเขาก่อนชี้มือไปที่นั่น
“ห้องน้ำอยู่ตรงนั้นค่ะ ฉันขอตัวเอาของเข้าไปเก็บในห้องนอนก่อน”
ห้องนอนอยู่ขวามือ พูดจบเธอก็เดินเร็ว ๆ เข้าไปพร้อมกับปิดประตูแน่นหนา ถายุกรมองตาม ดวงตาคู่คมไล่สำรวจไปอย่างช้า ๆ แต่ละเอียด จากผนังกระจกทำให้เห็นว่าด้านนอกเป็นสวนหย่อมเล็ก ๆ ส่วนด้านในเท่าที่มองแทบไม่มีอะไรที่เขาจะคิดว่าน่าสงสัย ห้องครัวสะอาดเรียบร้อย นอกนั้นก็โถงกว้าง ๆ มีโทรทัศน์จอใหญ่ โซฟา ชั้นวางของ วารสารทางการแพทย์นิดหน่อยเท่าที่เขาหยิบขึ้นมาดู
ถ้าจะเจออะไร ชายหนุ่มคิดว่ามันคงอยู่ในห้องนอน
เสียงออดหน้าห้องดังขึ้น คนที่เพิ่งนั่งลงเหลียวมอง ทว่าดวงตาหรี่ลงอย่างจับสังเกต สลิลฉัตรเปิดประตูออกมา เรามองสบตากันและเธอก็เดินเร็ว ๆ ไปยังประตู ไม่ถึงนาทีที่เธอมองภาพจากกล้องเพื่อดูว่าใครมา คุณหมอก็หมุนตัวกลับเดินเร็ว ๆ ตรงมาที่เขา ริมฝีปากเม้มแน่น สีหน้าไม่ค่อยดีนัก
“คุณไปหลบก่อนนะคะ”
ชายหนุ่มยังนั่งนิ่ง สลิลฉัตรจึงถอนหายใจคว้าต้นแขนเขาให้ลุกขึ้นยืน
“ไปหลบในห้องน้ำก่อนนะคะ แล้วก็เงียบ ๆ ด้วย”
“เดี๋ยวครับ คือ--”
“ไปค่ะ เดี๋ยวนี้เลย!” คุณหมอลากคุณทนายตัวโตไปทางห้องน้ำแขกด้านนอก แต่ก็เหมือนจะนึกขึ้นได้จึงเปลี่ยนใจกัดฟันลากเขาไปที่ห้องนอนแทน “อยู่เงียบ ๆ อย่าพูดอะไรนะคะ ฉันขอร้อง” ผลักเขาเข้าห้องนอนส่วนตัวแล้วเธอก็ปิดประตูห้องดังปัง จากนั้นก็รีบกลับไปที่ประตูเปิดมันออกพร้อมกับหอบน้อย ๆ
“คุณพ่อ”
“ทำอะไรอยู่” อดุลย์ตำหนิและก้าวผ่านเข้ามาในห้องทันใด ถึงจะอายุห้าสิบกว่า ๆ แล้ว ทว่าอดุลย์ก็ยังดูหล่อเหลา อาจจะเพราะรูปร่างดี ท่าทางกิริยารวมถึงรูปลักษณ์ที่เพียรบรรจงปั้นแต่ง จึงส่งให้บิดาของเธอน่ามองเสมอในสายตาคนอื่น “โทร.ไปแกก็ไม่รับ ฉันต้องถ่อมาถึงนี่ แล้วนี่อะไรทำไมไม่กลับบ้าน ไม่รู้เหรอว่าเวลาแบบนี้ควรจะต้องทำยังไง”
“ขอโทษค่ะ ฉัตรไม่ค่อยสบายเลยว่ามานอนพักสักหน่อย ถ้าดีขึ้นถึงจะขับรถกลับบ้าน”
อดุลย์ได้ฟังแม้ไม่พอใจแต่ก็พยักหน้ารับส่ง ๆ
“ฉันมานี่ก็เพราะจะคุยเรื่องคุณรัช มันยังไงกับยายเด็กอะไรนั่นที่แกว่ามันท้อง”
เสียงบิดาไม่เบาเลยและสลิลฉัตรก็กลัวว่าทนายความหนุ่มจะได้ยิน เธออับอายที่จะให้คนอื่นรู้ว่าครอบครัวของเธอเป็นอย่างไร หญิงสาวจึงคอยแต่จะเหลียวมองไปยังห้องนอน
“อะไร” สลิลฉัตรสะดุ้งโหยง ตอนนี้อดุลย์ยกมือเท้าสะเอว หรี่ตามองจับ “มีอะไรในห้องนอนทำไมแกถึงได้มองแล้วไม่รู้แล้ว หรือว่าพาใครมา”
“ฉัตร” เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ฉัตรปวดหัวอยากนอนมากค่ะ
แล้วคุณพ่อมีเรื่องอะไรก็พูดมาเถอะค่ะ ฉัตรอยากพักจริง ๆ” ท่าทีอ่อนระโหยโรยแรงนั้นไม่ได้ผิดเลย เพราะสลิลฉัตรปวดหัวและอยากพักจริง ๆ
“เรื่องคุณรัช ตอนนี้ช้าไม่ได้แล้วนะ เพราะแกมัวแต่ยืดยาด หมาที่ไหนมันมาคาบไปแล้วก็ไม่รู้ ตอนนี้ยังไม่ได้แต่ง ยังไงคุณหญิงก็คงไม่ให้เด็กนั่นได้ออกหน้าออกตาหรอก อาจจะแค่ให้เป็นเมียน้อยเมียเก็บ แกก็อย่าห่างออกมา พยายามทำตัวติดกับคุณรัชเอาไว้ คุณหญิงก็ไปคอยเอาใจไปกินข้าวไปอะไรที่บ้านเขาบ่อย ๆ”
เสียงอดุลย์ดังแว่วมาให้ได้ยินทุกถ้อยกระทงความ ถายุกรที่แนบหูฟังอยู่กับประตูขมวดคิ้วในสิ่งที่ได้ยิน แต่ละอย่างแต่ละคำพูดเขาได้แต่ส่ายหน้า
ชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ อดุลย์จนตรอกจริง ๆ และกำลังพยายามที่จะขายลูกกิน
