บทที่ 10 10
10
“ปละ เปล่าค่ะพี่แจง ก็มันเหนียวนี่คะ” คนกำลังตั้งหน้าตั้งตาหั่นสเต๊กหันมาปฏิเสธเสียงระรัวอย่างมีพิรุธ และพูดยังไม่ทันจบเสียงของลอราชก็เอ่ยแทรกขึ้นมา
“คุณอิงลดาอาจจะคิดว่าหน้าผมเป็นสเต๊กก็ได้มังครับ เลยหั่นไม่ยั้งแบบนี้” หางเสียงมีแววคล้ายเยาะเย้ยน้อยๆ จนอิงลดารู้สึกได้
“แล้วทำไมคุณน้ำอิงต้องคิดว่าหน้ามึงเป็นสเต๊กด้วยเล่า” ภูวดลถามเพื่อนด้วยความกังขา
“คุณอิงลดาอาจเกลียดขี้หน้ากูก็ได้ใครจะรู้ ใช่ไหมครับ” ลอราชหันไปถามเหมือนเป็นการตอกย้ำคำพูดของเขา เป็นผลให้คนถูกถามถึงกับอึ้ง เพราะจะตอบออกมาตรงๆ ก็ดูจะเป็นการเสียมารยาท เมื่อครู่ตอนเอ่ยถามโพล่งออกไปก็รู้ว่าเป็นการไม่เหมาะที่จะถามออกไปแบบนั้น
“น้ำอิงจะไปเกลียดขี้หน้าเรนได้ยังไงล่ะจ๊ะ เพิ่งพบกันครั้งแรก” อภิรดีเอ่ยขึ้น ทำให้อิงลดาได้ทีเชิดหน้าเล็กน้อย พูดออกไปด้วยสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“นั่นสิคะ ฉันจะไปเกลียดขี้หน้าคุณทำไมล่ะ”
คำพูดเน้นย้ำว่าเกลียด มีหรือคนที่ตั้งอกตั้งใจฟังอย่างลอราชจะไม่สะดุดหู จึงผุดรอยยิ้มหยันๆ ขึ้นที่เรียวปากหยักได้รูป
“ดีแล้วครับที่ไม่เกลียดขี้หน้าผม เพราะผมเชื่อคำสุภาษิตโบราณที่บอกว่าผู้หญิงเกลียดให้คิดว่าผู้หญิงรัก”
ดวงหน้าที่กำลังจะขยับยิ้มของอิงลดาหุบยิ้มในฉับพลัน รีบพูดปฏิเสธออกไปทันที “ไม่มีทาง”
“ผมจะคอยดูวันนั้น” ลอราชพูดเสียงเข้มพลางจ้องดวงหน้าสวยๆ ตาวาว ซึ่งคนถูกจ้องก็ไม่หลบตาเช่นกันในตอนแรก แต่ก็ต้องหลบในเวลาต่อมา เพราะทนกระแสร้อนแรงที่ส่งมาจากหน้าหนวดๆ นั่นไม่ไหว ก่อนเจ้าของดวงตาร้อนแรงนั่นจะหันไปทางอภิรดี
“ผมจำได้ว่าบริษัทของพี่แจงรับจัดงานอีเวนต์ ผมคงได้มีโอกาสใช้บริการ อยากรู้คุณอิงลดาจะทำงานเก่งเหมือนที่พี่แจงพูดอวดไว้หรือเปล่า” ลอราชพูดทิ้งท้ายในทำนองท้าทาย
“ได้เลยจ้ะเรน” อภิรดีพยักหน้าแล้วเบือนไปยังลูกน้องคนเก่งอย่างสงสัย เดี๋ยวคงต้องคาดคั้นเอาความจริงให้ได้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเจ้าตัวกับเพื่อนสนิทของน้องชาย ส่วนคนถูกท้าเม้มปากแน่นแต่ไม่ยอมพูดอะไรออกมา มีเพียงดวงตาคู่สวยเท่านั้นที่ฉายแววไม่ยอมแพ้ออกมาให้เห็น
“แต่ว่างานของเรนต้องทำประชาสัมพันธ์ด้วยหรือจ๊ะ” พี่สาวของภูวดลอดถามออกไปอย่างสงสัยไม่ได้ เพราะอาชีพช่างภาพไม่น่าต้องใช้บริการบริษัทของเธอเลยสักนิด
ภูวดลที่เก็บความสงสัยไว้ในใจกับปฏิกิริยาของเพื่อนไม่แพ้ผู้เป็นพี่สาวเป็นผู้ตอบแทน
“ครอบครัวของไอ้เรนทำไร่องุ่นครับพี่แจง ผลิตไวน์ชั้นดีออกจำหน่าย และที่สำคัญกำลังตีตลาดไวน์ของต่างประเทศอยู่ตอนนี้ นอกจากนั้นยังมีพวกโรงแรม รีสอร์ต ครบวงจรอีกด้วยครับ”
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง” อภิรดีพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“หวังว่าเราคงได้ร่วมงานกันนะครับคุณอิงลดา” ลอราชเอ่ยออกมายิ้มๆ ทว่านัยน์ตาคมดุไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย
“ด้วยความยินดีคุณลอราช” อิงลดาเชิดหน้าตอบ
ยิ่งเห็นภูวดลยิ่งสงสัย เพราะตามปกติ ผู้หญิงสวยๆ กับลอราชมักจะเป็นของคู่กันเสมอ แต่ทำไมคราวนี้เพื่อนเขากับสาวสวยตรงหน้า กลับทำท่าทางเหมือนเคยมีเรื่องอะไรกันมาก่อน เขาต้องถามข้อเท็จจริงจากอีกฝ่ายให้ได้
หลังแยกกับน้องชายและเพื่อนสนิทแล้ว อภิรดีก็หันมาคาดคั้นถามอิงลดา ขณะอยู่ด้วยกันในรถอีโก้คาร์คันใหม่เอี่ยมอ่อง สีเขียวสดใส
“น้ำอิง บอกพี่มาตามตรงนะจ๊ะว่าทำไมถึงถามคุณลอราชเขาแบบนั้น มันมิใช่วิสัยของหนูเลยนะ”
ถ้าถูกเรียกด้วยถ้อยคำว่าหนู เสมือนเป็นคำบังคับกลายๆ ว่าอิงลดาจะต้องตอบความจริงทั้งหมด ห้ามบิดพลิ้วโดยเด็ดขาด แต่เจ้าตัวก็อดเฉไฉไม่ได้
“ถามอะไรเหรอคะพี่แจง”
“อย่ามาเฉไฉกับพี่นะน้ำอิง” น้ำเสียงดุๆ ที่เอ่ยออกมาจากปากของอภิรดี ไม่ได้ทำให้อิงลดาหวั่นกลัวแม้แต่น้อย เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายแกล้งพูดไปอย่างนั้นแหละ แต่เป็นเพราะไม่เคยปิดบังจึงสารภาพออกไปเสียงอ่อยๆ
“เขาอยากมาปากเสียกับน้ำอิงก่อนทำไมล่ะคะ”
“ปากเสีย?” อภิรดีย้อนถามด้วยความงุนงง “พี่ไม่เห็นเรนจะพูดอะไรไม่ดีกับน้ำอิงเลยนะ มีแต่เรานั่นแหละไปแขวะเขาเรื่องนักเลงอะไรนั่น”
“เรื่องมันเป็นแบบนี้ค่ะพี่แจง” จากนั้นอิงลดาจึงเปิดปากเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้อภิรดีรับทราบ ซึ่งเมื่ออีกฝ่ายฟังจบก็ถึงกับพ่นลมหายใจออกจากปาก
“พี่คิดว่าเรนไม่ได้ตั้งใจหรอกจ้ะ คงร้อนจากการถูกกาแฟหกรดมากกว่า แล้วน้ำอิงคิดว่ากาแฟที่ตัวเองถือร้อนหรือเปล่าล่ะจ๊ะ”
เมื่อถูกย้อนถาม คนช่างอคติจึงได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ก่อนอ้อมแอ้มตอบออกมา “ร้อนค่ะ”
“นั่นไงล่ะ ถ้าเป็นน้ำอิงถูกกาแฟร้อนๆ หกรดแบบนั้นจะโวยวายออกมาหรือเปล่าล่ะจ๊ะ” อภิรดีเอ่ยถามยิ้มๆ เพราะรู้ว่าปกติลูกน้องของเธอเป็นคนมีเหตุผลเสมอ ดังนั้นเมื่อถูกถามอิงลดาจึงได้แต่เงียบไม่ตอบ
“รู้ตัวไหมจ๊ะว่าสายตาของน้ำอิงเวลาที่มองเรนน่ะเหมือนโกรธแค้นกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน เพียงแค่เขาโวยวายออกมาเพราะร้อน น้ำอิงโกรธเขามากขนาดนั้นเลยหรือจ๊ะ”
คำถามดังกล่าวโดนใจอิงลดาอย่างจัง ทว่าเธอเองก็ไม่รู้จะอธิบายให้อีกฝ่ายทราบได้อย่างไรว่าที่เธอเกลียดขี้หน้าลอราช เป็นเพราะเธอตั้งปณิธานเอาไว้ว่า ต่อแต่นี้จะขออยู่ไกลๆ ผู้ชายหน้าตาหล่อๆ และตอนนี้เพิ่มมีหนวดเข้าไปอีก เพราะดูมันไร้เหตุผลเกินไปที่จะบอกกับอภิรดีเช่นนี้
“ถ้าในอนาคตเกิดเรนมาใช้บริการของบริษัทเราจริงๆ น้ำอิงจะทำงานลำบากนะจ๊ะ”
สิ่งที่อภิรดีพูดออกมาก็ถูกต้อง แต่อิงลดาคิดว่ารอให้ถึงวันนั้นก่อน แล้วค่อยมาพูดเรื่องนี้กันก็คงยังไม่สาย เธอรู้หรอกว่าลูกค้าคือพระเจ้า แต่เวลานี้ขอเกลียดคนหน้าหนวดคนนี้ไปก่อนแล้วกัน ทว่าปากก็จำต้องรับคำออกไป
“ค่ะพี่แจง”
อภิรดีมองลูกน้องสาวที่ดวงตาทั้งคู่ยังฉายแววไม่ยินยอมแม้จะรับปากแล้วก็ตาม เพราะอิงลดานั้นบทจะดื้อขึ้นมาก็เอาเรื่องอยู่ ทำงานมาด้วยกันเกือบสามปีทำไมจะไม่รู้นิสัยกัน
