บทที่ 6 ผู้ใหม่ก็หล่อ

ฉันรับรู้ว่าแววตาเพกานั้นรักเตวิชมากเพียงไหน แล้วทำไมจะไม่รู้ว่าเพราะอะไรเธอถึงยอมไม่บอกฉัน ความรักทำให้คนตาบอดเป็นเรื่องจริงสินะ ยอมทุกอย่างในสิ่งที่ฝ่ายนั้นบอก ทำตัวเหมือนไม่ได้คบกันในที่ทำงานแล้วใช้ชีวิตด้วยกันที่ห้องสี่เหลี่ยม แค่นี้จริง ๆ เหรอ

“…”

“ยังไงทุกอย่างที่เกิดขึ้นขอให้จบตรงนี้ พวกเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก แค่เพื่อนร่วมงานสถานะเดียวก็พอ”

ว่าแล้วฉันก็เดินออกมาไปร้านกาแฟด้านล่างแทน กลางวันนี้ทานแค่ขนมไปก่อนแล้วกัน เพราะความอยากอาหารลดลงเกือบครึ่งจนฉันคิดว่าไม่ควรกงกินมันแล้วล่ะ 

อารมณ์ความต้องการทางปากและท้องไม่มีเลย เหมือนขนมและกาแฟที่สั่งมาตรงหน้าไม่มีรสชาติอะไรนอกจากความจืดชืด

เฮ่อ...

เป็นแฟนกันครึ่งวันดีเหลือเกินชีวิต!

“ชายน้อยแห่งความรักเล่นงานฉันแล้วสิ”

บทบรรยายพิเศษ: วิตตา

“เอาหน่าปลดปล่อยบ้างคงดีเหมือนกัน ไหน ๆ ก็เจอแต่เรื่องแย่ ๆ เข้ามาในชีวิตแล้ว”

การให้กำลังใจตัวเองในการมาสถานที่รื่นรมย์ครั้งแรกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไหนๆ คืนนี้ก็ศุกร์หรรษาแล้วเอาให้มันเต็มที่ไปเลยแล้วกัน การฉายเดี่ยวเดินเข้ามาในคลับชื่อดังแห่งหนึ่งนั้นไม่ทำให้ฉันเสียความมั่นใจไปหรอก

ให้เรียกว่าสร้างความมั่นหน้าวิตตา

ไม่มีใครสนใจเราขนาดนั้น แค่มาดื่มเอง

การแต่งตัวก็เรียกได้ว่าชนะเริด เรียกสายตาจากนักท่องราตรีทั้งหลายได้จำนวนหลากหลายคู่ ด้วยชุดสีเหลืองนุ่มรัดรูปอีกทั้งยังเป็นแบบเกาะอก บวกกับสไตล์การแต่งหน้าที่โฉบเฉี่ยวโทนน้ำตาลเข้มรับกับหมวกแก๊ปสีดำเข้มและต่างหูวงใหญ่สีทองนั้นสามารถสร้างความโดดเด่นไม่น้อย

ว่าแล้วร่างเพรียวก็เดินมานั่งตรงเคาน์เตอร์จากนั้นก็จัดการสั่งเครื่องดื่มแก้วแล้วแก้วเล่าขึ้นมาดื่ม โดยที่ไม่ได้สังเกตคนรอบๆ ตัว

ที่แห่งนี้พลุกพล่านไปด้วยผู้คนมากน่าหลายตาทั้งที่ไม่รู้จักและรู้จักกัน เสียงเพลงเรียกให้ทุกคนลุกขึ้นเต้นปลดปล่อยสิ่งที่ตัวเองกักเก็บเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ต่างๆ หลายครั้งเหมือนกันที่ฉันเองก็เลือกน้ำเมาเป็นทางออกให้กับหลายปัญหาที่เข้ามารุมเร้าไม่ขาดสาย แต่พอสร่างเมาทุกอย่างมันก็กลับเป็นเหมือนเดิม

คิดอะไรมากล่ะ?

ผ่านไปวันๆ ก็ดีไม่ใช่?

ลืมไปชั่วขณะก็ดีกว่ามันไม่ลืมนิว่าไหม ทุกอย่างมีทางออกเสมอทั้งนั้นแหละ แล้วเมื่อไหร่ที่เวลาฉันเมาชีวิตมันจะเปลี่ยนไปบ้าง

อยากรู้ อยากรู้โว้ย!

เจ้าจะซวยเพราะน้ำเมารักเขาเพราะน้ำรัก

หึ เสียงหัวเราะดังอยู่ในลำคอหลายที มือสวยก็เขย่าแก้วเหล้าแบบนั้นเรื่อยๆ พลางคิดเรื่องที่ไปดูดวงมา มันบังเอิญมากกว่า ไม่คิดเข้าไปดูแบบจริงจังหรอก

จะซวยเพราะน้ำเมาได้ยังไงแม่หมอ....

ไม่แม่นเลย

ดื่มมาเป็นสองชั่วโมงแล้วยังไม่เห็นมีอะไรเลย แล้วน้ำรักคืออะไรวะ น้ำไอ้นั่นของผู้ชายเหรอ เหอะ... เรื่องนี้ยิ่งเป็นไปไม่ได้จริงๆ ฉันไม่ได้ดูถูกการดูหมอหรือดูดวงกับกันกับชอบเรื่องพวกนี้ ชอบการชี้แนะถึงจะรู้ว่าจริงหรือไม่จริงแต่ได้แก้ไขมันก็ทำให้อุ่นใจ

การควบคุมตัวเองลดลงทีละน้อยๆ จนในที่สุดร่างสวยก็ฟุบคาเคาน์เตอร์ไปอย่างรวดเร็วแต่ไม่นานก็ผุดเด้งตัวขึ้นมาอีกครั้ง

“แด่ความเจ็บซ้ำที่เกิดในวันนี้!”

สติสตางค์เริ่มออกจากร่างกายไปเรื่อยๆ ถึงขนาดยื่นชูแก้วเหล้าชนกับคนนั่งข้างๆ ที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร หน้าไหน ชื่ออะไรด้วยซ้ำ

“ชน ๆ ”  เมื่อเห็นว่าเขาไม่ชูแก้วเหล้าตรงหน้าขึ้นมาชนร่วมกัน เธอก็ขยับเข้าไปใกล้ๆ ก่อนถือวิสาสะเข้าไปจับมือใหญ่ขาวนั้นคว้าแก้วเหล้ามาชนกับแก้วของเธอราวกับคนบ้าคนบอ “เฮ้ย! ก็บอกให้ชนไงวะ ใจใจไม่รู้จักหรือไง๊!”

อึกๆ

“อีกแก้วน้อง เอาเต็มๆ เลย นิดเดียวจะไปเมาอะไร” มือเรียวขาวเข้าไปกอดลำคอแกร่งนั้นไว้ “เดี๋ยวชนกับพี่อีกแก้วนะน้อง ดื่มเป็นเพื่อนกันสนุกๆ”

พอเห็นว่าแก้วของตัวเองได้แล้ว ฉันก็กลับไปนั่งที่เดิมนิ่งๆ แต่ยังมองคนข้างตัวมองผ่านๆ ด้านข้างหล่อดีแต่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป