บทที่ 8 ไม่เชื่อ
ไอ้ซัน ไอ้เทน ไอ้โจเนสและก็ไอ้แอล สี่คนเพื่อนกรรมเพื่อนเวรมักหายหัวไม่เห็นหน้ามาเกือบสองอาทิตย์ แล้วก็อ้างโน่นอ้างนี่เหตุผลร้อยล้านแปดแสนเพื่อที่จะได้อยู่กับเมีย มีแต่ผมสามคนเท่านั้นที่ช่วงนี้เห็นหน้ากันเป็นประจำจะเป็นใครไปไม่ได้คนหนึ่งก็ตบไหล่ผมอยู่ตอนนี้ไง
“มึงไม่ไปโรงบาล?” เมื่อแหกตาตัวเองมองไปยังร่างสูงข้างกายที่ส่ายหัวไปมาแทนคำตอบผมก็รับรู้ดี “เออดีจริงคนข้งคนไข้ไม่ต้องไปดูแล เป็นหมอเหี้ยไรของมึงไอ้คิน”
หมอ ไอ้คินมันเป็นหมอครับทุกคน หมอที่นิสัยการทำตัวตรงข้ามกันมากที่สุดถ้าผมเป็นคนอื่นๆ ไม่คิดว่ามันมีอาชีพนี้แน่
“เป็นหมอรูปหล่อพ่อรวยประจำโรงบาลมั้ง” พูดจบมันก็เดินไปนั่งลงบนโซฟาที่ตั้งไม่ห่างนัก ท่าทางไม่สนโลกแบบนี้แสดงว่ามันพึ่งออกมาจากโรงพยาบาลแน่ “แล้วมึงหนีมาเพื่อไร มีสาวสวยนั่งข้างกายขนาดนั้น”
มันเห็นด้วยเหรอ?
ตาบอดมั้งที่ว่ายัยนั่นสวย?
ผอมแห้งแรงน้อยขนาดนั้น สวยที่ไหน?
“ยัยนั่นเนี่ยนะ ขี้เมาไปทั่วนะสิ”
ผมตอบไอ้คินจากนั้นก็เดินมานั่งที่โต๊ะทำงานภายในห้องนี้ก่อนจะพลางคิดถึงผู้หญิงคนเมื่อกี้ เมาแล้วระรานคนอื่นไปทั่วไม่สำเหนียกตัวเองบ้างว่าดื่มได้ถึงระดับไหน คงเป็นประเภทเชื่อมั่นในตัวเองสูงมากว่าคอคงแข็งเป็นท่อพีวีซีไม่เมาอย่างงั้นเหรอ แล้วสุดท้ายผลเป็นไงล่ะมันก็สลบฟุบคาเคาน์เตอร์ไปแบบนั้นแล้วไม่รู้ด้วยว่าจะถูกใครหิ้วไป
มันไม่ใช่เรื่องของผมที่ต้องรับรู้...
“ไม่ใช่เด็กมึงหรอ?”
เหี้ย!
ถึงผมจะควงมัวไม่รู้จักหลีกเลี่ยงผู้หญิงที่เข้ามาแต่บอกได้เลยว่าไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้นเป็นแน่ ผู้หญิงอะไรผอมแห้งแรงน้อยเนื้อนมไม่เห็นสักแห่งบนตัวของยัยนั่นเลย ไม่รู้ว่าร่างกายหยุดการเจริญเติบโตไปตั้งแต่มัธยมปลายแล้วหรือเปล่า
“เด็กบ้าอะไรไม่ใช่ว่ะ”
มีแค่เสียงที่ส่งออกมาจากในลำคอของไอ้คินเท่านั้นเป็นอันว่าจบประโยคการสนทนาไปโดยปริยาย มีแต่นั่งเงียบๆ แดกเหล้าเท่านั้นส่วนผมก็ต้องเคลียร์กับบัญชีในมือ ความจริงแล้วมันเป็นยอดของเมื่อวานที่ผู้จัดการสรุปไว้ให้ส่วนผมก็ต้องมีหน้าที่ตรวจสอบอีกรอบหนึ่งเพื่อความแม่นยำของตัวเลข
“สวัสดีเพื่อนๆ ที่รัก”
“รักห่าไรมึงไอ้เร็น”
สายตาของผมมองไปปะทะกับคนมาใหม่ ซึ่งมันไม่ใช่ใครที่ไหนก็ไอ้เร็นนั่นแหละครับ มารยาทเสียๆ แบบนี้
“มึงหยุดเห่าเลยไอ้ยู มึงคิดว่ากูไม่รู้ไงว่าแพ้พนันพวกกูเรื่องไอ้แอลอ่ะ”
ใช่ ผมพนันไว้กับไอ้เร็นและไอ้คินว่ายังไงวันนี้ไอ้แอลมันต้องมาที่คลับแน่ แต่น่าแปลกมากที่ไอ้เร็นมันทวงถามขึ้นมาทั้งๆ ที่ไอ้คินยังคงเงียบหรือว่า...
“ไอ้คินมึงบอกไอ้เร็นว่ากูอยู่ที่นี่ใช่ไหม?”
“เออ”
ไอ้เหี้ยคิน...
เป็นประโยคที่ผมสบถในใจ ไอ้นี่มันชอบทำอะไรแบบเงียบๆ ไม่มีใครรับรู้ว่าภายในหัวมันคิดอะไรวันๆ เห็นเอาแต่อยู่ในโรงบาล
“แล้วไงวันนี้ไอ้แอลมาแน่!”
“ไม่ว่ะ” ไอ้เร็นพูดขึ้นพร้อมนั่งลงตรงโซฟา
หมายความว่าไง?
คงไม่ใช่ว่าไอ้แอลหักหลังผมหรอกใช่ไหม ก็มันสัญญาแล้วว่ายังไงวันนี้จะโผล่หัวมา แต่ทว่าตอนนี้มันก็ดึกพอสมควรแล้วผมยังไม่เห็นหัวมันเลย
“ไอ้แอลมันหักหลังมึงไงไอ้ยู”
ไอ้คินพูดพร้อมยักคิ้วด้วยความเหนือกว่าส่งมาให้ผม จากนั้นเสียงหัวเราะของพวกมันสองคนก็ส่งตามมาติดๆ
“พวกมึงอย่าคิดทำอะไรลูกกูนะเว้ยไอ้เหี้ยเร็น ไอ้ห่าคิน!”
